arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๒๕. โคตมพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๖ (Royal Thai)26/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปญฺจวีสติโม โคตมพุทฺธวํโส

โคตมพุทธวงศ์ที่ ๒๕

ว่าด้วยพระประวัติพระโคตมพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ โคตมพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

อหเมตรหิ สมฺพุทฺโธ โคตโม สกฺยวฑฺฒโน

ปธานํ ปทหิตฺวาน ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ

พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยึ

อฏฺฐารสนฺนํ โกฏีนํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ

ตโต ปรญฺจ เทเสนฺโต นรเทวสมาคเม ๑

คณนาย น วตฺตพฺโพ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ

อิเธวาหํ เอตรหิ โอวทึ มม อตฺรชํ

คณนาย น วตฺตพฺโพ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ

เอโกสิ ๒ สนฺนิปาโต เม สาวกานํ มเหสินํ

อฑฺฒเตฬสสตานํ ภิกฺขูนาสิ สมาคโม ฯ

วิโรจมาโน วิมโล ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺฌโต ๓

ททามิ ปตฺถิตํ สพฺพํ มณีว สพฺพกามโท ฯ

ผลมากงฺขมานานํ ภวจฺฉนฺทํ ชเหสินํ

จตุสจฺจํ ปกาเสสิ ๑ อนุกมฺปาย ปาณินํ ฯ

ทสวีสสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ

เอกทฺวินฺนํ อภิสมโย คณนาโต อสงฺขิโย ฯ

วิตฺถาริกํ พหุชญฺญํ อิทฺธํ ผีตํ สุผุลฺลิตํ

อิธ มยฺหํ สกฺยมุนิโน สาสนํ สุวิโสธิตํ ฯ

อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา

ภิกฺขู เนกสตา สพฺเพ ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ

อิทานิ เย เอตรหิ ชหนฺติ มานุสํ ภวํ

อปฺปตฺตมานสา เสกฺขา เต ภิกฺขู วิญฺญูครหิตา ฯ

อริยญฺชสํ โถมยนฺตา สทา ธมฺมรตา ชนา

พุชฺฌิสฺสนฺติ ชุติมนฺโต ๒ สํสารสริตา ๓ นรา ฯ

นครํ กปิลวตฺถุ เม ราชา สุทฺโธทโน ปิตา

มยฺหํ ชเนตฺติกา มาตา มายาเทวีติ วุจฺจติ ฯ

เอกูนตึสวสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิหํ ๔

สุจนฺโท ๕ โกกนุโท โกญฺโจ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ

จตฺตาฬีสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา

ยโสธรา ๖ นาม นารี ราหุโล นาม อตฺรโช ฯ

นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมึ

ฉวสฺสํ ปธานจารํ อจรึ ทุกฺกรํ อหํ ฯ

พาราณสีอิสิปตเน ชิโน ๑ จกฺกํ ปวตฺตยึ

อหํ โคตมสมฺพุทฺโธ สรณํ สพฺพปาณินํ ฯ

โกลิโต อุปติสฺโส จ เทฺว ภิกฺขู อคฺคสาวกา

อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก สนฺติกาวจโร มม ฯ

เขมา อุปฺปลวณฺณา จ ภิกฺขุนี อคฺคสาวิกา

จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคุปฏฺฐากุปาสกา ฯ

นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคุปฏฺฐากุปาสิกา

อหํ อสฺสตฺถมูลมฺหิ ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ

พฺยามปฺปภา สทา มยฺหํ โสฬสหตฺถมุคฺคโต ๒

อปฺปํ วสฺสสตํ อายุ มเมตรหิ ๓ วิชฺชติ ฯ

ตาวตา ติฏฺฐมาโนหํ ตาเรสึ ๔ ชนตํ พหุํ

ฐปยิตฺวาน ธมฺโมกฺกํ ๕ ปจฺฉิมชนโพธนํ ฯ

อหํปิ น จิรสฺเสว สทฺธึ สาวกสงฺฆโต

อิเธว ปรินิพฺพิสฺสํ อคฺคิวาหารสงฺขยา ฯ

ตานิ [๖] อตุลเตชานิ อิมานิ จ ยสพลานิ ๗ อิทฺธิโย

อหํ ๘ คุณธารโณ เทโห ทฺวตฺตึสวรลกฺขณวิจิตฺโต ฯ

ทสทิสา ๙ ปภาเสตฺวา สตรํสีว ฉปฺปภา

สพฺพา สมนฺตรเหสฺสนฺติ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ

โคตมพุทฺธวํโส ปญฺจวีสติโม ฯ

๑ ยุ. ... สมาคโม ฯ ๒ ยุ. เอโกว ฯ ๓ ม. มชฺฌโค ฯ

๑ ม. ปกาเสมิ ฯ ๒ ม. ยุ. สติมนฺโต ฯ ๓ ม. สํสารสริตํ คตา ฯ

๔ ม. ยุ. อชฺฌหํ วสึ ฯ ๕ ม. รมฺโม สุรมฺโม สุภโก ฯ ยุ. ราโม สุราโม สุภโต ฯ

๖ ม. ภทฺทกญฺจนา ฯ ยุ. ภทฺทกจฺจา ฯ

๑ ม. ยุ. จกฺกํ ปวตฺติตํ มยา ฯ ๒ ม. ...มุคฺคตา ฯ ๓ ม. ยุ. อิทาเนตรหิ ฯ

