arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๕. เรวตพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๖ (Royal Thai)6/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เรวตพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 33, pp. 517–521

Page 517

[๓๐] ขณะนั้น มนุษย์มีอายุ ๙๐,๐๐๐ ปี พระองค์ดำรงพระชนม์อายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้มาก[๓๑] พระสัมพุทธเจ้าทรงช่วยคนที่ควรข้ามให้ข้าม ทรงช่วยคนที่ควรตรัสรู้ให้ตรัสรู้แล้วเสด็จปรินิพพานเหมือนดวงจันทร์ดับฉะนั้น[๓๒] พระขีณาสพเหล่านั้น และพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเปรียบพระองค์นั้น แสดงรัศมีอันไม่มีอะไรเสมอเหมือนแล้วนิพพาน[๓๓] ญาณและรัตนะอันไม่มีอะไรเทียบเคียงเหล่านั้นหายไปหมดสิ้นสังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ

[๓๔] พระสุมนพุทธเจ้าผู้ทรงยศเสด็จนิพพาน ณ อังคาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๔ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อังคารามนั้นแล

จบ สุมนพุทธวงศ์ที่ ๔

๗. เรวตพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติพระเรวตพุทธเจ้า

{๖} [๑] สมัยต่อจากพระสุมนพุทธเจ้า พระชินเจ้าพระนามว่าเรวตะ ผู้ทรงเป็นนายกของโลก ผู้มีพระคุณสูงสุด ไม่มีใครเปรียบเทียบเสมอ

[๒] แม้พระองค์อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ก็ทรงประกาศธรรมกำหนดด้วยขันธ์และธาตุที่ใคร ๆ ยังมิได้ประกาศในภพน้อยภพใหญ่

Page 518

[๓] ในกาลที่พระองค์ทรงแสดงธรรม ธรรมาภิสมัยมี ๓ ครั้ง ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ จะพึงกล่าวโดยคำนวณไม่ได้[๔] ในกาลเมื่อพระเรวตมหามุนีทรงสั่งสอนแนะนำพระเจ้าอรินทมหาราช ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ได้มีแก่มนุษย์และเทวดา ๑,๐๐๐ โกฏิ[๕] พระนราสภเจ้าเสด็จออกจากที่เร้น ๗ วัน ทรงสั่งสอนแนะนำมนุษย์และเทวดาในผลชั้นสูง ๑๐๐ โกฏิ

[๖] พระเรวตะบรมศาสดาทรงมีการประชุมพระสาวกขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว ผู้คงที่ ๓ ครั้ง[๗] ครั้งที่ ๑ ภิกษุที่มาประชุมกันล่วงทางที่จะนับได้ ครั้งที่ ๒ พระสาวกที่มาประชุมกัน ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ

[๘] ในกาลเมื่อพระองค์ผู้ไม่มีใครเสมอด้วยพระปัญญาทรงประกาศธรรมจักรแล้วทรงประชวรจวนจะเสด็จปรินิพพาน[๙] ในกาลนั้น พระสาวกผู้ขีณาสพที่มาเฝ้าพระมหามุนีเพื่อทูลถามพระอาการประชวร ประชุมกันเป็นครั้งที่ ๓ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ[๑๐] สมัยนั้น เราเป็นพราหมณ์นามว่าอติเทพ ได้เข้าไปเฝ้าพระเรวตพุทธเจ้าแล้วถึงพระองค์เป็นสรณะ

[๑๑] ได้ชมเชยศีลคุณ สมาธิคุณ และพระปัญญาคุณอันยอดเยี่ยมของพระองค์ แล้วได้ทูลถวายจีวรแด่พระองค์ตามกำลัง[๑๒-๑๓] แม้พระเรวตพุทธเจ้าผู้นายกของโลกพระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์เราว่า “ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก .. ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น”

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑... ข้อความที่ว่างไว้เหมือนกับข้อ ๖๒-๗๔ แห่งสุเมธปัตถนากถา (หน้า ๔๙๑-๔๙๓ ในเล่มนี้)
Page 519

