arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๓

ทิพพจักขุกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๙๕–๘๐๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๒ ในวรรคที่ ๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทิพฺพจกฺขุกถา

ทิพพจักขุกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๓ ทิพพจักขุกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มํสจกฺขุํ ทิพฺพจกฺขุํ ทิพฺพจกฺขุํ มํสจกฺขุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

สกวาที มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. มังสจักษุ ก็คือทิพยจักษุ ทิพยจักษุ ก็คือมังสจักษุ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิสํ มํสจกฺขุํ ตาทิสํ ทิพฺพจกฺขุํ ยาทิสํ ทิพฺพจกฺขุํ ตาทิสํ มํสจกฺขุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มังสจักษุเป็นเช่นใด ทิพยจักษุก็เป็นเช่นนั้น ทิพยจักษุเป็นเช่นใด

มังสจักษุก็เป็นเช่นนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว มํสจกฺขุํ ตํ ทิพฺพจกฺขุํ ตํ ทิพฺพจกฺขุํ ตํ มํสจกฺขุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุอันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มังสจักษุอันนั้น ทิพยจักษุก็อันนั้นแหละ ทิพยจักษุอันนั้น มังสจักษุก็

อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิโส มํสจกฺขุสฺส วิสโย อานุภาโว โคจโร ตาทิโส ทิพฺพสฺส จกฺขุสฺส วิสโย อานุภาโว โคจโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิสัย อานุภาพ โคจร ของมังสจักษุ เป็นเช่นใด วิสัย อานุภาพ โคจร

ของทิพยจักษุ ก็เป็นเช่นนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปาทินฺนํ หุตฺวา อนุปาทินฺนํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อุปาทินฺนํ หุตฺวา อนุปาทินฺนํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรํ หุตฺวา รูปาวจรํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

กามาวจรํ หุตฺวา รูปาวจรํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ หุตฺวา อรูปาวจรํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจร หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

รูปาวจรํ หุตฺวา อรูปาวจรํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริยาปนฺนํ หุตฺวา อปริยาปนฺนํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจร หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นปริยาปันนะแล้วเป็นอปริยาปันนะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิพฺพจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ มํสจกฺขุํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทิพยจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว ก็เป็นมังสจักษุ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิพฺพจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ปญฺญาจกฺขุํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทิพยจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นปัญญาจักษุ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิพฺพจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ มํสจกฺขุํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทิพยจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นมังสจักษุ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

มํสจกฺขุํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพจกฺขุํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺวว จกฺขูนีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักษุ มี ๒ อย่างเท่านั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เทฺวว จกฺขูนีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตีณิ จกฺขูนิ วุตฺตานิ ภควตา มํสจกฺขุํ ทิพฺพจกฺขุํ ปญฺญาจกฺขุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตีณิ จกฺขูนิ วุตฺตานิ ภควตา มํสจกฺขุํ ทิพฺพจกฺขุํ ปญฺญาจกฺขุํ โน วต เร วตฺตพฺเพ เทฺวว จกฺขูนีติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. จักษุ มี ๒ อย่างเท่านั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสจักษุว่ามี ๓ คือ มังสจักษุ ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ

มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสจักษุว่ามี ๓ คือ มังสจักษุ ทิพยจักษุ

ปัญญาจักษุ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้น

บาลี (สยามรัฐ)

เทฺวว จกฺขูนีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตีณิมานิ ภิกฺขเว จกฺขูนิ ฯ กตมานิ ตีณิ ฯ มํสจกฺขุํ ทิพฺพจกฺขุํ ปญฺญาจกฺขุํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ จกฺขูนีติ

มํสจกฺขุํ ทิพฺพจกฺขุํ ปญฺญาจกฺขุํ อนุตฺตรํ

เอตานิ ตีณิ จกฺขูนิ อกฺขาสิ ปุริสุตฺตโม

มํสจกฺขุสฺส อุปฺปาโท มคฺโค ทิพฺพสฺส จกฺขุโน

ยทา จ ญาณํ อุทปาทิ ปญฺญาจกฺขุํ อนุตฺตรํ

ตสฺส จกฺขูสฺส ปฏิลาภา สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ เทฺวว จกฺขูนีติ ฯ

ทิพฺพจกฺขุกถา ฯ

ฉบับหลวง

ส. จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุนี้มี ๓ อย่าง, ๓

อย่างเป็นไฉน มังสจักษุ ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ จักษุมี ๓ อย่างฉะนี้แล

พระผู้มีพระภาคผู้ปุริโสดม ได้ตรัสจักษุ ๓ อย่างนี้ คือมังสจักษุ ทิพยจักษุ และปัญญาจักษุ อันยอดเยี่ยมไว้แล้ว ความเกิดขึ้นแห่งมังสจักษุ เป็นทางแห่งทิพยจักษุ ก็เมื่อใด ญาณ คือปัญญาจักษุ อันยอดเยี่ยมเกิดขึ้นแล้ว เมื่อนั้น ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ เพราะการได้จักษุนั้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้น

ทิพพจักขุกถา จบ

จบ ทิพพจักขุกถา