พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๕. เรวตพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๖ (Royal Thai)6/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปญฺจโม เรวตพุทฺธวํโส
เรวตพุทธวงศ์ที่ ๕
ว่าด้วยประวัติพระเรวตพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เรวตพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
สุมนสฺส อปเรน เรวโต นาม นายโก
อนุปโม อสทิโส อตุโล อุตฺตโม ชิโน ฯ
โสปิ ธมฺมํ ปกาเสสิ พฺรหฺมุนา อภิยาจิโต
ขนฺธธาตุววตฺถานํ อปฺปวตฺตํ ภวาภเว ฯ
ตสฺสาภิสมยา ตีณิ อเหสุํ ธมฺมเทสเน
คณนาย น วตฺตพฺโพ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ
ยทา อรินฺทมํ ราชํ วิเนสิ เรวโต มุนิ
ตทา โกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ
สตฺตาหํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐหิตฺวา นราสโภ
โกฏิสตํ นรมรูนํ วิเนสิ อุตฺตเม ผเล ฯ
สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ เรวตสฺส มเหสิโน
ขีณาสวานํ วิมลานํ สุวิมุตฺตาน ตาทินํ ฯ
อติกนฺตคณนปถา ๑ ปฐมา ๒ เย สมาคตา
โกฏิสตสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ
โย ๓ โส ปญฺญาย อสโม ตสฺส จกฺกานุวตฺตโก
โส ตทา พฺยาธิโก ๔ อาสิ ปตฺโต ชีวิตสํสยํ ฯ
ตสฺส คิลานปุจฺฉาย เย ตทา อุปคตา มุนึ ๕
โกฏิสตสหสฺสานํ ๖ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ
อหํ เตน สมเยน อติเทโว นาม พฺราหฺมโณศ
อุปคนฺตฺวา เรวตํ พุทฺธํ สรณํ ตสฺส คญฺฉหํ ฯ
ตสฺส สีลํ สมาธิญฺจ ปญฺญาคุณมนุตฺตรํ ๗
โถมยิตฺวา ยถาถามํ ๘ อุตฺตริยํ อทาสหํ ฯ
โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ เรวโต โลกนายโก
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
ตทาปิ ตํ พุทฺธธมฺมํ สริตฺวา อนุพฺรูหยึ
อาหริสฺสามิ ตํ ธมฺมํ ยํ มยฺหํ อภิปตฺถิตํ ฯ
นครํ สุธญฺญกํ ๑ นาม วิปุโล นาม ขตฺติโย
วิปุลา นาม ชนิกา เรวตสฺส มเหสิโน ฯ
ฉพฺพสฺสสหสฺสานิ ๒ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
สุทสฺสโน จ ๓ รตนคฺฆิ อาเวโฬ จ วิภูสิโต
ปุญฺญกมฺมาภินิพฺพตฺตา ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ
เตตฺตึสสตสหสฺสานิ ๔ นาริโย สมลงฺกตา
สุทสฺสนา นาม นารี ๕ วรุโณ นาม อตฺรโช ฯ
นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถยาเนน นิกฺขมิ
อนูนสตฺตมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ
พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต เรวโต โลกนายโก
วตฺตจกฺโก มหาวีโร วรุณาราเม วสี ๖ ชิโน ฯ
วรุโณ พฺรหฺมเทโว จ อเหสุํ อคฺคสาวกา
สมฺภโว นามุปฏฺฐาโก เรวตสฺส มเหสิโน ฯ
ภทฺทา เจว สุภทฺทา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
โสปิ พุทฺโธ อสมสโม นาคมูเล อพุชฺฌถ ฯ
วรุโณ ๑ จ สรโภ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
ปาลา ๒ จ อุปปาลา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
อุจฺจตฺตเนน โส พุทฺโธ อสีติหตฺถมุคฺคโต
โอภาเสสิ ๓ ทิสา สพฺพา อินฺทเกตุว อุคฺคโต ฯ
ตสฺส สรีเร นิพฺพตฺตา ปภามาลา อนุตฺตรา
ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ สมนฺตา ผรติ ๔ โยชนํ ฯ
สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ
ทสฺสยิตฺวา พุทฺธพลํ อมตํ โลเก ปกาสยิ ๕
นิพฺพาสิ อนุปาทาโน ยถคฺคุปาทานสงฺขยา ฯ
โส จ กาโย รตนนิโภ โส จ ธมฺโม อสาทิโส
สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ
เรวโต ยสธโร พุทฺโธ นิพฺพุโต โส มหาปุญฺโญ ๖
ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ
เรวตพุทฺธวํโส ปญฺจโม ฯ
๑ ม. ยุ. อสทิโส ฯ ๒ ม. อตุลานิ ฯ
๑ ม. อติกฺกนฺตา คณนปถํ ฯ ยุ. อติกฺกนฺตา คณนปถา ฯ ๒ ม. ปฐมํ ฯ
๓ ม. โยปิ ฯ ๔ ม. ยุ. พฺยาธิโต ฯ ๕ ม. ยุ. มุนี ฯ ๖ ม. ยุ. โกฏิสหสฺสา
อรหนฺโต ฯ ๗ ม. ...มนุตฺตมํ ฯ ยุ. ...วรุตฺตมํ ฯ ๘ ยุ. ยถาโถมํ ฯ
๑ ม. สุธญฺญวตี ฯ ๒ ม. ฉ จ วสฺสสหสฺสานิ ฯ ยุ. ฉพฺพสฺสสตสหสฺสานิ ฯ
๓ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๔ ม. เตตฺตึส จ สหสฺสานิ ฯ ยุ. เตตฺตึสสหสฺสานิ ฯ
๕ ยุ. เทวี ฯ ๖ ม. สิริฆเร ฯ ยุ. สิริฆเณ ฯ
๑ ม. ยุ. ปทุโม กุญฺชโร เจว ฯ ๒ ม. ยุ. สิริมา เจว ยสวตี ฯ ๓ ม. ยุ.