๔ ม. ยุ. ตาเรมิ ฯ ๕ ม. ธมฺมกฺกํ ฯ ๖ ม. ยุ. จ ฯ ๗ ม. ยุ. ทสพลานิ ฯ

๘ ม. ยุ. อยญฺจ คุณวรเทโห ทฺวตฺตึสลกฺขณาจิโต ฯ ๙ ยุ. อสทิสา ฯ

Royal Thai

บัดนี้ เราเป็นพระสัมพุทธเจ้านามว่า โคดม เจริญในศากยสกุลเราบำเพ็ญเพียรแล้ว ได้บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม พรหมอาราธนาแล้ว ประกาศพระธรรมจักร ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์๑๘ โกฏิ ต่อแต่นั้น เมื่อเราแสดงธรรมในสมาคมมนุษย์และเทวดาธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ จะพึงกล่าวโดยคำนวณนับมิได้ ในคราวที่เรากล่าวสอนราหุลบุตรของเราบัดนี้ ณ ที่นี้แล ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓จะพึงกล่าวโดยคำนวณนับมิได้ เรามีการประชุมพระสาวกผู้แสวงหาคุณใหญ่ครั้งเดียว ภิกษุที่ประชุมกันมี ๑๒๕๐ รูป เราผู้ปราศจากมลทินรุ่งเรือนอยู่ในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ เราให้สิ่งที่ปรารถนาทุกอย่างเหมือนแก้วมณีให้สิ่งที่ต้องการทั้งปวง

ฉะนั้น เราประกาศจตุราริยสัจเพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้หวังผล ผู้แสวงหาธรรมเครื่องละความพอใจในภพ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์สองแสน ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์โดยจะคณนานับมิได้ คำสั่งสอนของเราผู้เป็นศากยมุนี กว้างขวางเจริญแพร่หลายงอกงามดี บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว เป็นประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก ภิกษุหลายร้อยล้วนเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปราศจากราคะมีจิตสงบระงับมั่นคงแวดล้อมเราอยู่ทุกเมื่อในกาลบัดนี้ ภิกษุเหล่าใด เป็นพระเสขะยังมิได้บรรลุอรหัตละภพมนุษย์ไป ภิกษุเหล่านั้น วิญญูชนตำหนิ ชนทั้งหลายผู้ชอบใจทางพระอริยเจ้า ยินดีในธรรมทุกเมื่อ มีปัญญารุ่งเรือง

ถึงจะยังท่องเที่ยวอยู่ในสงสาร ก็จักตรัสรู้ได้ นครของเราชื่อกบิลพัสดุ์พระเจ้าสุทโธทนะเป็นโยมบิดาของเรา โยมมารดาบังเกิดเกล้าของเราเรียกพระนามว่า มายาเทวี เราครอบครองอาคารสถานอยู่ ๒๙ ปีมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสุจันทะ โกกนุทะ และโกญจะ มีสนมนารีกำนัลในแปดหมื่นสี่พันนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม มเหสีของเรานามว่า ยโสธรา บุตรชายของเราชื่อว่าราหุลเราเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงออกผนวชด้วยอัสวราชยาน ได้บำเพ็ญเพียรประพฤติทุกกรกิริยาอยู่ ๖ ปี เราประกาศธรรมจักที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี

เราเป็นพระสัมพุทธเจ้าชื่อว่าโคดมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งปวง ภิกษุ ๒ รูป ชื่ออุปติสสะและโกลิตะเป็นอัครสาวกของเรา ภิกษุชื่ออานนทะ เป็นอุปัฏฐาก อยู่ในสำนักของเรา ภิกษุณีชื่อเขมาและอุบลวรรณาเป็นอัครสาวิกา จิตตคฤหบดีและหัตถกอุบาสกชาวเมืองอาฬวี เป็นอัครอุปัฏฐาก นันทมาดาและอุตราอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา เราบรรลุสัมโพธิญาณ-อันอุดม ที่ควงไม้อัสสัตถพฤกษ์ เรามีรัศมีซ่านออกด้านละวาทุกเมื่อสูงขึ้นไป ๑๖ ศอก บัดนี้ อายุของเราน้อย มี ๑๐๐ ปี ถึงเราจะดำรงอยู่เพียงนั้น ก็ช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย เราตั้งคบเพลิงคือธรรมไว้สำหรับให้คนภายหลังได้ตรัสรู้ อีกไม่นานเลย แม้เรากับสงฆ์สาวกก็จักนิพพาน ณ ที่นี้แลเพราะสิ้นอาหาร เหมือนไฟสิ้นเชื้อ ฉะนั้น เรามีร่างกายเป็นเครื่องทรงคุณ คือ เดชอันไม่มีเทียบเคียง ยศ กำลังและฤทธิ์เหล่านี้ วิจิตด้วยลักษณะอันประเสริฐ๓๒ ประการ มีรัศมี ๖ ประการ สว่างไสวไปทั่วทิศน้อยใหญ่ ดุจพระอาทิตย์ ทุกอย่างจักหายไปหมดสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอฉะนี้แล.

จบโคตมพุทธวงศ์ที่ ๒๕

End of ๒๕. โคตมพุทธวงศ์