[๑๔] เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป[๑๕] แม้ในกาลนั้น เราก็ระลึกถึงพระพุทธการกธรรมนั้นแล้วตามเพิ่มพูนว่าเราจักนำมาซึ่งธรรมนั้นอันเป็นธรรมที่เราปรารถนายิ่ง[๑๖] มีพระนครชื่อว่าสุธัญญกะ พระมหากษัตริย์พระนามว่าวิปุละเป็นพระชนกของพระเรวตพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ พระชนนีพระนามว่าวิปุลา[๑๗] พระองค์ครอบครองเหย้าเรือนอยู่ ๖,๐๐๐ ปี ทรงมีปราสาทอันสูงส่ง ๓ องค์ ชื่อสุทัสสนะ ๑ รัตนัคฆิ ๑ อาเวฬะ ๑ ตกแต่งสวยงาม เกิดเพราะบุญกรรม[๑๘] มีนางสนมกำนัลใน ๓,๓๐๐,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสุทัสสนา พระราชโอรสพระนามว่าวรุณะ[๑๙] พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยรถอันเป็นราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ เดือนเต็ม

[๒๐] พระเรวตมหาวีรชินเจ้าผู้ทรงเป็นนายกของโลกอันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศธรรมจักรประทับอยู่ ณ วรุณาราม[๒๑] พระองค์ทรงมีพระวรุณเถระและพระพรหมเทวเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระนามว่าสัมภวะเป็นพุทธอุปัฎฐาก[๒๒] พระภัททาเถรีและพระสุภัททาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา แม้พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์นั้นก็ได้ตรัสรู้ที่ควงต้นกากะทิง

Page 520

[๒๓] วรุณอุบาสกและสรภอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก นางปาลาอุบาสิกาและนางอุปปาลาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา[๒๔] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น สูง ๘๐ ศอก ทรงเปล่งพระรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศดังดวงอาทิตย์อุทัยฉะนั้น[๒๕] พระรัศมีอันเป็นระเบียบสว่างไสวที่เกิดในพระพุทธสรีระแผ่ไปโยชน์หนึ่งโดยรอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน[๒๖] ในขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุ ๖๐,๐๐๐ ปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุเท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้เป็นอันมาก[๒๗] ทรงแสดงกำลังของพระพุทธเจ้าประกาศอมตธรรมในโลกแล้ว เสด็จปรินพพาน ไม่ทรงมีอุปาทานเพราะสิ้นความถือมั่นว่าเป็นผู้เสิศ[๒๘] ทรงมีพระวรกายมีรัศมีดังแก้ว พระธรรมก็ไม่มีอะไรเหมือนอันตรธานไปหมดทุกอย่าง สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ[๒๙] พระเรวตพุทธเจ้าผู้ทรงพระยศ มีพระปัญญามาก เสด็จปรินิพพานแล้ว พระธาตุของพระองค์แผ่ไปกว้างขวาง ในประเทศนั้น ๆ ฉะนี้แล

จบ เรวตพุทธวงศ์ที่ ๕

Page 521

๘. โสภิตพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติพระโสภิตพุทธเจ้า

{๗} [๑] สมัยต่อจากพระเรวตพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ ผู้ทรงเป็นพระนายกของโลก มีพระทัยมั่นคง สงบระงับไม่มีใครเสมอ ไม่มีบุคคลเปรียบ[๒] พระองค์ทรงกลับพระทัยได้ในพระราชวังของพระองค์ ทรงบรรลุพระโพธิญาณประกาศพระธรรมจักรอย่างเดียว

[๓] ในระหว่างเบื้องบนตลอดถึงอเวจีนรก และเบื้องตํ่าตลอดถึงภวัคคพรหมนี้ เป็นบริษัทเดียวกันในการทรงแสดงธรรม[๔] พระสัมพุทธเจ้าทรงประกาศพระธรรมจักรแก่บริษัทนั้น โดยจะนับผู้ได้ตรัสรู้ธรรมครั้งแรกพึงกล่าวไม่ได้

[๕] ต่อแต่นั้น เมื่อทรงแสดงธรรมในสมาคมของมนุษย์และเทวดาธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ได้มีแก่มนุษย์และเทวดา ๙๐,๐๐๐โกฏิ[๖] ในกาลนั้น พระราชบุตรผู้เป็นพระบรมกษัตริย์พระนามว่าชยเสนะ รับสั่งให้สร้างพระอารามอีกแห่งหนึ่งมอบถวายในพระพุทธเจ้า[๗] พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุทรงแสดงธรรมประกาศการบูชาของบรมกษัตริย์ ในกาลนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่มนุษย์และเทวดา ๑,๐๐๐ โกฏิ[๘] พระโสภิตะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงมีการประชุมพระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑วัคคพรหม พรหมยอดสุดของภพ หมายถึงพรหมโลกชั้นอกนิฏฐภพ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๔๖)

End of ๕. เรวตพุทธวงศ์