พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒
ปรูปหารกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔๖–๔๘๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๑ ในวรรคที่ ๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปรูปหารกถา
วรรคที่ ๒
ปรูปหารกถา
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒ ปรูปหารกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ราคะ กามราคะ ความกลุ้มรุมแห่งกามราคะ สัญโญชน์คือกามราคะ
โอฆะคือกาม โยคะคือกาม กามฉันทนิวรณ์ ของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ อรหโต ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ อรหโต ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺทนีวรณํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ
ส. ราคะ กามราคะ ความกลุ้มรุมแห่งกามราคะ สัญโญชน์คือกามราคะโอฆะคือกาม โยคะคือกาม กามฉันทนิวรณ์ ไม่มีแก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ราคะ กามราคะ ความกลุ้มรุมแห่งกามราคะ สัญโญชน์คือกาม
ราคะ โอฆะคือกาม โยคะคือกาม กามฉันทนิวรณ์ ไม่มีแก่พระอรหันต์ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ อตฺถิ ตสฺส ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ อตฺถิ ตสฺส ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ ฯเปฯ กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของปุถุชนมีอยู่ และราคะ กามราคะ ความกลุ้มรุมแห่งกามราคะ สัญโญชน์คือกามราคะ โอฆะคือกาม โยคะคือกามกามฉันทนิวรณ์ ของเขาก็ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ และราคะ กามราคะ
ความกลุ้มรุมแห่งกามราคะ ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ ของท่านก็ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ นตฺถิ ตสฺส ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ ฯเปฯ กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ นตฺถิ ตสฺส ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ ฯเปฯ กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ยังมีอยู่ แต่ราคะ กามราคะความกลุ้มรุมแห่งกามราคะ ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของปุถุชนมีอยู่ แต่ราคะ กามราคะ ความกลุ้ม
รุมแห่งกามราคะ ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ ไม่มีแก่เขา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ เกนฏฺเฐนาติ ฯ หนฺท หิ มารกายิกา เทวตา อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โดยอรรถาธิบายอย่างไร
ป. โดยอรรถาธิบายว่า เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อย
สุกกะคืออสุจิแก่พระอรหันต์
มารกายิกา เทวตา อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ มารกายิกานํ เทวตานํ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่พระอรหันต์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของเทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มารมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ มารกายิกานํ เทวตานํ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ มารกายิกานํ เทวตานํ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ โน วต เร วตฺตพฺเพ มารกายิกา เทวตา อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิไม่มีแก่เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิไม่มีแก่เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่พระอรหันต์
มารกายิกา เทวตา อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มารกายิกา เทวตา อตฺตโน อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺติ อญฺเญสํ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺติ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่ตนได้
นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่คนอื่นๆ ได้ และนำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่บุคคลนั้นได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มารกายิกา เทวตา เนว อตฺตโน น อญฺเญสํ น ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มารกายิกา เทวตา เนว อตฺตโน น อญฺเญสํ น ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ มารกายิกา เทวตา อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ
ส. เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่ตนก็ไม่ได้ แก่คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ แก่บุคคลนั้นก็ไม่ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิ
แก่ตนไม่ได้ แก่คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ แก่บุคคลนั้นก็ไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าเทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่พระอรหันต์
มารกายิกา เทวตา อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํห- รนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โลมกูเปหิ อุปสํหรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่พระอรหันต์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นำเข้าไปทางขุมขน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มารกายิกา เทวตา อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐึ อุปสํหรนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กึการณาติ ฯ หนฺท หิ วิมตึ คาหยิสฺสามาติ ฯ อตฺถิ อรหโต วิมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่มาร นำเข้าไปซึ่งการปล่อยสุกกะคืออสุจิแก่พระอรหันต์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะเหตุไร
ป. เพราะจะยังท่านให้ตกอยู่ในความสงสัย
ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต วิมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต สตฺถริ วิมติ ธมฺเม วิมติ สงฺเฆ วิมติ สิกฺขาย วิมติ ปุพฺพนฺเต วิมติ อปรนฺเต วิมติ ปุพฺพนฺตาปรนฺเต วิมติ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ วิมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระธรรม ความสงสัยใน
พระสงฆ์ ความสงสัยในสิกขา ความสงสัยในส่วนเบื้องต้น ความสงสัยในส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในส่วนเบื้องต้นและส่วนเบื้องปลายความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้นของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ อรหโต สตฺถริ วิมติ ธมฺเม วิมติ สงฺเฆ วิมติ สิกฺขาย วิมติ ปุพฺพนฺเต วิมติ อปรนฺเต วิมติ ปุพฺพนฺตาปรนฺเต วิมติ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ วิมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ อรหโต สตฺถริ วิมติ ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจ- สมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ วิมติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต วิมตีติ ฯ
ส. ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระธรรม ความสงสัยในพระสงฆ์ ความสงสัยในสิกขา ความสงสัยในส่วนเบื้องต้น ความสงสัยในส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในส่วนเบื้องต้นและส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัยธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ไม่มีแก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาท
ธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ไม่มีแก่พระอรหันต์ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่
อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส วิมติ อตฺถิ ตสฺส สตฺถริ วิมติ ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ วิมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต วิมติ อตฺถิ ตสฺส สตฺถริ วิมติ ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจ- สมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ วิมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ความสงสัยของปุถุชนยังมีอยู่ และความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความสงสัยปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้นของเขาก็ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ และความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ
ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของท่านก็ยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต วิมติ นตฺถิ ตสฺส สตฺถริ วิมติ ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ วิมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส วิมติ นตฺถิ ตสฺส สตฺถริ วิมติ ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ วิมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ
ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของท่านไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความ
สงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้นของเขาไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความ
สงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้นของเขาไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ กิสฺส นิสฺสนฺโทติ ฯ อสิตปีตขายิตสายิตสฺส นิสฺสนฺโทติ ฯ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ อสิตปีตขายิตสายิตสฺส นิสฺสนฺโทติ ฯ อามนฺตา ฯ เย เกจิ อสนฺติ ปิวนฺติ ขาทนฺติ ๑ สายนฺติ สพฺเพสญฺเญว อตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของอะไรป. เป็นผลของการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม
การเคี้ยว การลิ้ม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใด ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะ
คืออสุจิของชนเหล่านั้นทุกจำพวกเทียวยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เย เกจิ อสนฺติ ปิวนฺติ ขาทนฺติ สายนฺติ สพฺเพสญฺเญว อตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทารกา อสนฺติ ปิวนฺติ ขาทนฺติ สายนฺติ อตฺถิ ทารกานํ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใด ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของชนเหล่านั้นทุกจำพวกเทียวยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พวกทารก ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของ
ทารกมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปณฺฑกา อสนฺติ ปิวนฺติ ขาทนฺติ สายนฺติ อตฺถิ ปณฺฑกานํ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พวกบัณเฑาะก์ ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของบัณเฑาะก์มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เทวา อสนฺติ ปิวนฺติ ขาทนฺติ สายนฺติ อตฺถิ เทวตานํ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พวกเทวดา ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพวกเทวดามีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ อสิตปีตขายิตสายิตสฺส นิสฺสนฺโทติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ตสฺส อาสโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่มการเคี้ยว การลิ้ม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหโต อุจฺจารปสฺสาโว อสิตปีตขายิตสายิตสฺส นิสฺสนฺโท อตฺถิ ตสฺส อาสโยติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ อสิตปีตขายิตสายิตสฺส นิสฺสนฺโท อตฺถิ ตสฺส อาสโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑. ยุ. สพฺพตฺถ ขายนฺติ.
