๒. กุสลจิตตกถา ว่าด้วยกุศลจิต
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๙๔–๘๙๕ลำดับ ๒๒๗ จาก ๒๓๙ ในกถาวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ ๓ ข้อ๓ ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. กุสลจิตตกถา (๒๐๙) ว่าด้วยกุศลจิต
สก. พระอรหันต์ มีจิตเป็นกุศลปรินิพพานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอรหันต์ยังสร้างสมปุญญาภิสังขาร ฯลฯ อาเนญชาภิสังขาร ฯลฯ ทำกรรมที่เป็นไปเพื่อคติ ฯลฯ เพื่อภพ ฯลฯ เพื่อความเป็นผู้มีอำนาจ ฯลฯ เพื่อความเป็นใหญ่ ฯลฯ เพื่อมีสมบัติมาก ฯลฯ เพื่อมีบริวารมาก ฯลฯ เพื่อความงามในหมู่เทพ ฯลฯ เพื่อความงามในมนุษย์แล้วปรินิพพานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอรหันต์สั่งสมอยู่ ไม่สั่งสมอยู่ ฯลฯ ละอยู่ ยึดมั่นอยู่ ฯลฯ กำจัดอยู่ก่ออยู่ ฯลฯ ทำลายอยู่ ปรับปรุงอยู่ ปรินิพพานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระอรหันต์สั่งสมอยู่ก็มิใช่ ไม่สั่งสมอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้ไม่สั่งสมแล้วดำรงอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากพระอรหันต์สั่งสมอยู่ก็มิใช่ ไม่สั่งสมอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้ไม่สั่งสมแล้วดำรงอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน” สก. พระอรหันต์ละอยู่ก็มิใช่ ยึดมั่นอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้ละแล้วดำรงอยู่กำจัดอยู่ก็มิใช่ ก่ออยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้กำจัดแล้วดำรงอยู่ ทำลายอยู่ก็มิใช่ปรับปรุงอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้ทำลายแล้วดำรงอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากพระอรหันต์ทำลายอยู่ก็มิใช่ ปรับปรุงอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้ทำลายแล้วดำรงอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน”
ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๙๔/๓๑๙) เพราะมีความเห็นว่า พระอรหันต์เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ เมื่อปรินิพพานก็ปรินิพพานอย่างผู้มีสติ-สัมปชัญญะ ดังนั้น จึงชื่อว่าปรินิพพานด้วยกุศลจิต (จิตที่เป็นกุศล) ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่าพระอรหันต์ปรินิพพานด้วยอัพยากตจิต (มหาวิปากจิต) (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๙๔/๓๑๙)
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะปรินิพพานมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากพระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะปรินิพพาน ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน” กุสลจิตตกถา จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กุสลจิตฺตกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กุสลจิตตกถา
อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา ปุญฺญาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรนฺโต อาเนญฺชาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรนฺโต คติสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต ภวสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต อิสฺสริยสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต อธิปจฺจสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต มหาโภคสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต มหาปริวารสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต เทวโสภคฺยสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต มนุสฺส- โสภคฺยสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์สร้างสมอยู่ซึ่งบุญญาภิสังขาร สร้างสมอยู่ซึ่งอเนญชาภิสังขารทำอยู่ซึ่งกรรมที่เป็นไปเพื่อคติ เพื่อภพ เพื่อความเป็นใหญ่ เพื่อความเป็นอธิบดี เพื่อสมบัติใหญ่ เพื่อบริวารมาก เพื่อความงามในเทพ เพื่อความงามในมนุษย์ ปรินิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อาจินนฺโต อปจินนฺโต ปชหนฺโต อุปาทิยนฺโต วิสิเนนฺโต อุสฺสิเนนฺโต วิธูเปนฺโต ฯเปฯ สนฺธูเปนฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา เนวาจินาติ น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนวาจินาติ น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ นนุ อรหา เนว ปชหติ น อุปาทิยติ ปชหิตฺวา ฐิโต เนว วิสิเนติ น อุสฺสิเนติ วิสิเนตฺวา ฐิโต นนุ อรหา เนว วิธูเปติ น สนฺธูเปติ วิธูเปตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนว วิธูเปติ น สนฺธูเปติ วิธูเปตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ
ส. พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์สั่งสมอยู่ เลิกสะสมอยู่ ละขาดอยู่ ถือมั่นอยู่ ชำระล้างอยู่หมักหมมอยู่ กำจัดอยู่ ฯลฯ อบอวลอยู่ ปรินิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์สะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสมแล้วดำรงอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์สะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสมแล้วดำรงอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน ส. พระอรหันต์ละขาดอยู่ก็ไม่ใช่ ถือมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้วดำรงอยู่ ชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ หมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระล้างแล้ว ดำรงอยู่ กำจัดอยู่ก็ไม่ใช่ อบอวลอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัดแล้วดำรงอยู่มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์กำจัดอยู่ก็ไม่ใช่ อบอวลอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัดแล้วดำรงอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน
น วตฺตพฺพํ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา อุปฏฺฐิตสฺสติ สโต สมฺปชาโน ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา อุปฏฺฐิตสฺสติ สโต สมฺปชาโน ปรินิพฺพายติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ กุสลจิตฺตกถา ฯ -----------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะ ปรินิพพาน มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะ ปรินิพพาน ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน กุศลจิตตกถา จบ