พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๔. สุมนพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๕ (Royal Thai)5/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
จตุตฺโถ สุมนพุทฺธวํโส
สุมนพุทธวงศ์ที่ ๔
ว่าด้วยพระประวัติพระสุมนพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ สุมนพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
มงฺคลสฺส อปเรน สุมโน นาม นายโก
สพฺพธมฺเมหิ อสโม สพฺพสตฺตานมุตฺตโม ฯ
ตทา ๓ อมตเภริโย อาหนิ เมขเล ปุเร
ธมฺมสงฺขสมายุตฺตํ นวงฺคชินสาสนํ ฯ
วิชินิตฺวา ๔ กิเลเส โส ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ
มาเปสิ นครํ สตฺถา สทฺธมฺมปุรวรุตฺตมํ ฯ
นิรนฺตรํ อกุฏิลํ อุชุํ วิปุลวิตฺถตํ
มาเปสิ โส มหาวีถึ สติปฏฺฐานวรุตฺตมํ ฯ
ผเล จตฺตาริ สามญฺเญ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา
ฉฬภิญฺญาฏฺฐสมาปตฺตี ปสาเรสิ ตตฺถ วีถิยํ ฯ
เย อปฺปมตฺตา อขิลา หิริวิริเยหุปาคตา
เต เต อิเม คุณวเร อาทิยนฺติ ยถา สุขํ ฯ
เอวเมเตน โยเคน อุทฺธรนฺโต มหาชนํ
โพเธสิ ปฐมํ สตฺถา โกฏิสตสหสฺสิโย ฯ
ยมฺหิ กาเล มหาวีโร โอวทิ ติตฺถิเย คเณ
โกฏิสตสหสฺสานิ ๑ ทุติเย ธมฺมเทสเน ฯ
ยทา เทวา มนุสฺสา จ สมคฺคา เอกมานสา
นิโรธปญฺหํ ปุจฺฉึสุ สํสยญฺจาปิ มานสํ ฯ
ตทาปิ ธมฺมเทสเน นิโรธปริทีปเน
นวุติโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ
สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ สุมนสฺส มเหสิโน
ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺติจิตฺตาน ตาทินํ ฯ
วสฺสํ วุฏฺฐสฺส ภควโต อภิสงฺฆุฏฺเฐ ปวารเณ
โกฏิสตสหสฺเสหิ ปวาเรสิ ตถาคโต ฯ
ตโต ปรํ สนฺนิปาเต วิมเล กญฺจนปพฺพเต
นวุติโกฏิสหสฺสานํ ทุติโย อาสิ สมาคโม ฯ
ยทา สกฺโก เทวราชา พุทฺธทสฺสนมุปาคมิ
อสีติโกฏิสหสฺสานํ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ
อหํ เตน สมเยน นาคราชา มหิทฺธิโก
อตุโล นาม นาเมน อุปฺปนฺนกุสลสญฺจโย ๑ ฯ
ตทาหํ นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา สญาติภิ
นาคานํ ทิพฺพตุริเยหิ สสงฺฆํ ชินมุปฏฺฐหึ ฯ
โกฏิสตสหสฺสานิ ๒ อนฺนปาเนน ตปฺปยึ
ปจฺเจกทุสฺสยุคํ ทตฺวา สรณํ ตมุปาคมึ ฯ
โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ สุมโน โลกนายโก
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ
ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ
อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ
อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺชิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
เมขลํ นาม นครํ สุทตฺโต นาม ขตฺติโย
สิริมา นาม ชนิกา สุมนสฺส มเหสิโน ฯ
นววสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
จนฺโท สุจนฺโท วฏํโส [๑] ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ
เตสฏฺฐิสตสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา
วฏํสกี ๒ นาม นารี อนุปโม นาม อตฺรโช ฯ
นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา หตฺถิยาเนน นิกฺขมิ
อนูนทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ
พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต สุมโน โลกนายโก
