พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒๑
ขณิกกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๗๘–๑๘๘๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๖/๑๖ ในวรรคที่ ๒๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ขณิกกถา
ขณิกกถา
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ ขณิกกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ อามนฺตา ฯ จิตฺเต มหาปฐวี สณฺฐาติ มหาสมุทฺโท สณฺฐาติ สิเนรุปพฺพตราชา สณฺฐาติ อาโป สณฺฐาติ เตโช สณฺฐาติ วาโย สณฺฐาติ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย สณฺฐหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นไปในขณะจิตอันหนึ่ง หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. มหาปฐพี มหาสมุทร ขุนเขาสิเนรุ น้ำ ไฟ ลม หญ้า ไม้ และไม้
เจ้าป่า ล้วนดำรงอยู่ในจิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ อชฺฌตฺติกญฺเจว อาวุโส จกฺขุํ อปริภินฺนํ โหติ พาหิรา จ รูปา น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ตชฺโช สมนฺนาหาโร โหติ เนว ตาว ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหติ อชฺฌตฺติกญฺเจว อาวุโส จกฺขุํ อปริภินฺนํ โหติ พาหิรา จ รูปา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ตชฺโช สมนฺนาหาโร โหติ เนว ตาว ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหติ ยโต จ โข อาวุโส อชฺฌตฺติกญฺเจว จกฺขุํ อปริภินฺนํ โหติ พาหิรา จ รูปา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ตชฺโช จ สมนฺนาหาโร โหติ เอวํ ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ
ส. ธรรมทั้งปวงเป็นไปในขณะแห่งจิตอันหนึ่ง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักขายตนะเกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. จักขายตนะเกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวคำนี้ไว้ว่า อาวุโส จักขุอันเป็นธรรมภายใน
ยังมิได้แตกไป แต่รูปอันเป็นธรรมภายนอกยังมิได้มาสู่คลอง และการประมวลที่สมกันก็ยังไม่มี ความปรากฏแห่งความเป็นวิญญาณที่สมกันก็ยังไม่มีก่อน จักขุอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วยรูปอันเป็นธรรมภายนอกมาสู่คลองด้วย แต่การประมวลที่สมกันยังไม่มี ความปรากฏแห่งความเป็นวิญญาณที่สมกันก็ยังไม่มีก่อน ก็ในกาลใดแล จักขุอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วย รูปอันเป็นธรรมภายนอกก็มาสู่คลองด้วย การประมวลที่สมกันก็มีด้วย อย่างนี้ความปรากฏแห่งความเป็นวิญญาณที่สมกันจึงมี ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า จักขายตนะเกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณ
โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ อชฺฌตฺติโก เจว อาวุโส กาโย อปริภินฺโน โหติ พาหิรา จ โผฏฺฐพฺพา น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ฯเปฯ อชฺฌตฺติโก เจว อาวุโส กาโย อปริภินฺโน โหติ พาหิรา จ โผฏฺฐพฺพา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ฯเปฯ ยโต จ โข อาวุโส อชฺฌตฺติโก เจว กาโย อปริภินฺโน โหติ พาหิรา จ โผฏฺฐพฺพา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ตชฺโช จ สมนฺนาหาโร โหติ เอวํ ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ กายายตนํ กายวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ
๑ ม. มู. ๓๔๒ ฯ
ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ ฯลฯ กายายตนะเกิดพร้อมกับกายวิญญาณ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กายายตนะเกิดพร้อมกับกายวิญญาณ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวคำนี้ไว้ว่า อาวุโส กายอันเป็นธรรมภายใน
ยังมิได้แตกไป แต่โผฏฐัพพะอันเป็นธรรมภายนอกยังไม่มาสู่คลองและการประมวลที่สมกันก็ยังไม่มี ฯลฯ กายอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วย โผฏฐัพพะอันเป็นธรรมภายนอกก็มาสู่คลองด้วย แต่การประมวลที่สมกันยังไม่มี ฯลฯ ก็ในกาลใดแล กายอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วย โผฏฐัพพะก็มาสู่คลองด้วยการประมวลที่สมกันก็มีด้วย อย่างนี้ ความปรากฏแห่งความเป็น
วิญญาณที่สมกันจึงมี ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กายายตนะเกิดพร้อมกับกายวิญญาณ
น วตฺตพฺพํ เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา นิจฺจา ธุวา สสฺสตา อวิปริณามธมฺมาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ
ขณิกกถา ฯ
พาวีสติโม วคฺโค ฯ
ตสฺส อุทฺทานํ
อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานํ
อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายติ อรหา อาเนญฺเช
ฐิโต ปรินิพฺพายติ อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมาภิสมโย
อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย อรหตฺตปฺปตฺติ อตฺถิ สุปินคตสฺส
ธมฺมาภิสมโย อตฺถิ สุปินคตสฺส อรหตฺตปฺปตฺติ
สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตํ นตฺถิ กาจิ
อาเสวนปจฺจยตา เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นไปในขณะจิตอันหนึ่ง หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ธรรมทั้งปวง เที่ยง ยั่งยืน แน่นอน มีอันไม่แปรปรวนไปเป็นธรรมดา
หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ธรรมทั้งปวงก็เป็นไปในขณะจิตอันหนึ่ง น่ะสิ
ขณิกกถา จบ.
วรรคที่ ๒๒ จบ.
จบ ขณิกกถา