พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๒ (Royal Thai)22/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เวสสภูพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 33, pp. 567–570
[๒๔] พระรัศมีของพระองค์ซ่านออกไปจากพระวรกายด้านละวาเนืองนิจ พระรัศมีนั้นเปล่งออกไปยังทิศน้อยทิศใหญ่ ๓ โยชน์
[๒๕] พระองค์มีพระชนมายุ ๗๐,๐๐๐ ปี ทรงดำรงอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้เป็นอันมาก
[๒๖] พระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ยังมนุษย์พร้อมทั้งเทวดาให้ชุ่มชื่น ให้บรรลุความเกษมแล้วเสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวก
[๒๗] พระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการอันสมบูรณ์ด้วยพระอนุพยัญชนะอันตรธานไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ
[๒๘] พระพุทธสิขีมุนีผู้ประเสริฐเสด็จปรินิพพาน ณ อัสสารามพระสถูปอันประเสริฐของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อัสสารามนั้น ฉะนี้แล
จบ สิขีพุทธวงศ์ที่ ๒๐
๒๓. เวสสภูพุทธวงศ์
ว่าด้วยพระประวัติพระเวสสภูพุทธเจ้า
{๒๒} [๑] ในมัณฑกัปนั้นแล พระชินเจ้าผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีพระนามว่าเวสสภู เสด็จอุบัติขึ้นในโลก
[๒] พระเวสสภูผู้ทรงเป็นนายกของโลกทรงทราบว่า ไฟคือราคะนี้เป็นของร้อน เป็นแว่นแคว้นของตัณหา จึงทรงตัดกิเลสได้ดังช้างตัดเชือก ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุดแล้ว
[๓] พระองค์ทรงประกาศพระธรรมจักร ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ
[๔] เมื่อพระนราสภโลกเชษฐ์ เสด็จจาริกไปในแว่นแคว้นธรรมาภิสมัย ครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๗๐,๐๐๐ โกฏิ[๕] เมื่อพระองค์ทรงทำปาฏิหาริย์บรรเทาทิฏฐิใหญ่ มนุษย์และเทวดาในหมื่นโลกธาตุมาประชุมกัน[๖] เทวดาและมนุษย์ได้เห็นความมหัศจรรย์อันไม่เคยมี เป็นเหตุให้ขนพองสยองเกล้าแล้วได้ตรัสรู้ธรรม ๖๐ โกฏิ[๗] พระเวสสภูบรมศาสดาทรงมีการประชุมพระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง[๘] คือ ครั้งที่ ๑ พระสาวกขีณาสพมาประชุมกันจำนวน ๘๐,๐๐๐ รูป ครั้งที่ ๒ ภิกษุขีณาสพมาประชุมกันจำนวน ๗๐,๐๐๐ รูป[๙] ครั้งที่ ๓ พระสาวกขีณาสพผู้กลัวต่อภัยมีชราเป็นต้น เป็นโอรสของพระศาสดามาประชุมกันจำนวน ๖๐,๐๐๐ รูป[๑๐] โดยสมัยนั้น
เราเป็นกษัตริย์พระนามว่าสุทัสสนะ (จึงนิมนต์พระมหาวีรเจ้าแล้วถวายทานอันมีค่ามาก) ได้บูชาพระชินเจ้าพร้อมทั้งภิกษุสงฆ์ด้วยข้าวนํ้าและผ้า[๑๑] เราฟังพระธรรมจักรอันประณีตอุดมที่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนทรงประกาศแล้ว จึงชอบใจบรรพชา[๑๒] เรายังมหาทานให้เป็นไป ไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวันออกบวช ถึงพร้อมด้วยคุณในสำนักของพระชินเจ้า[๑๓] เราเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอาจารคุณตั้งมั่นอยู่ในวัตรและศีล แสวงหาพระสัพพัญญุตญาณ ยินดีในศาสนาของพระชินเจ้า
[๑๔] เรายังศรัทธาและปีติให้เกิด ถวายบังคมพระพุทธศาสดา ปีติเกิดขึ้นแก่เราเพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณนั่นเอง
[๑๕-๑๖] พระสัมพุทธเจ้าทรงทราบว่าเรามีฉันทะไม่กลับกลอก จึงทรงพยากรณ์ว่า “ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ... ข้ามแม่นํ้าใหญ่ฉะนั้น,,[๑๗] เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่งได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป
[๑๘] มีพระนครชื่อว่าอโนมะ พระบรมกษัตริย์พระนามว่าสุปติตะเป็นพระชนกของพระเวสสภูศาสดา พระชนนีพระนามว่ายสวดี
[๑๙] พระองค์ทรงครอบครองเหย้าเรือนอยู่ ๖,๐๐๐ ปี ทรงมีปราสาทที่สูงส่ง ๓ องค์ ชื่อรุจิ ๑ สุรติ ๑ วัฑฒกะ ๑
[๒๐] มีนางสนมกำนัลใน ๓๐,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าสุจิตรา พระราชโอรสพระนามว่าสุปปพุทธะ
[๒๑] พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการจึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทอง ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๖ เดือนเต็ม
[๒๒] พระเวสสภูมหาวีรเจ้าผู้นายกของโลก ผู้สูงสุดกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้วทรงประกาศพระธรรมจักร ณ อรุณาราม
[๒๓] ทรงมีพระโสณเถระและพระอุตตรเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าอุปสันตะเป็นพุทธอุปัฏฐาก
[๒๔] พระรามาเถรีและพระสมาลาเถรีเป็นอัครสาวิกา ต้นโพธิที่ตรัสรู้ของพระองค์เรียกกันว่าต้นอ้อยช้างใหญ่
- ๑... ข้อความที่ว่างไว้เหมือนกับข้อ ๖๒-๗๔ แห่งสุเมธปัตถนากถา (หน้า ๔๙๐-๔๙๓ ในเล่มนี้)
[๒๕] โสตถิอุบาสกและรัมมอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก โคตมีอุบาสิกาและสิริมาอุบาสิกาเป็นอุปัฏฐายิกา
[๒๖] พระองค์สูง ๖๐ ศอก เปรียบเสมอด้วยเสาทอง พระรัศมีเปล่งออกจากพระวรกายดังไฟบนภูเขาในเวลากลางคืนฉะนั้น[๒๗] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีพระชนมายุ ๖๐,๐๐๐ ปี ทรงดำรงอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้มากมาย[๒๘] ทรงจำแนกธรรมไว้อย่างพิสดาร ทรงยังมหาชนให้ตั้งอยู่บนธรรมนาวาแล้ว พระองค์ก็เสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวก[๒๙] พระวิหารอันมีชนทุกหมู่เหล่า น่าดูน่าชม พระอิริยาบถหายไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ[๓๐] พระเวสสภูศาสดาชินเจ้าผู้ประเสริฐได้เสด็จปรินิพพาน ณ เขมาราม พระธาตุของพระองค์แผ่กว้างไปในประเทศนั้น ๆ ฉะนี้แล
จบ เวสสภูพุทธวงศ์ที่ ๒๑
๒๔. กกุสันธพุทธวงศ์
ว่าด้วยพระประวัติพระกกุสันธพุทธเจ้า
{๒๓} [๑] สมัยต่อจากพระเวสสภูพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสรรพสัตว์พระนามว่ากกุสันธะ มีพระคุณประมาณมิได้ ยากที่จะเทียมถึง
End of ๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์