arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · กัลยาณวรรค

ชหติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๘๖–๓๐๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๓ ในกัลยาณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ชหติกถา

ชหติกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค ชหติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อจฺจนฺตํ ชหติ อนวเสสํ ชหติ อปฺปฏิสนฺธิยํ ชหติ สมูลํ ชหติ สตณฺหํ ชหติ สานุสยํ ชหติ อริเยน ญาเณน ชหติ อริเยน มคฺเคน ชหติ อกุปฺปํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ชหติ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

สกวาที ปุถุชนละกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วนเหลือ ละได้ไม่มีเยื่อใย ละได้กับทั้งราก

ละได้กับทั้งตัณหา ละได้กับทั้งอนุสัย ละได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะละได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะ แทงตลอดอกุปปธรรมละได้ ทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

วิกฺขมฺเภติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ อปฺปฏิสนฺธิยํ วิกฺขมฺเภติ สมูลํ วิกฺขมฺเภติ สตณฺหํ วิกฺขมฺเภติ สานุสยํ วิกฺขมฺเภติ อริเยน ญาเณน วิกฺขมฺเภติ อริเยน มคฺเคน วิกฺขมฺเภติ อกุปฺปํ ปฏิวิชฺฌนฺโต วิกฺขมฺเภติ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนข่มกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ข่มได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มีส่วนเหลือ ข่มได้ไม่มีเยื่อใย ข่มได้กับทั้งราก

ข่มได้กับทั้งตัณหา ข่มได้กับทั้งอนุสัย ข่มได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะข่มได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะแทงตลอดอกุปปธรรมข่มได้ ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ ชหติ อนวเสสํ ชหติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ ชหติ อนวเสสํ ชหติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้ และบุคคลนั้นละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนละกามราคะ และพยาบาทได้ และเขาละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มี

ส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

วิกฺขมฺเภติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วิกฺขมฺเภติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ข่มกามราคะพยาบาทได้ และบุคคลนั้นข่มได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มีส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนข่มกามราคะและพยาบาทได้ และเขาข่มได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มี

ส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ ชหติ น อนวเสสํ ชหติ น อปฺปฏิสนฺธิยํ ชหติ น สมูลํ ชหติ น สตณฺหํ ชหติ น สานุสยํ ชหติ น อริเยน ญาเณน ชหติ น อริเยน มคฺเคน ชหติ น อกุปฺปํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ชหติ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ ชหติ ฯเปฯ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ แต่เขาจะละได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะละได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ จะละได้ไม่มีเยื่อใยก็หามิได้ จะละได้กับทั้งรากก็หามิได้ จะละได้กับทั้งตัณหาก็มิได้ จะละได้กับทั้งอนุสัยก็หามิได้จะละได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะก็หามิได้ จะละได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะก็หามิได้ จะแทงตลอดอกุปปธรรมละได้ก็หามิได้ จะทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ก็หามิได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้

แต่บุคคลนั้นจะละได้ทั้งหมดก็หามิได้ ฯลฯ จะทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ก็หามิได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

วิกฺขมฺเภติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ น อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วิกฺขมฺเภติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ น อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนข่มกามราคะและพยาบาทได้ แต่เขาจะข่มได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะข่มได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ ฯลฯ จะทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ก็หามิได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ข่มกามราคะและพยาบาทได้

แต่บุคคลนั้นจะข่มได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะข่มได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ ฯลฯ จะทำให้แจ้ง อนาคามิผลข่มได้ก็หามิได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กตเมน มคฺเคนาติ รูปาวจเรน มคฺเคนาติ ฯ รูปาวจโร มคฺโค นิยฺยานิโก ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสโว อสญฺโญชนิโย อคนฺถนิโย อโนฆนิโย อโยคนิโย อนีวรณิโย อปรามฏฺโฐ อนุปาทานิโย อสงฺกิเลสิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ รูปาวจโร มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ รูปาวจโร มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโก โน วต เร วตฺตพฺเพ ชหติ ปุถุชฺชโน รูปาวจเรน มคฺเคน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ด้วยมรรคไหน