วตฺตจกฺโก มหาวีโร เมขเล ปุรวรุตฺตเม ฯ
สรโณ ภาวิตตฺโต จ อเหสุํ อคฺคสาวกา
อุเทโน นามุปฏฺฐาโก สุมนสฺส มเหสิโน ฯ
โสณา จ อุปโสณา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
โสปิ พุทฺโธ อสมสโม ๓ นาคมูเล อพุชฺฌถ ฯ
วรุโณ เจว สรโณ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
จาลา จ อุปจาลา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
อุจฺจตฺตเนน ๔ โส พุทฺโธ นวุติหตฺถมุคฺคโต ๕
กญฺจนคฺฆิกสงฺกาโส ทสสหสฺสี วิโรจติ ฯ
นวุติวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ
ตารณีเย ตารยิตฺวา โพธเนยฺเย ๖ อโพธยิ
ปรินิพฺพายิ สมฺพุทฺโธ อุฬุราชาว อตฺถมิ ฯ
เต จ ขีณาสวา ภิกฺขู โส จ พุทฺโธ อสาทิโส ๑
อตุลํ ปภํ ทสฺสยิตฺวา นิพฺพุตา เต มหายสา ฯ
ตญฺจ ญาณมตุลิยํ ตานิ จ อตุลิยานิ ๒ รตนานิ
สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ
สุมโน ยสธโร พุทฺโธ องฺคารามมฺหิ นิพฺพุโต
ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป จตุโยชนมุคฺคโต ฯ
สุมนพุทฺธวํโส จตุตฺโถ ฯ
๑ ยุ. สํกิเลสมรณํ ฯ ๒ ม. วสฺสเร ฯ ยุ. เวสฺสโร ฯ ๓ ม. ตทา อมตเภรึ
โส ฯ ยุ. โสปิ ตทา อมตเภรึ ฯ ๔ ม. นิชฺชินิตฺวา ฯ ยุ. ชินิตฺวาน ฯ
๑ ม. ยุ. โกฏิสหสฺสาภิสฺมึสุ ฯ
๑ ม. อุสฺสนฺนกุสลญฺจโย ฯ ยุ. อุสฺสนฺนกุสลปจฺจโย ฯ ๒ ม. ยุ. โกฏิสตสหสฺสานํ ฯ
๑ ม. ยุ. จ ฯ ๒ ม. ยุ. วฏํสิกา ฯ ๓ ม. ยุ. อมิตยโส ฯ ๔ ยุ. อุจฺจตเรน ฯ
อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๕ ยุ. ...สมุคฺคโต ฯ ๖ ม. ยุ. โพธนีเย ฯ
ในสมัยต่อมาจากพระพุทธมงคล มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุมนะไม่มีใครเสมอเหมือนโดยธรรมทั้งปวง อุดมกว่าสรรพสัตว์ ครั้งนั้นพระศาสดาทรงตีกลองอมฤตเภรีในเมขลบุรี พระศาสนาของพระองค์มีองค์ ๙ ประกอบด้วยธรรมอันขาว พระศาสดาพระองค์นั้นทรงชำระกิเลสแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ทรงสร้างนครคือ พระสัทธรรม เป็นเมืองประเสริฐสุด ทรงสร้างถนนใหญ่คือ สติปัฏฐานอันเลิศล้ำ ไม่มีอะไรคั่น ไม่คด เป็นถนนตรงไพบูลย์ กว้างขวาง ทรงลาดสามัญผล ๕ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา๖ และสมาบัติ ๘ ไว้บนถนนนั้น ชนเหล่าใดเป็นผู้ไม่ประมาทประกอบด้วยหิริและความเพียร ชนเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถือเอาคุณอันประเสริฐนี้ได้ตามสบาย
พระศาสดาทรงรื้อขนมหาชนขึ้นด้วยโยคธรรมนั้นอย่างนี้ ทรงยังเทวดาและมนุษย์แสนโกฏิให้ตรัสรู้ในครั้งแรก ในกาลเป็นที่ทรงแสดงธรรมครั้งที่ ๒ ที่พระมหาวีรเจ้าตรัสสอนหมู่เดียรถีย์ เทวดาและมนุษย์แสนโกฏิได้ตรัสรู้ธรรมในกาลเมื่อเทวดาและมนุษย์ผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกันมาทูลถามปัญหานิโรธ อันเป็นความสงสัยแห่งใจ ในการทรงแสดงธรรมเครื่องแสดงนิโรธแม้ครั้งนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่เทวดาและมนุษย์เก้าหมื่นโกฏิ พระสุมนบรมศาสดาทรงมีการประชุมพระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบคงที่ ๓ ครั้ง เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงจำพรรษาแล้ว ในวันสังฆปวารณา พระตถาคตทรงปวารณาพร้อมด้วยพระสาวกแสนโกฏิ
