พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๒ (Royal Thai)22/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เอกวีสติโม เวสฺสภูพุทฺธวํโส
เวสสภูพุทธวงศ์ที่ ๒๑
ว่าด้วยพระประวัติพระเวสสภูพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เวสสภูพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ตตฺเถว มณฺฑกปฺปมฺหิ อสโม อปฺปฏิปุคฺคโล
เวสฺสภู นาม นาเมน โลเก อุปฺปชฺชิ โส ๓ ชิโน ฯ
อาทิตฺตํ อิท ๔ ราคคฺคิ ตณฺหานํ วิชิตํ ชานํ ๕
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ เวสฺสภู โลกนายโก
อสีติโกฏิสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ
ปกฺกนฺเต จาริกํ รฏฺเฐ โลกเชฏฺเฐ นราสเภ
สตฺตติโกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ
มหาทิฏฺฐึ วิโนเทนฺโต ปาฏิเหรํ ๖ กโรติ โส
สมาคตา นรมรู ทสสหสฺสีสเทวเก ฯ
มหาอจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ
เทวา เจว มนุสฺสา จ พุชฺฌเร สฏฺฐิโกฏิโย ฯ
สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ เวสฺสภุสฺส มเหสิโน
ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ
อสีติโกฏิสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม
สตฺตติภิกฺขุสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ
สฏฺฐิภิกฺขุสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม
ชราทิภยภีตานํ โอรสานํ มเหสิโน ๑ ฯ
ตสฺส พุทฺธสฺส อสมสฺส จกฺกํ วตฺติตมุตฺตมํ
สุตฺวาน ปณีตํ ธมฺมํ ปพฺพชฺชมภิโรจยิ ฯ
อหนฺเตน สมเยน สุทสฺสโน นาม ขตฺติโย
อนฺนปาเนน วตฺเถน สสงฺฆํ ชินมปูชยึ ฯ
มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา รตฺตินฺทิวมตนฺทิโต
ปพฺพชฺชํ คุณสมฺปนฺนํ ปพฺพชึ ชินสนฺติเก ฯ
อาจารคุณสมฺปนฺโน วตฺตสีลสมาหิโต
สพฺพญฺญุตํ คเวสนฺโต รมามิ ชินสาสเน ฯ
สทฺธาปีตึ อุปฺปาเทตฺวา พุทฺธํ วนฺทามิ สตฺถรํ
ปีติ อุปฺปชฺชติ มยฺหํ โพธิยาเยว การณา ฯ
อนิวตฺตมานสํ ญตฺวา สมฺพุทฺโธ เอตทพฺรวิ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
อโนมํ นาม นครํ สุปฺปติโต นาม ขตฺติโย
มาตา ยสวตี นาม เวสฺสภุสฺส มเหสิโน ฯ
ฉพฺพสฺสสหสฺสานิ ๑ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
รุจิ สุรติ วฑฺฒกา ๒ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ
อนูนตึสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา
สุจิตฺตา นาม สา นารี สุปฺปพุทฺโธ นาม อตฺรโช ฯ
นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา สิวิกายาภินิกฺขมิ
ฉมาสํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ
พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต เวสฺสภู โลกนายโก
วตฺตจกฺโก ๑ มหาวีโร อรุเณปิ ๒ นรุตฺตโม ฯ
โสโณ จ อุตฺตโร เจว อเหสุํ อคฺคสาวกา
อุปสนฺโต นามุปฏฺฐาโก เวสฺสภุสฺส มเหสิโน ฯ
รามา เจว สมาลา นาม ๓ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
โพธิ ตสฺส ภควโต มหาสาโลติ วุจฺจติ ฯ
โสตฺถิโก เจว รมฺโม จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
โคตมี จ สิริมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
สฏฺฐิรตนมุพฺเพโธ เหมยูปสมูปโม
กายา นิจฺฉรติ รํสิ รตฺตึว ปพฺพเต สิขี ฯ
สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อายุ ตสฺส มเหสิโน
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ
ธมฺมํ วิตฺถาริกํ กตฺวา วิภชฺชิตฺวา มหาชนํ
ธมฺมนาวํ ฐเปตฺวาน นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ
ทสฺสเนยฺยํ สพฺพชนํ วิหารํ อิริยาปถํ
สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ
เวสฺสภู ชินวโร สตฺถา เขมารามมฺหิ นิพฺพุโต
ธาตุวิตฺถารกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ
เวสฺสภูพุทฺธวํโส เอกวีสติโม ฯ
๑ ม. ปวสฺเสตฺวา ฯ ยุ. ธมฺมเมโฆ ปวสฺเสตฺวา ฯ ๒ ยุ. ทุสฺสารานมฺหิ ฯ ๓ ม.