ป. ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร

ส. มรรคส่วนรูปาวจรเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึง

ความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มรรคส่วนรูปาวจร ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึง

ความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพานเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า มรรคส่วนรูปาวจร ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรม

ให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ก็ต้องไม่กล่าวว่า ปุถุชน ละกามราคะ และพยาบาทได้ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร

บาลี (สยามรัฐ)

ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิมคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค นิยฺยานิโก ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสโว อสญฺโญชนิโย ฯเปฯ อสงฺกิเลสิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ ปุถุชฺชโน รูปาวจเรน มคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค นิยฺยานิโก ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสโว อสญฺโญชนิโย ฯเปฯ อสงฺกิเลสิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยอนาคามิมรรค และมรรคนั้นเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร และมรรคนั้น

เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ

ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ชหติ ปุถุชฺชโน รูปาวจเรน มคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิมคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยมรรค ส่วนรูปาวจรและมรรคนั้นไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้ด้วย

อนาคามิมรรค แต่มรรคนั้นไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺเต สณฺฐาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ดำรงอยู่ในอรหัตตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตโย มคฺเค ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตโย มคฺเค ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตีณิ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตีณิ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณฺณํ ผสฺสานํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ติสฺสนฺนํ สญฺญานํ ติสฺสนฺนํ เจตนานํ ติณฺณํ จิตฺตานํ ติสฺสนฺนํ สทฺธานํ ติณฺณํ วีริยานํ ติสฺสนฺนํ สตีนํ ติณฺณํ สมาธีนํ ติสฺสนฺนํ ปญฺญานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ยังมรรคทั้งสามให้เกิดได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ยังมรรคทั้งสามให้เกิดได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทำให้แจ้งสามัญญผลทั้งสามได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ทำให้แจ้งสามัญญผลทั้งสามได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะสาม แห่งเวทนาสาม แห่งสัญญาสาม แห่ง

เจตนาสาม แห่งจิตสาม แห่งศรัทธาสาม แห่งวิริยะสาม แห่งสติสามแห่งสมาธิสาม แห่งปัญญาสาม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กตเมน มคฺเคนาติ ฯ อนาคามิมคฺเคนาติ ฯ อนาคามิมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานา โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานา โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามิมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวา สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวา สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามิมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ด้วยสกทาคามิมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. ด้วยมรรคไหน

ป. ด้วยอนาคามิมรรค

ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคตรัสโสดาปัตติผล เพราะละสัญโญชน์สาม มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสโสดาปัตติผล เพราะละสัญโญชน์สาม ก็

ต้องไม่กล่าวว่า ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอนาคามิมรรค ฯลฯ

ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ ได้ด้วยอนาคามิมรรค

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคตรัสสกทาคามิผล เพราะความเบาบางแห่งกามราคะและ

พยาบาท มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสสกทาคามิผล เพราะความเบาบางแห่งกาม

ราคะและพยาบาท ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอนาคามิมรรค

บาลี (สยามรัฐ)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เย เกจิ ธมฺมํ อภิสเมนฺติ สพฺเพ เต สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใดบรรลุธรรมได้ ชนเหล่านั้นทั้งหมดดำรงอยู่ในอนาคา

มิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

น วตฺตพฺพํ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา

อเหสุนฺเต อตีตํเส ฉ สตฺถาโร ยสสฺสิโน

นิรามคนฺธา กรุเณ วิมุตฺตา กามสญฺโญชนา

กามราคํ วิราเชตฺวา พฺรหฺมโลกูปคา อหุ

อเหสุํ สาวกา เตสํ อเนกานิ สตานิปิ

นิรามคนฺธา กรุเณ วิมุตฺตา กามสญฺโญชนา

กามราคํ วิราเชตฺวา พฺรหฺมโลกูปคา อหูติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ

๑ อํ. ฉกฺก. ๘๙ ตตฺถ ปน อภิเสกา อตีตํเสติ ปาโฐ ฯ

ฉบับหลวง

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ในกาลส่วนอดีต ได้มีศาสดาทั้งหกเป็นผู้