ส. อุจจาระ ปัสสาวะ ของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม ความประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม
การเคี้ยว การลิ้ม ความประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ อสิตปีตขายิตสายิตสฺส นิสฺสนฺโท นตฺถิ ตสฺส อาสโยติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต อุจฺจารปสฺสาโว อสิตปีตขายิตสายิตสฺส นิสฺสนฺโท นตฺถิ ตสฺส อาสโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่มการเคี้ยว การลิ้ม แต่ความประสงค์ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อุจจาระ ปัสสาวะ ของพระอรหันต์ เป็นผลของการกิน การดื่ม การ
เคี้ยว การลิ้ม แต่ความประสงค์ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย เมถุนํ ธมฺมํ อุปฺปาเทยฺย ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวเสยฺย กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุภเวยฺย มาลาคนฺธวิเลปนํ ธาเรยฺย ชาตรูปรชตํ สาทิเยยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์พึงเสพเมถุนธรรม พึงยังเมถุนธรรมให้เกิด พึงนอนที่นอน
อันเบียดเสียดด้วยบุตร พึงใช้ผ้ากาสิกพัสตร์และจุณจันทร์ พึงทัดทรงดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ พึงยินดีทองเงิน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ ปุถุชฺชโน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย เมถุนํ ธมฺมํ อุปฺปาเทยฺย ฯเปฯ ชาตรูปรชตํ สาทิเยยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ อรหา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย เมถุนํ ธมฺมํ อุปฺปาเทยฺย ฯเปฯ ชาตรูปรชตํ สาทิเยยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
การปล่อยสุกกะคืออสุจิของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนพึงเสพเมถุนธรรม ยังเมถุนธรรมให้เกิด ฯลฯ พึงยินดีทองเงิน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ พระอรหันต์พึงเสพเมถุน
ธรรม ยังเมถุนธรรมให้เกิด ฯลฯ พึงยินดีทองเงิน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ น จ อรหา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย เมถุนํ ธมฺมํ อุปฺปาเทยฺย ฯเปฯ ชาตรูปรชตํ สาทิเยยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ น จ ปุถุชฺชโน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย เมถุนํ ธมฺมํ อุปฺปาเทยฺย ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวเสยฺย กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุภเวยฺย มาลาคนฺธวิเลปนํ ธาเรยฺย ชาตรูปรชตํ สาทิเยยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ แต่พระอรหันต์จะพึงเสพเมถุนธรรม จะพึงยังเมถุนธรรมให้เกิด ฯลฯ จะพึงยินดีทองเงิน ก็หามิได้เลย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนจะพึงเสพเมถุนธรรม
จะพึงยังเมถุนธรรมให้เกิด จะพึงนอนที่นอนอันเบียดเสียดด้วยบุตร จะพึงใช้ผ้ากาสิกพัสตร์และจุณจันทร์ จะพึงทัดทรงดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ จะพึงยินดีทองเงิน ก็หามิได้เลย หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํ กโต อายตึอนุปฺปาทธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํ กโต อายตึอนุปฺปาทธมฺโม โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอด
ด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจ
ตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ไม่ต้องกล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ โมโห ปหีโน มาโน ปหีโน ทิฏฺฐิ ปหีนา วิจิกิจฺฉา ปหีนา ถีนํ ปหีนํ อุทฺธจฺจํ ปหีนํ อหิริกํ ปหีนํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุ กตํ อนภาวํ กตํ อายตึอนุปฺปาทธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวํ กตํ อายตึอนุปฺปาทธมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โทสะ ฯลฯ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ
อโนตตัปปะ อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อโนตตัปปะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้
เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้วเพื่อละขาดซึ่งราคะ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ ก็ต้องไม่
กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต ราคปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ภาวิตา ฯเปฯ สมฺมปฺปธานา ภาวิตา อิทฺธิปาทา ภาวิตา อินฺทฺริยา ภาวิตา พลา ภาวิตา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต ราคปฺปหานาย โพชฺฌงฺคา ภาวิตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังสัมมัปปธานให้เกิดแล้ว
ยังอิทธิบาทให้เกิดแล้ว ยังอินทรีย์ให้เกิดแล้ว ยังพละให้เกิดแล้ว ฯลฯ
ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต โทสปฺปหานาย ฯเปฯ โมหปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต อโนตฺตปฺปปฺปหานาย โพชฺฌงฺคา ภาวิตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละ
ขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งโมหะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ
ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ มีอยู่
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสญฺโญชโน สมฺมทญฺญาวิมุตฺโต อุกฺขิตฺตปลิโฆ สงฺกิณฺณปริโข อพฺพุฬฺเหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต สุวิชิตวิชโย ๑ ทุกฺขนฺตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน นิโรโธ สจฺฉิกโต มคฺโค ภาวิโต อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห กตกรณีโย ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ
๑. ม. สุวิชิตวิชยี.
