arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๓

สังวรกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๒๘–๘๓๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๒ ในวรรคที่ ๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สํวรกถา

สังวรกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๓ สังวรกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

สกวาที ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

นตฺถิ เทเวสุ อสํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ความไม่สำรวมไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสำรวมก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

นนุ อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร โน จ วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ มิจฺฉา โน เจ ปน วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อสํวรา สํวโร สีลํ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร โน จ วตฺตพฺเพ อตฺถิ เทเวสุ อสํวโร ยมฺหา อสํวรา สํวโร สีลนฺติ มิจฺฉา ฯ

ฉบับหลวง

ส. ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม มิใช่หรือ ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้น ก็มีอยู่

ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะ, หากว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม

ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ศีลคือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา แต่ไม่พึงกล่าวว่าศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา ก็ต้องไม่กล่าวว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดาที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวม ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา แต่ไม่พึงกล่าวว่า ศีล คือความสำรวมจากความไม่สำรวมใด ความไม่สำรวมนั้นก็มีอยู่ในหมู่เทวดา ดังนี้ ผิด

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ มนุสฺเสสุ สํวโร อตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ สํวโร อตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ความสำรวมมีอยู่ในมนุษย์ ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์นั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ความไม่สำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ เทเวสุ สํวโร นตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ สํวโร นตฺถิ ตตฺถ อสํวโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่เทวดา ความไม่สำรวมไม่มีอยู่ในหมู่เทวดานั้นหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสำรวมมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ความไม่สำรวมไม่มีอยู่ในหมู่มนุษย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. การเว้นจากปาณาติบาต มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มน้ำเมา กล่าวคือสุรา

และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็

อยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

นตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. ปาณาติบาตไม่มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การเว้นจากปาณาติบาต ก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือ สุราและเมรัย

ไม่มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา

และเมรัย ก็ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ มนุสฺเสสุ ปาณาติปาตา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี อตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์นั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่เทวดา ปาณาติบาตก็มีอยู่ในหมู่เทวดา

นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือ สุรา

และเมรัย มีอยู่ในหมู่มนุษย์ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็มีอยู่ในหมู่มนุษย์นั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา

และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ก็มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถิ เทเวสุ ปาณาติปาตา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ ปาณาติปาตา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ ปาณาติปาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ เทเวสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มนุสฺเสสุ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี นตฺถิ ตตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่เทวดา ปาณาติบาตไม่มีในหมู่หมวดนั้นหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การเว้นจากปาณาติบาตมีอยู่ในหมู่มนุษย์ ปาณาติบาตไม่มีในหมู่มนุษย์นั้น

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา

และเมรัย มีอยู่ในหมู่เทวดา เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัยไม่มีอยู่ในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การเว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุรา

และเมรัย มีอยู่ในมนุษย์ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย ไม่มีในมนุษย์นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

นตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ เทวา๔ ปาณาติปาติโน อทินฺนาทายิโน กาเมสุมิจฺฉาจาริโน มุสาวาทิโน สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายิโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อตฺถิ เทเวสุ สํวโรติ ฯ

สํวรกถา ฯ

ฉบับหลวง

ป. ความสำรวมไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. เทวดาทั้งปวง เป็นผู้ผลาญชีวิต เป็นผู้ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม เป็นผู้พูดเท็จ เป็นผู้ตั้งอยู่ในความประมาทคือ ดื่มน้ำเมากล่าวคือสุราและเมรัย หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น ความสำรวมก็มีอยู่ในหมู่เทวดา น่ะสิ

สังวรกถา จบ

จบ สังวรกถา