arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๑๗. ติสสพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๘ (Royal Thai)18/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๑๗. ติสสพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระติสสพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ติสสพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 33, pp. 675–680

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ

ได้มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ

ไม่มีผู้เสมอ ไม่มีบุคคลเปรียบ

มีศีลหาที่สุดมิได้ มีพระยศนับมิได้

ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหาวีระผู้มีพระจักษุ ผู้ทรงอนุเคราะห์

เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ทรงขจัดความมืดได้แล้ว

ฉายพระรัศมีให้มนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลกสว่างไสว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระฤทธิ์

ศีลและสมาธิอันหาสิ่งทัดเทียมมิได้

ทรงถึงความสำเร็จในธรรมทั้งปวงแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นทรงแสดงธรรม

ประกาศความบริสุทธิ์ไปในหมื่นจักรวาล

ในพระธรรมเทศนาครั้งที่ ๑

เทวดาและมนุษย์ ๑๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๙๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๒

ในการแสดงธรรมครั้งที่ ๓

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๖๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม

ครั้งนั้นพระองค์ทรงเปลื้องเทวดาและมนุษย์

ที่มาประชุมกันให้หลุดพ้นจากเครื่องผูกพัน

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1เครื่องผูกพัน หมายถึงสังโยชน์ ๑๐ (ขุ.พุทธ.อ. ๕/๓๓๐)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระติสสพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ได้มีการประชุมแห่งพระขีณาสพ

ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระขีณาสพประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๑

พระขีณาสพประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน

เบิกบานแล้วด้วยวิมุตติประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกันเป็นครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น เราเป็นกษัตริย์มีนามว่าสุชาตะ

ละทิ้งโภคะเป็นอันมากแล้ว บวชเป็นฤๅษี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อเราบวชแล้ว พระพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกเสด็จอุบัติขึ้น

เพราะได้ฟังเสียงว่า พุทโธ ปีติจึงเกิดแก่เรา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราผู้กำจัดมานะแล้ว ใช้มือทั้ง ๒ ประคองดอกมณฑารพ

ดอกปทุม และดอกปาริฉัตตกะอันเป็นทิพย์เข้าเฝ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราถือดอกไม้นั้น กั้นเหนือพระเศียร

พระชินเจ้าพระนามว่าติสสะ

ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ผู้แวดล้อมด้วยวรรณะทั้ง ๔

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1วรรณะ ๔ หมายถึง วรรณะกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี และสมณะ (ขุ.พุทธ.อ. ๑๒/๓๓๗)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ประทับนั่งท่ามกลางประชุมชน

ทรงพยากรณ์เราว่า

‘ในกัปที่ ๙๒ จากกัปนี้ไป ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า’

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร

บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราแล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้นจักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

เทวดาและมนุษย์ ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง

ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรุงชื่อว่าเขมกะ กษัตริย์พระนามว่าชนสันธะเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าปทุมาเป็นพระชนนี

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๗,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือคุณเสลาปราสาท นาทิยปราสาท และนิสภปราสาท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีนางสนมกำนัล ๓๐,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าสุภัททา

พระราชโอรสพระนามว่าอานันทะ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงราชพาหนะคือม้าออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ครึ่งเดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหาวีระพระนามว่าติสสะ ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักรที่ยสวดีทายวันอันประเสริฐ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพรหมเทพเถระและพระอุทัยเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าสุมังคละเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระผุสสาเถรีและพระสุทัตตาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นประดู่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สัมพลอุบาสกและสิริอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

กีสาโคตมีอุบาสิกาและอุปเสนาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรงมีพระวรกายสูง ๖๐ ศอก

ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบ ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน ทรงปรากฏดังภูเขา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้พระองค์ผู้มีเดชไม่มีอะไรเปรียบเทียบ ผู้มีพระจักษุ

ทรงดำรงพระชนมายุอยู่ในโลกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี

ไม่ยิ่งไปกว่านั้น

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ไม่ยิ่งไปกว่านั้น หมายถึงไม่มากไม่น้อยไปกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ปี (ขุ.พุทธ.อ. ๒๕/๓๓๓)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์พร้อมทั้งสาวก เสวยยศยิ่งใหญ่ อุดม ประเสริฐสุด

ทรงรุ่งเรืองดังกองเพลิงเสด็จดับขันธปรินิพพาน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์พร้อมทั้งสาวก เสด็จดับขันธปรินิพพาน

ดังเมฆหายจางไปเพราะสายลม

ดังน้ำค้างเหือดแห้งไปเพราะดวงอาทิตย์

และดังความมืดหายไปเพราะดวงไฟ ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระนามว่าติสสะ

เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วที่นันทาราม

พระสถูปของพระชินเจ้านั้น

ที่นันทารามนั้น สูงถึง ๓ โยชน์ ฉะนี้แล

ติสสพุทธวงศ์ที่ ๑๗ จบ

End of ๑๗. ติสสพุทธวงศ์