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จ
แล้ว ปลงภาระแล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว มีเครื่องผูกไว้ในภพสิ้นไปรอบแล้ว พ้นวิเศษแล้ว เพราะรู้ชอบ มีลิ่มอันยกขึ้นแล้ว มีคูอันกลบแล้ว มีเสาระเนียดอันถอนขึ้นแล้ว เป็นผู้ไม่มีลิ่มสลัก เป็นอริยะ ลดธง(คือมานะ) แล้ว วางภาระแล้ว หมดเครื่องผูกพันแล้ว มีชัยชนะอย่างดีวิเศษแล้ว ท่านกำหนดรู้ทุกข์แล้ว ละสมุทัยแล้ว ทำนิโรธให้แจ้งแล้วยังมรรคให้เกิดแล้ว รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่งแล้ว ได้กำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้แล้ว ละธรรมที่ควรละแล้ว บำเพ็ญธรรมที่ควรบำเพ็ญแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ทำกิจที่ควร
ทำเสร็จแล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต อตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐิ ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต นตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต อตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต อตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน (ผู้ปัญญา
วิมุต) มีอยู่ แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิ ไม่มีแก่พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น (ผู้อุภโตภาควิมุต)
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตนมีอยู่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่นมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต นตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต นตฺถิ อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิ ไม่มีแก่พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิ ไม่มีแก่พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาดราคะแล้ว แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ละขาดราคะแล้ว แต่การปล่อยสุกกะคือ
อสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สธมฺมกุสลสฺส อรหโต โทโส ปหีโน โมโห ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาดโทสะแล้ว ละขาดโมหะแล้ว ฯลฯ ละขาดอโนตตัปปะแล้ว แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ละขาดอโนตตัปปะแล้ว แต่การปล่อย
สุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ โทสปฺปหานาย ฯเปฯ โมหปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺม- กุสลสฺส อรหโต อโนตฺตปฺปปฺปหานาย โพชฺฌงฺคา ภาวิตา อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งโมหะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่ง
อโนตตัปปะ แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ อตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ
ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ละขาดราคะแล้ว และการปล่อยสุกกะคืออสุจิก็ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาดราคะแล้ว และการปล่อยสุกกะ
คืออสุจิก็ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต โทโส ปหีโน โมโห ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ละขาดโทสะแล้ว ละขาดโมหะแล้ว ฯลฯ
ละขาดอโนตตัปปะแล้ว และการปล่อยสุกกะคืออสุจิ ก็ไม่มีแก่ท่านหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาดอโนตตัปปะแล้ว และการ
ปล่อยสุกกะคืออสุจิก็ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ โทสปฺปหานาย ฯเปฯ โมหปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต อโนตฺตปฺปปฺปหานาย โพชฺฌงฺคา ภาวิตา นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งโทสะ เพื่อละขาดซึ่งโมหะ ฯลฯ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ และการปล่อยสุกกะคืออสุจิ ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ยังโพฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาด
ซึ่งอโนตตัปปะ และการปล่อยสุกกะคืออสุจิ ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ นตฺถิ ตสฺส อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ ฯลฯ
ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว และการปล่อยสุกกะคืออสุจิ ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน เป็นผู้ปราศจากราคะ โมทะ โมหะ
แล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว และการปล่อยสุกกะคืออสุจิ ไม่มีแก่ท่าน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา เย เต ภิกฺขเว ภิกฺขู ปุถุชฺชนา สีลสมฺปนฺนา สติ ๑ สมฺปชานา นิทฺทํ โอกฺกมนฺติ เตสํ อสุจิ น มุจฺจติ เยปิ เต ภิกฺขเว พาหิรกา อิสโย กาเมสุ วีตราคา เตสมฺปิ อสุจิ น มุจฺจติ อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ อรหโต อสุจิ มุจฺเจยฺยาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ ฯ
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใด เป็น
ปุถุชน ถึงพร้อมด้วยศีล มีสติสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ความหลับ อสุจิของภิกษุเหล่านั้น ย่อมไม่เคลื่อน แม้ฤาษีนอกศาสนาเหล่าใดเป็นผู้ปราศจากราคะในกามแล้ว อสุจิของพวกฤาษีเหล่านั้น ก็หาเคลื่อนไม่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่อสุจิของพระอรหันต์จะพึงเคลื่อนนี้ มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะเป็นไปได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มี
อยู่
น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต ปรูปหาโรติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปเร อุปสํหเรยฺยุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปเร อุปสํหเรยฺยุํ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต ปรูปหาโรติ ๒ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า มีการนำเข้าไปสู่แห่งผู้อื่นแก่พระอรหันต์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ผู้อื่นพึงนำเข้าไปซึ่งจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร
แก่พระอรหันต์ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าผู้อื่นพึงนำเข้าไปซึ่งจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริ
ขาร แก่พระอรหันต์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า มีการนำปัจจัยเข้าไปแห่งผู้อื่นแก่พระอรหันต์
อรหโต จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปเร อุปสํหเรยฺยุนฺติ ฯ อตฺถิ อรหโต ปรูปหาโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต โสตาปตฺติผลํ วา สกทาคามิผลํ วา อนาคามิผลํ วา อรหตฺตํ วา ปเร อุปสํหเรยฺยุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ปรูปหารกถา ฯ
__________
๑. ม. สตา. ๒. ยุ. อสุจิสุกฺกวิสฏฺฐีติ.
ส. เพราะผู้อื่นพึงนำเข้าไปซึ่งจีวร บิณฑบาตรเสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร แก่พระอรหันต์ ฉะนั้น จึงมีการนำเข้าไปแห่งผู้อื่น แก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้อื่นพึงนำเข้าไป ซึ่งโสดาปัตติผล หรือสกทาคามิผล หรืออนาคามิผล
หรืออรหัตผล แก่พระอรหันต์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปรูปหารกถา จบ.
จบ ปรูปหารกถา