สิคาลวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 332–351 (Royal Thai)10/10 in ทุกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๑๐ สิคาลวคฺโค
๑ สพฺพทาฐิชาตกํ
๑๐. สิคาลวรรค
๑. สัพพทาฐิชาดก
ผู้มีบริวารมากเป็นใหญ่ได้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค สัพพทาฐิชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สิคาโล มานถทฺโธ จ ปริวาเรน อตฺถิโก
ปาปุณิ มหตึ ภูมึ ราชาสิ สพฺพทาฐินํ ฯ9
สุนัขจิ้งจอกกระด้างด้วยมานะ มีความต้องการด้วยบริวาร ได้บรรลุถึงสมบัติใหญ่ ได้เป็นราชาแห่งสัตว์มีเขี้ยวงาทั้งปวง ฉันใด.
เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ ปริวารวา
โส หิ ตตฺถ มหา โหติ สิคาโล วิย ทาฐินนฺติ ฯ
สพฺพทาฐิชาตกํ ปฐมํ ฯ
___________
๑ สี. อยํ ปจฺฉิมคาถา น ทิสฺสติ ฯ
ในหมู่มนุษย์ ผู้ใดมีบริวารมาก ผู้นั้นชื่อว่า เป็นใหญ่ในบริวารเหล่านั้นดุจสุนัขจิ้งจอกได้เป็นใหญ่กว่าสัตว์มีเขี้ยวงา ฉะนั้น.
จบ สัพพทาฐิชาดกที่ ๑.
๒ สุนขชาตกํ
๒. สุนขชาดก
ผู้ฉลาดย่อมช่วยตัวเองได้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค สุนขชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
พาโล วตายํ สุนโข โย วรตฺตํ น ขาทติ
พนฺธนา จ ปโมเจยฺย ๑ อสิโตว ๒ ฆรํ วเช ฯ
สุนัขตัวใด ไม่กัดเชือกหนังให้ขาด สุนัขตัวนั้น โง่เขลามาก สุนัขควรจะเปลื้องตนเสียจากเครื่องผูก กินเชือกหนังเสียให้อิ่ม แล้วจึงค่อยกลับไปยังที่อยู่ของตน.
อฏฺฐิตํ เม มนสฺมึ เม อโถ เม หทเย กตํ
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ ยาว ปสุปตุชฺชโนติ ๓ ฯ
สุนขชาตกํ ทุติยํ ฯ
คำที่ท่านกล่าวนี้ฝังอยู่ในหัวใจของข้าพเจ้า อนึ่ง ข้าพเจ้ายังได้จำไว้ในใจแล้ว ข้าพเจ้าจะรอเวลาจนกว่าคนจะหลับ.
จบ สุนขชาดกที่ ๒.
๓ คุตฺติลชาตกํ
๓. คุตติลชาดก
ลูกศิษย์คิดล้างครู
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค คุตติลชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สตฺตตนฺตึ สุมธุรํ รามเณยฺยํ อวาจยึ
โส มํ รงฺคมฺหิ อเวฺหติ สรณํ เม โหหิ โกสิย ฯ
ข้าพระองค์ได้สอนให้ศิษย์ชื่อมุสิละเรียนวิชาดีดพิณ ๗ สาย มีเสียงไพเราะจับใจคนฟัง เขากลับมาขันดีดพิณสู้ข้าพระองค์ ณ ท่ามกลางสนาม ข้าแต่ท้าวโกสีย์ ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์เถิด.
อหํ ตํ สรณํ สมฺม อหมาจริยปูชโก
น ตํ ชยิสฺสติ สิสฺโส สิสฺสมาจริย เชสฺสสีติ ฯ
คุตฺติลชาตกํ ตติยํ ฯ
ดูกรสหาย ฉันจะเป็นที่พึ่งของท่าน ฉันเป็นผู้บูชาอาจารย์ ศิษย์จักไม่ชนะท่าน ท่านจักชนะศิษย์.
จบ คุตติลชาดกที่ ๓.
