arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๑๗. ติสสพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๘ (Royal Thai)18/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ติสสพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 33, pp. 555–558

Page 555

[๒๐] สุปปิยอุบาสกและสัมพุทธอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก รัมมาอุบาสิกาและสุรัมมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

[๒๑] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นสูง ๖๐ ศอก พระองค์งามเปล่งปลั่งดังทองคำอันลํ้าค่า รุ่งเรืองไปในหมื่นโลกธาตุ

[๒๒] พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ ทรงพระคุณไม่มีผู้เสมอเหมือน ไม่มีบุคคลเปรียบเทียบ ทรงดำรงอยู่ในโลก ๑๐๐,๐๐๐ ปี

[๒๓] พระองค์ทรงแสดงรัศมีอันไพบูลย์ ทรงยังพระสาวกทั้งหลาย ให้บานสะพรั่ง ทรงเยื้องกรายงดงามด้วยสมบัติอันประเสริฐแล้วเสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวก[๒๔] พระสิทธัตถพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐเสด็จปรินิพพาน ณ อโนมาราม พระสถูปอันเสริฐของพระองค์สูง ๔ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่อโนมาราม ฉะนี้แล

จบ สิทธัตถพุทธวงศ์ที่ ๑๖

๑๙. ติสสพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติพระติสสพุทธเจ้า

{๑๘} [๑] ในกัปต่อจากพระสิทธัตถพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีศีลไม่มีที่สุด ทรงมีพระยศนับมิได้ ผู้นำชั้นเลิศของโลก[๒] พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระจักษุ ผู้ทรงอนุเคราะห์เสด็จอุบัติขึ้นในโลก กำจัดความมืดมน ยังมนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสว

Page 556

[๓] แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นก็ทรงมีฤทธิ์ ศีล และสมาธิไม่มีสิ่งอื่นเทียมถึง ทรงถึงความสำเร็จในธรรมทั้งปวงแล้วทรงประกาศพระธรรมจักร[๔] พระองค์ทรงแสดงธรรมสั่งสอนถึงความบริสุทธิ์ไปในหมื่นโลกธาตุ ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑ สัตว์ได้ตรัสรู้มีจานวน ๑๐๐ โกฏิ[๕] ครั้งที่ ๒ จำนวน ๙๐ โกฏิ ครั้งที่ ๓ จำนวน ๖๐ โกฏิ ในกาลนั้น พระองค์ทรงเปลื้องมนุษย์และเทวดาที่มาประชุมกันให้หลุดพ้นจากกิเลสเครื่องผูก[๖] พระองค์ทรงมีการประชุมพระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

[๗] ครั้งที่ ๑ พระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้เบิกบานแล้วด้วยวิมุตติ มาประชุมกันจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ รูป ครั้งที่ ๒ จำนวน ๙,๐๐๐,๐๐๐ รูป[๘] ครั้งที่ ๓ พระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้เบิกบานแล้วด้วยวิมุตติ มาประชุมกัน ๘,๐๐๐,๐๐๐ รูป

[๙] สมัยนั้น เราเป็นพระมหากษัตริย์พระนามว่าสุชาตะ ละทิ้งโภคสมบัติเป็นอันมากแล้วออกบวชเป็นฤๅษี

[๑๐] เมื่อเราบวชแล้ว พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นนายกของโลกจึงเสด็จอุบัติขึ้น เพราะได้ยินคำว่า 'พุทโธ, ปีติจึงเกิดแก่เรา[๑๑] เราผู้กำจัดมานะแล้ว เอามือทั้งสองประคองดอกมณฑารพ ดอกปทุม และดอกปาริชาตทิพย์เข้าไปเฝ้า

[๑๒] เราใช้ดอกไม้นั้นถือกั้นเป็นร่มให้พระติสสชนเจ้าผู้แวดล้อมด้วยพระรัศมีอันปรากฏ ผู้ทรงเป็นพระอัครนายกของโลก

Page 557

[๑๓-๑๔] ในกาลนั้น แม้พระองค์ก็ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางประชุมชน ทรงพยากรณ์เราว่า“ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ... ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น”[๑๕] เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป

[๑๖] มีพระนครชื่อว่าเขมกะ พระมหากษัตริย์พระนามว่าชนสันทะ เป็นพระชนกของพระติสสะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ พระชนนีพระนามว่าปทุมา[๑๗] พระองค์ทรงครอบครองเหย้าเรือนอยู่ ๗,๐๐๐ ปี ทรงมีปราสาทที่สูงส่ง ๓ องค์ ชื่อคุณเสลา ๑ นาทิยะ ๑ นิสภะ ๑

[๑๘] มีนางสนมกํานัลใน ๓๐,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าสุภัททา พระราชโอรสพระนามว่าอานันทะ[๑๙] พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยอัศวราช ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ครึ่งเดือนพอดี

[๒๐] พระติสสมหาวีรเจ้าพระอัครนายกของโลกอันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักรที่ยสวดีทายวันอันประเสริฐ

[๒๑] ทรงมีพระพรหมเทวเถระและพระอุทยเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระนามว่าสมคะเป็นพุทธอุปัฏฐาก

[๒๒] พระผุสสาเถรีและพระสุทัตตาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ต้นโพธิที่ตรัสรู้ของพระองค์เรียกกันว่าต้นประดู่

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑... ข้อความที่ว่างไว้เหมือนกับข้อ ๖๒-๗๔ แห่งสุเมธปัตถนากถา (หน้า ๔๙๑-๔๙๓ ในเล่มนี้)
Page 558

[๒๓] สัมพลอุบาสกและสิริอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก กิสาโคตมีอุบาสิกาและอุปเสนาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

[๒๔] แม้พระพุทธชินเจ้าพระองค์นั้นก็สูง ๖๐ ศอก ไม่มีผู้เปรียบ ไม่มีผู้เสมอเหมือน ทรงปรากฏดังขุนเขาหิมวันต์[๒๕] แม้พระองค์ผู้มีเดชหาใครเทียบเคียงมิได้ มีพระจักษุ ก็ทรงมีพระชนมายุมาก ดำรงอยู่ในโลก ๑๐๐,๐๐๐ ปี[๒๖] พระองค์ทรงเสวยพระยศใหญ่ อุดม ประเสริฐสุด ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จปรินิพพานไปพร้อมด้วยพระสาวก[๒๗] พระองค์เสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวกดังเมฆหายไปเพราะลม ดังน้ำค้างหายไปเพราะดวงอาทิตย์ ดังความมืดหายไปเพราะแสงไฟฉะนั้น[๒๘] พระติสสพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเสด็จปรินิพพาน ณ นันทาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ที่นันทารามนั้นฉะนี้แล

จบ ติสสพุทธวงศ์ที่ ๑๗

๒๐. ปุสสพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติพระปุสสพุทธเจ้า

{๑๙} [๑] ในมัณฑกัปนั้นแล มีพระพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยม ผู้ไม่มีใครเปรียบเสมอเหมือน พระนามว่าปุสสะ ผู้ทรงเป็นพระอัครนายกของโลก

End of ๑๗. ติสสพุทธวงศ์