นายโก ฯ ๔ ม. วต ฯ ยุ. อาทิตฺตํ ติ จ ฯ ๕ ม. ตทา ฯ ยุ. สทา ฯ ๖ ยุ. ปาฏิหีรํ ฯ
๑ ยุ. มเหสินํ ฯ
๑ ม. ฉ จ วสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌ โส วสิ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. รุจิ สุรุจิ
๑ ม. วตฺติ จกฺกํ ฯ ๒ ม. อรุณาราเม ฯ ๓ ม. จ ฯ ยุ. ทามา เจว สมาลา จ ฯ
ในมัณฑกัปนั้นแล พระพิชิตมารผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีพระนามชื่อว่าเวสสภู เสร็จอุบัติขึ้นในโลก พระเวสสภูผู้เป็นนายกของโลกทรงทราบว่าไฟคือราคะนี้เป็นของร้อนเป็นแว่นแคว้นของตัณหา ทรงตัดกิเลสดังช้างตัดเชือกแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม แล้วทรงประกาศพระธรรมจักร ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นโกฏิ เมื่อพระนราสภเชษฐบุรุษของโลก เสด็จจาริกไปในแว่นแคว้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์เจ็ดหมื่นโกฏิ เมื่อพระองค์ทรงกระทำปาฏิหาริย์บรรเทาทิฏฐิใหญ่ มนุษย์และเทวดาในหมื่นโลกธาตุมาประชุมกัน เทวดาและมนุษย์ได้เห็นความมหัศจรรย์อันไม่เคยมี เป็นเหตุให้ขนพองสยองเกล้าแล้วได้ตรัสรู้
๖๐ โกฏิพระเวสสภูบรมศาสดา ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับคงที่ ผู้กลัวภัยมีชราเป็นต้น เป็นโอรสของพระศาสดาผู้ได้ฟังพระธรรมจักรอันประณีตอุดม ที่พระพุทธเจ้าซึ่งไม่มีใครเสมอพระองค์นั้นทรงประกาศแล้วออกบวช ๓ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันแปดหมื่นโกฏิ ครั้งที่ ๒เจ็ดหมื่นโกฏิ ครั้งที่ ๓ หกหมื่นโกฏิ สมัยนั้น
เราเป็นกษัตริย์พระนามว่า สุทัสนะ ได้บูชาพระพิชิตมารพร้อมด้วยพระสงฆ์ ด้วยข้าว น้ำและผ้า เรายังมหาทานให้เป็นไปไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวัน ออกบวชอันถึงพร้อมด้วยคุณ ในสำนักของพระชินเจ้าเราเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอาจารคุณ ตั้งมั่นอยู่ในวัตรและศีล แสวงหาพระสัพพัญญุตญาณ ยินดีในศาสนาของพระชินเจ้า เรายังศรัทธาและปีติให้เกิด ถวายบังคมพระพุทธบรมศาสดา ปีติเกิดขึ้นแก่เราเพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง พระสัมพุทธเจ้าทรงทราบว่า เรามีฉันทะอันไม่กลับกลอกจึงทรงพยากรณ์ว่า ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ......... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้นเราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว
ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่งได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ ให้ยิ่งขึ้นไปพระนครชื่อว่าอโนมะ พระบรมกษัตริย์ พระนามว่าสุปติตะ เป็นพระชนกของพระเวสสภูบรมศาสดา พระนางยสวดีเป็นพระชนนีพระองค์ทรงครอบครองอาคารสถานอยู่หกพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่ารุจิ สุรติ และวัฑฒกะทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามหมื่นนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีนามว่าสุจิตรา พระราชโอรสพระนามว่าสุปปพุทธะ
พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทอง ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๖ เดือนเต็ม พระเวสสภูมหาวีรเจ้า ผู้เป็นนายกของโลกอุดมกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ อรุณาราม ทรงมีพระโสณเถระและพระอุตรเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าอุปสันตะเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระรามาเถรีและพระสุมาลาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกกันว่าไม้อ้อยช้างใหญ่ โสตถิอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐากโคตมีอุบาสิกาและสิริมาอุบาสิกา เป็นอุปัฏฐายิกา พระองค์สูง ๖๐ศอก เปรียบเสมอด้วยเสาทอง พระรัศมีเปล่งออกจากพระวรกายดังไฟบนภูเขาในเวลากลางคืน พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น มีพระชนมายุหกหมื่นปี
พระองค์ทรงดำรงอยู่เพียงนั้น ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย ทรงจำแนกธรรมไว้อย่างพิสดาร ทรงตั้งมหาชนให้อยู่บนธรรมนาวาแล้ว พระองค์ก็เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวกพระวิหารอันมีชนทุกหมู่เหล่า น่าดูน่าชม พระอิริยาบถหายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระเวสสภูศาสดาชินเจ้าผู้ประเสริฐ เสด็จนิพพานที่เขมาราม พระธาตุของพระองค์แผ่ไปกว้างขวางในประเทศนั้นๆ ฉะนี้แล.
จบเวสสภูพุทธวงศ์ที่ ๒๑
End of ๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์