โอภาเสติ ฯ ๔ ยุ. ผริ ฯ ๕ ม. ยุ. ปกาสยํ ฯ ๖ ม. มหาปุเร ฯ ยุ. มหามุนิ ฯ
สมัยต่อมาจากพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุมนะ พระพิชิตมารพระนามว่าเรวตะ เป็นนายกของโลก มีพระคุณสูงสุดไม่มีใครเปรียบเทียบเสมอ แม้พระองค์อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ก็ทรงประกาศธรรมกำหนดด้วยขันธ์และธาตุที่ใครๆ ยังมิได้ประกาศ ในภพน้อยใหญ่ในกาลที่พระองค์ทรงแสดงธรรม ธรรมาภิสมัยมี ๓ ครั้ง ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ จะพึงกล่าวโดยคำนวณไม่ได้ ในกาลเมื่อพระเรวตมหามุนี ทรงสั่งสอนแนะนำพระเจ้าอรินทมหาราช ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่มนุษย์และเทวดาพันโกฏิ พระนราสภเสด็จออกจากที่เร้น ๗ วัน ทรงสั่งสอนแนะนำมนุษย์และเทวดาในผลชั้นสูงร้อยโกฏิพระเรวตบรมศาสดา ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน
มีจิตสงบ คงที่ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พระภิกษุที่มาประชุมกันล่วงทางที่จะนับได้ ครั้งที่ ๒ พระภิกษุที่มาประชุมกันแสนโกฏิ ในกาลเมื่อพระองค์ผู้ไม่มีใครเสมอด้วยพระปัญญา ทรงประกาศธรรมจักรแล้ว ทรงประชวรจวนจะเสด็จนิพพาน ครั้งนั้นพระภิกษุผู้ขีณาสพที่มาเฝ้าพระมหามุนี เพื่อทูลถามอาการประชวรประชุมกันเป็นครั้งที่ ๓ แสนโกฏิ สมัยนั้นเราเป็นพราหมณ์นามว่าอติเทพ ได้เข้าไปเฝ้าพระเรวตพุทธเจ้าแล้ว ถึงพระองค์เป็นสรณะได้ชมเชยศีล สมาธิและพระปัญญาคุณอันยอดเยี่ยมของพระองค์แล้วได้ทูลถวายจีวรแก่พระองค์ตามกำลัง แม้พระเรวตพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก พระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราว่า ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ................ ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น
เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ให้ยิ่งขึ้น แม้ครั้งนั้น เราระลึกถึงพระพุทธการกธรรมนั้น แล้วตามเพิ่มพูนว่าเราจักนำมาซึ่งธรรมนั้นอันเป็นธรรมที่เราปรารถนายิ่ง พระนครชื่อว่าสุธัญญกะ พระมหากษัตริย์พระนามว่าวิปุละ เป็นพระชนกของพระเรวตบรมศาสดา พระนางวิปุลาเป็นพระชนนี พระองค์ทรงครอบครองอคารสถานอยู่ ๖,๐๐๐ ปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ปราสาท ชื่อสุทัสนะ รัตนัคฆิ และอาเวฬะ ตกแต่งสวยงามเกิดเพราะบุญกรรม ทรงมีพระสนมนารีกำนัลในสามโกฏิสามแสนนาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุทัสนาพระโอรสพระนามว่าวรุณ
พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการจึงเสด็จออกผนวชด้วยรถอันเป็นราชยานที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ เดือนเต็ม พระเรวตมหาวีรชินเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศธรรมจักร ประทับอยู่ ณ วรุณาราม พระองค์ทรงมีพระวรุณเถระและพระพรหมเทวเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อสัมภวะเป็นพุทธอุปัฏฐาก พระภัททาเถรีพระสุภัททาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา แม้พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์นั้น ก็ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้กากะทิง วรุณอุบาสกและสรภอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก นางปาลาอุบาสิกาและนางอุปปาลาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา
พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีพระองค์สูง๘๐ ศอก ทรงเปล่งปลั่งพระรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ ดังพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น พระรัศมีอันเป็นระเบียบสว่างไสว ที่เกิดในพระพุทธสรีระแผ่ไปโยชน์หนึ่งโดยรอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในขณะนั้น มนุษย์มีอายุหกหมื่นปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุเท่านั้นทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้เป็นอันมาก ทรงแสดงกำลังพระพุทธเจ้าแล้ว ประกาศอมตธรรมในโลก ไม่ทรงมีอุปทานเสด็จนิพพาน เพราะสิ้นความถือมั่นว่าเป็นผู้เลิศ ทรงมีพระวรกายมีรัศมีดังแก้ว พระธรรมก็ไม่มีอะไรเหมือน หายไปหมดทุกอย่าง สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระเรวตพุทธเจ้าผู้ทรงยศ มีพระปัญญามากเสด็จนิพพานแล้ว พระธาตุของพระองค์แผ่ไปกว้างขวางในประเทศนั้นๆ ฉะนี้แล.
จบเรวตพุทธวงศ์ที่ ๕
End of ๕. เรวตพุทธวงศ์