พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๓
ทิพพโสตกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๐๙–๘๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๒ ในวรรคที่ ๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ทิพฺพโสตกถา
ทิพพโสตกถา
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๓ ทิพพโสตกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มํสโสตํ ทิพฺพโสตํ ทิพฺพโสตํ มํสโสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. มังสโสต ก็คือทิพยโสต ทิพยโสต ก็คือ มังสโสต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิสํ มํสโสตํ ตาทิสํ ทิพฺพโสตํ ยาทิสํ ทิพฺพโสตํ ตาทิสํ มํสโสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มังสโสตเป็นเช่นใด ทิพยโสตก็เป็นเช่นนั้น ทิพยโสตเป็นเช่นใด
มังสโสตก็เป็นเช่นนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว มํสโสตํ ตํ ทิพฺพโสตํ ตํ ทิพฺพโสตํ ตํ มํสโสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑ ขุ. อิติวุตฺตก. ๒๑๘ ฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มังสโสตอันนั้น ทิพยโสตก็อันนั้นแหละ ทิพยโสตอันนั้น มังสโสตก็
อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยาทิโส มํสโสตสฺส วิสโย อานุภาโว โคจโร ตาทิโส ทิพฺพโสตสฺส วิสโย อานุภาโว โคจโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิสัย อานุภาพ โคจร แห่งมังสโสต เป็นเช่นใด วิสัย อานุภาพ โคจร
แห่งทิพยโสต ก็เป็นเช่นนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปาทินฺนํ หุตฺวา อนุปาทินฺนํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อุปาทินฺนํ หุตฺวา อนุปาทินฺนํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรํ หุตฺวา รูปาวจรํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กามาวจรํ หุตฺวา รูปาวจรํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ หุตฺวา อรูปาวจรํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจร หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
รูปาวจรํ หุตฺวา อรูปาวจรํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริยาปนฺนํ หุตฺวา อปริยาปนฺนํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจร หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นปริยาปันนะแล้วเป็นอปริยาปันนะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิพฺพโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ มํสโสตํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิพยโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว ก็เป็นมังสโสต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มํสโสตํ ธมฺมูปตฺถทฺธํ ทิพฺพโสตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เอกญฺเญว โสตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. มังสโสต อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยโสต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โสตมีอย่างเดียวเท่านั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เอกญฺเญว โสตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ เทฺว โสตานิ วุตฺตานิ ภควตา มํสโสตํ ทิพฺพโสตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ เทฺว โสตานิ วุตฺตานิ ภควตา มํสโสตํ ทิพฺพโสตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ เอกญฺเญว โสตนฺติ ฯ
ทิพฺพโสตกถา ฯ
ส. โสตมีอย่างเดียวเท่านั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสโสตว่ามี ๒ อย่าง คือ มังสโสตและทิพยโสต
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสโสตว่ามี ๒ อย่าง คือมังสโสต และทิพย
โสต ก็ต้องไม่กล่าวว่า โสตมีอย่างเดียวเท่านั้น
ทิพพโสตกถา จบ.
จบ ทิพพโสตกถา