มียศ หมดความฉุนโกรธ แจ่มใสเพราะกรุณา พ้นจากความเกี่ยวข้องในกาม คลายกามราคะแล้ว เข้าถึงพรหมโลก แม้สาวกของศาสดาเหล่านั้น อันมีจำนวนหลายร้อยก็เป็นผู้หมดความฉุนโกรธแจ่มใสเพราะกรุณา พ้นจากความเกี่ยวข้องในกาม คลายกามราคะแล้ว เข้าถึงพรหมโลก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น ปุถุชนก็ละกามราคะและพยาบาทได้น่ะสิ

บาลี (สยามรัฐ)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา โส หิ นาม ภิกฺขเว สุเนตฺโต สตฺถา เอวํทีฆายุโก สมาโน เอวํจิรฏฺฐิติโก อปริมุตฺโต อโหสิ ชาติยา ชรามรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ อปริมุตฺโต ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ จตุนฺนํ ธมฺมานํ อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ อริยสฺส สีลสฺส อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา อริยสฺส สมาธิสฺส อริยาย ปญฺญาย อริยาย วิมุตฺติยา อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา ตยิทํ ภิกฺขเว อริยํ สีลํ อนุพุทฺธํ ปฏิวิทฺธํ อริโย สมาธิ อนุพุทฺโธ ปฏิวิทฺโธ อริยา ปญฺญา อนุพุทฺธา ปฏิวิทฺธา อริยา วิมุตฺติ อนุพุทฺธา ปฏิวิทฺธา อุจฺฉินฺนา ภวตณฺหา ขีณา ภวเนตฺติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ

สีลํ สมาธิ ปญฺญา จ วิมุตฺติ จ อนุตฺตรา

อนุพุทฺธา อิเม ธมฺมา โคตเมน ยสสฺสินา

อิติ พุทฺโธ อภิญฺญาย ธมฺมมกฺขาสิ ภิกฺขุนํ

ทุกฺขสฺสนฺตกโร สตฺถา จกฺขุมา ปรินิพฺพุโตติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ

ชหติกถา ฯ

๑ อํ. สตฺตก. ๑๐๖ ฯ

ฉบับหลวง

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศาสดาชื่อสุเนตตะนั้น

แล เป็นผู้มีอายุยืนอย่างนี้ ทรงชีพอยู่นานอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้หลุดพ้นจาก ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสอุปายาส เรากล่าวว่า เป็นผู้ไม่พ้นจากทุกข์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? ก็เพราะไม่รู้ตาม ไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมทั้งสี่ ธรรมทั้งสี่เป็นไฉน? เพราะไม่รู้ตาม ไม่แทงตลอด ซึ่งศีลอันเป็นอริยะ ซึ่งสมาธิอันเป็นอริยะ ซึ่งปัญญาอันเป็นอริยะ ซึ่งวิมุติอันเป็นอริยะดูกรภิกษุทั้งหลาย ศีลอันเป็นอริยะ สมาธิอันเป็นอริยะ ปัญญาอันเป็นอริยะ วิมุตติอันเป็นอริยะ นี้ อันเรารู้ตามแล้ว แทงตลอดแล้วเราจึงถอนตัณหาในภพเสียได้แล้ว ตัณหาอันจะนำไปสู่ภพสิ้นไปแล้วบัดนี้ภพใหม่ไม่มี ดังนี้ (พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยากรณพจน์นี้ครั้นแล้วจึงได้ตรัสคำอันท่านประพันธ์เป็นคาถาในภายหลัง ความว่าดังนี้)ธรรมเหล่านี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ เป็นธรรมอันยอดเยี่ยมอันพระโคดมผู้มียศทรงตามรู้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงรู้ยิ่งด้วยประการฉะนี้แล้ว ได้ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย เป็นศาสดาผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ ผู้มีจักษุ ปรินิพพานแล้ว ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนและกามราคะ และพยาบาทได้น่ะสิ

ชหติกถา จบ.

จบ ชหติกถา