ต่อแต่นั้นในการประชุมที่ภูเขาทองอันสุกอร่ามพระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๒ เก้าหมื่นโกฏิในกาลเมื่อท้าวสักกเทวราชเสด็จเข้าเฝ้า เพื่อทรงเยี่ยมพระพุทธเจ้าพระสาวกมาประชุมกันครั้งที่ ๓ แปดหมื่นโกฏิ สมัยนั้นเราเป็นพญานาคราชมีฤทธิ์มาก มีนามชื่อว่าอตุละ เป็นผู้ก่อสร้างกุศลเจริญขึ้น ครั้งนั้น เราพร้อมด้วยหมู่ญาติออกจากนาคพิภพ เอาดนตรีทิพย์ไปบรรเลงบูชาพระพิชิตมารพร้อมด้วยพระสงฆ์ ถวายข้าวน้ำให้พระสงฆ์สาวกแสนโกฏิ ฉันจนเพียงพอ แล้วถวายผ้าเฉพาะรูปละคู่ได้เข้าถึงพระพิชิตมารกับทั้งพระสงฆ์นั้นเป็นสรณะ แม้พระสุมนพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระองค์นั้น ก็ทรงพยากรณ์เราว่านี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ................ ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น
เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราอธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมีให้ยิ่งขึ้น พระมหากษัตริย์พระนามว่าสุทัตตะ เป็นพระชนกของพระสุมนบรมศาสดาพระชนนีพระนามว่าสิริมา พระองค์ทรงครอบครองอคารสถานอยู่เก้าพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่าจันทะสุจันทะและวฏังสะ มีพระสนมนารีกำนัลในหกล้านสามแสนนางล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าวฏังสกี พระราชโอรสพระนามว่าอนูปโม พระพิชิตมารทรงเห็นนิมิต ๔ ประการจึงเสด็จออกผนวชด้วยพระยาคชสารยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียร ๑๐ เดือนเต็ม พระมหาวีรสุมนเจ้าผู้เป็นนายกของโลก อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ เมขลนครอันเป็นเมืองประเสริฐสุด
พระองค์ทรงมีพระสรณเถระ และพระภาวิตัตตเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระนามว่าอุเทนเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระโสณาเถรีและพระอุปโสณาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา แม้พระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์นั้นก็ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้กากะทิง วรุณอุบาสกและสรณอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐากจาลาอุบาสิกาและอุปจาลาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระองค์สูง ๙๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดังทองคำล้ำค่า ส่องสว่างจ้าไปในหมื่นโลกธาตุ ขณะนั้น มนุษย์มีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย พระสัมพุทธเจ้าทรงช่วยคนที่ควรข้ามให้ข้าม ทรงช่วยคนที่ควรตรัสรู้ให้ตรัสรู้ แล้วเสด็จปรินิพพานเหมือนพระจันทร์ดับ พระขีณาสพเหล่านั้น และพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเปรียบพระองค์นั้น แสดงรัศมีอันไม่มีอะไรเสมอเหมือนแล้วนิพพาน ญาณและรัตนตรัยอันไม่มีอะไรเทียบเคียงเหล่านั้นหายไปหมดสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระสุมนพุทธเจ้าผู้ทรงยศเสด็จนิพพาน ณ อังคาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๔ โยชน์ประดิษฐานอยู่ ณ อังคารามนั้นแล.
จบสุมนพุทธวงศ์ที่ ๕
End of ๔. สุมนพุทธวงศ์