arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๕

ปัจจุปปันนญาณกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๗๓–๑๐๗๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในวรรคที่ ๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ปจฺจุปฺปนฺนญาณกถา

ปัจจุปปันนญาณกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๕ ปัจจุปปันนญาณกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ปจฺจุปฺปนฺเน ๒ ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ญาณนฺติ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ญาณนฺติ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ ญาณํ ตสฺส ญาณสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตํ ญาณํ ตสฺส ญาณสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ผสฺเสน ตํ ผสฺสํ ผุสติ ตาย เวทนาย ตํ เวทนํ เวเทติ ตาย สญฺญาย ตํ สญฺญํ สญฺชานาติ ตาย เจตนาย ตํ เจตนํ เจเตติ เตน จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ จินฺเตติ เตน วิตกฺเกน ตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ เตน วิจาเรน ตํ วิจารํ วิจาเรติ ตาย ปีติยา ตํ ปีตึ ปิยายติ

ตาย สติยา ตํ สตึ สรติ ตาย ปญฺญาย ตํ ปญฺญํ ปชานาติ เตน ขคฺเคน ตํ ขคฺคํ ฉินฺทติ เตน ผรสุนา ตํ ผรสุํ ตจฺฉติ ตาย กุธาริยา ตํ กุธารึ ตจฺฉติ ตาย วาสิยา ตํ วาสึ ตจฺฉติ ตาย สูจิยา ตํ สูจึ สิพฺเพติ เตน องฺคุลคฺเคน ตํ องฺคุลคฺคํ ปรามสติ เตน นาสิกคฺเคน ตํ นาสิกคฺคํ ปรามสติ เตน มตฺถเกน ตํ มตฺถกํ ปรามสติ เตน คูเถน ตํ คูถํ โธวติ เตน มุตฺเตน ตํ มุตฺตํ โธวติ เตน เขเฬน ตํ เขฬํ โธวติ เตน ปุพฺเพน ตํ ปุพฺพํ โธวติ เตน โลหิเตน ตํ โลหิตํ โธวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑ วิ. ม. ๒. ๘๔ ฯ ๒. ม. ปฏุปฺปนฺเน. (สพฺพตฺถ สทิสเมว.)

ฉบับหลวง

สกวาที ความรู้ในปัจจุบัน (สภาวะที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า) มีอยู่หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นว่าความรู้ ด้วยความรู้นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นว่าความรู้ ได้ด้วยความรู้นั้นหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความรู้นั้น เป็นอารมณ์แห่งความรู้นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความรู้นั้น เป็นอารมณ์แห่งความรู้นั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลถูกต้องผัสสะนั้นได้ด้วยผัสสะนั้น เสวยเวทนานั้นได้ด้วยเวทนา

นั้น จำสัญญานั้นได้ด้วยสัญญานั้น ตั้งเจตนานั้นได้ด้วยเจตนานั้น คิดจิตนั้นได้ด้วยจิตนั้น ตรึกวิตกนั้นได้ด้วยวิตกนั้น ตรองวิจารนั้นได้ด้วยวิจารนั้น ดื่มปีตินั้นได้ด้วยปีตินั้น ระลึกสตินั้นได้ด้วยสตินั้น ทราบชัดปัญญานั้นได้ด้วยปัญญานั้น ตัดขันธ์นั้นได้ด้วยขันธ์นั้น ถากขวานนั้นได้ด้วยขวานนั้น ถากผึ่งนั้นได้ด้วยผึ่งนั้น ถากมีดนั้นได้ด้วยมีดนั้นเย็บเข็มนั้นได้ด้วยเข็มนั้น ลูบคลำปลายองคุลีนั้นได้ด้วยปลายองคุลีนั้นลูบคลำปลายนาสิกนั้นได้ด้วยปลายนาสิกนั้น ลูบคลำกระหม่อมนั้นได้ด้วยกระหม่อมนั้น ล้างคูถนั้นได้ด้วยคูถนั้น ล้างมูตรนั้นได้ด้วยมูตรนั้นล้างเขฬะนั้นได้ด้วยเขฬะนั้น ล้างหนองนั้นได้ด้วยหนองนั้น ล้างเลือดนั้นได้ด้วยเลือดนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

น วตฺตพฺพํ ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจโต ทิฏฺเฐ ตมฺปิ ญาณํ อนิจฺจโต ทิฏฺฐํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจโต ทิฏฺเฐ ตมฺปิ ญาณํ อนิจฺจโต ทิฏฺฐํ โหติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ

ปจฺจุปฺปนฺนญาณกถา ฯ

ฉบับหลวง

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความรู้ในปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว แม้

ความรู้นั้น ก็เป็นอันพระโยคาวจรนั้นได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยง

แล้ว แม้ความรู้นั้นก็เป็นอันพระโยคาวจรนั้นได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ความรู้ในปัจจุบันมีอยู่

ปัจจุปปันนญาณกถา จบ

จบ ปัจจุปปันนญาณกถา