arnon.world

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๗

ทักขิณาวิสุทธิกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๒๙–๑๗๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๑ ในวรรคที่ ๑๗มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทกฺขิณาวิสุทฺธิกถา

ทักขิณาวิสุทธิกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๗ ทักขิณาวิสุทธิกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ ปฏิคฺคาหกา อาหุเนยฺยา ปาหุเนยฺยา ทกฺขิเณยฺยา อญฺชลีกรณียา อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ ปฏิคฺคาหกา อาหุเนยฺยา ปาหุเนยฺยา ทกฺขิเณยฺยา อญฺชลีกรณียา อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ

ฉบับหลวง

สกวาที ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็น

ผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลกมีอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ

เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลกมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก

บาลี (สยามรัฐ)

ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา ทกฺขิเณยฺยา วุตฺตา ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา ทกฺขิเณยฺยา วุตฺตา ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควรของทำบุญ

มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่า เป็นผู้

ควรของทำบุญ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก

บาลี (สยามรัฐ)

ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ โสตาปนฺเน ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ โสตาปนฺเน ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ นนุ อตฺถิ เกจิ สกทาคามิสฺส ฯเปฯ อนาคามิสฺส ฯเปฯ อรหโต ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เกจิ อรหโต ทานํ ทตฺวา ทกฺขิณํ อาราเธนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบัน แล้วชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบันแล้วชื่นชมบุญมีอยู่ ก็ต้องไม่

กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกส. ชนบางพวกให้ทานแก่พระสกทาคามี ฯลฯ แก่พระอนาคามี ฯลฯ แก่

พระอรหันต์ แล้วชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานแก่พระอรหันต์ แล้วชื่นชมบุญมีอยู่ ก็ต้อง

ไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก

บาลี (สยามรัฐ)

ปฏิคฺคาหกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ทายกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ อญฺญสฺส การโก ปรกตํ สุขทุกฺขํ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา จตสฺโส โข อิมา อานนฺท ทกฺขิณาวิสุทฺธิโย ฯ กตมา จตสฺโส ฯ อตฺถานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต อตฺถานนฺท ทกฺขิณา ปฏิคฺคาหกโต วิสุชฺฌติ โน ทายกโต อตฺถานนฺท ทกฺขิณา เนว ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต อตฺถานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต เจว วิสุชฺฌติ ปฏิคฺคาหกโต จ กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต อิธานนฺท ทายโก โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม

ปฏิคฺคาหกา โหนฺติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา ปฏิคฺคาหกโต วิสุชฺฌติ โน ทายกโต อิธานนฺท ทายโก โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม ปฏิคฺคาหกา โหนฺติ สีลวนฺโต กลฺยาณ ธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา ปฏิคฺคาหกโต วิสุชฺฌติ โน ทายกโต กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา เนว ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต อิธานนฺท ทายโก จ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม ปฏิคฺคาหกา จ โหนฺติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา เนว ทายกโต วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโต กถญฺจานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต เจว วิสุชฺฌติ ปฏิคฺคาหกโต จ อิธานนฺท ทายโก จ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม ปฏิคฺคาหกา จ โหนฺติ สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา เอวํ โข อานนฺท ทกฺขิณา ทายกโต เจว วิสุชฺฌติ ปฏิคฺคาหกโต จ อิมา โข อานนฺท จตสฺโส ทกฺขิณาวิสุทฺธิโยติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ทายกโตว ทานํ วิสุชฺฌติ โน ปฏิคฺคาหกโตติ ฯ

ทกฺขิณาวิสุทฺธิกถา ฯ

สตฺตรสโม วคฺโค ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

อตฺถิ อรหโต ปุญฺญูปจโย นตฺถิ อรหโต อกาลมจฺจุ

สพฺพมิทํ กมฺมโต อินฺทฺริยพทฺธญฺเญว

ทุกฺขํ ฐเปตฺวา อริยมคฺคํ อวเสสา สงฺขารา ทุกฺขา

สงฺโฆ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคณฺหาติ สงฺโฆ ทกฺขิณํ

วิโสเธติ สงฺโฆ ภุญฺชติ ปิวติ ขาทติ สายติ

สงฺฆสฺส ทินฺนํ มหปฺผลํ อตฺถิ ทานํ วิสุชฺฌตีติ ฯ

๑ ม. อุ. ๔๒๑ ฯ

ฉบับหลวง

ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยทายกหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้อื่นเป็นผู้ทำแก่ผู้อื่น สุขทุกข์อันคนอื่นทำให้ ผู้หนึ่งทำ แต่อีกผู้หนึ่ง

รับผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ ทักษิณาวิสุทธิมี ๔ อย่าง

๔ อย่าง เป็นไฉน ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหก มีอยู่ ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางทายก มีอยู่ ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหก มีอยู่ ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหก มีอยู่ ก็ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกอย่างไร ทายกในโลกนี้ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แต่ปฏิคคาหก เป็นผู้ทุศีล มีบาปธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกอย่างนี้แล ก็ทักษิณาบริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางทายกอย่างไร ทายกในโลกนี้ เป็นผู้ทุศีลมีบาปธรรม แต่ปฏิคคาหกเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางทายก อย่างนี้แล ก็ทักษิณาไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหกอย่างไร ทายกในโลกนี้ เป็นผู้ทุศีล มีบาปธรรมปฏิคคาหก ก็เป็นผู้ทุศีลมีบาปธรรม ทักษิณาไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหกอย่างนี้แล ก็ทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหกอย่างไร ทายกในโลกนี้เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมปฏิคคาหกก็เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหกอย่างนี้แล ดูกรอานนท์ ทักษิณาวิสุทธิมี ๔ อย่าง

ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่าทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์

ได้โดยปฏิคคาหก

ทักขิณาวิสุทธิกถา จบ

วรรคที่ ๑๗ จบ

จบ ทักขิณาวิสุทธิกถา