๔ วิคติจฺฉชาตกํ
๔. วิคติจฉชาดก
ความปรารถนาไม่มีที่สิ้นสุด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค วิคติจฉชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ยํ ปสฺสติ น ตํ อิจฺฉติ ยญฺจ น ปสฺสติ ตํ กิร อิจฺฉติ
มญฺญามิ จิรํ จริสฺสติ น หิ ตํ ลจฺฉติ ยํ โส อิจฺฉติ ฯ
บุคคลเห็นสิ่งใด ไม่ปรารถนาสิ่งนั้น อนึ่ง บุคคลไม่เห็นสิ่งใด ย่อมปรารถนาสิ่งนั้น เราเข้าใจว่า บุคคลนั้น จักท่องเที่ยวไปอีกนาน อยากได้สิ่งใด ก็จักไม่ได้สิ่งนั้นเลย.
ยํ ลภติ น เตน ตุสฺสติ ยํ [๔] ปตฺเถติ ลทฺธํ หีเฬติ
อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา วิคติจฺฉานํ นโม กโรมเสติ ฯ
วิคติจฺฉชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
๑ ม. ปมุญฺเจยฺย ฯ ๒ ม. อสิโต จ ฯ ๓ ม. - ปสฺสุปตู ชโน ฯ ๔ ม. จ ฯ
บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น ปรารถนาสมบัติอันใด ก็ติเตียนสมบัติที่ได้มานั้น เพราะขึ้นชื่อว่า ความปรารถนามีอารมณ์ไม่สิ้นสุดเราขอกระทำความนอบน้อมแด่ท่านผู้ปราศจากความปรารถนา.
จบ วิคติจฉชาดกที่ ๔.
๕ มูลปริยายชาตกํ
๕. มูลปริยายชาดก
กาลเวลากินสัตว์พร้อมทั้งตัวเอง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค มูลปริยายชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา
โย จ กาลฆโส ภูโต ส ภูตปจนึ ปจิ ฯ
กาลย่อมกินสัตว์ทั้งปวงกับทั้งตัวเองด้วย ก็ผู้ใดกินกาล ผู้นั้นเผาตัณหาที่เผาสัตว์ได้แล้ว.
พหูนิ นรสีสานิ โลมสานิ พฺรหฺานิ จ
คีวาสุ ปฏิมุกฺกานิ โกจิ เทเวตฺถ กณฺณวาติ ฯ
มูลปริยายชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ศีรษะของนรชนปรากฏว่ามีมาก มีผมดำยาวปกคลุมถึงคอ บรรดาคนทั้งหลายนี้ จะหาคนผู้มีปัญญาสักคนก็ไม่ได้.
จบ มูลปริยายชาดกที่ ๕.
๖ พาโลวาทชาตกํ ๑
๖. พาโลวาทชาดก
ว่าด้วยคนมีปัญญาบริโภค
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค พาโลวาทชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
หนฺตฺวา ฆตฺวา ๒ วธิตฺวา จ เทติ ทานํ อสญฺญโต
อีทิสํ ภตฺตํ ภุญฺชมาโน ส ปาปมุปลิมฺปติ ๓ ฯ
บุคคลผู้ไม่สำรวม ประหารสัตว์ เบียดเบียน และฆ่าสัตว์ ให้ทานแก่สมณะใด สมณะนั้น บริโภคภัตเช่นนี้ ย่อมเข้าไปติดบาปด้วย.
ปุตฺตทารมฺปิ เจ หนฺตฺวา เทติ ทานํ อสญฺญโต
ภุญฺชมาโนปิ สปฺปญฺโญ น ปาปมุปลิมฺปตีติ ๓ ฯ
พาโลวาทชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
ถ้าสมณะเป็นผู้มีปัญญา แม้จะบริโภคทานที่บุคคลผู้ไม่สำรวม ฆ่าบุตรและภรรยาถวาย ก็ไม่เข้าไปติดบาปเลย.
จบ พาโลวาทชาดกที่ ๖.
๗ ปาทญฺชลิชาตกํ
๗. ปาทัญชลิชาดก
ว่าด้วยปาทัญชลีราชกุมาร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค ปาทัญชลิชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ ปญฺญาย อติโรจติ
ตถา หิ โอฏฺฐํ ภญฺชติ อุตฺตรึ นูน ปสฺสติ ฯ
ปาทัญชลีราชกุมาร ย่อมรุ่งเรืองกว่าเราทั้งหมดด้วยพระปรีชาแน่นอนเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมจึงทรงเม้มพระโอฐอยู่เล่า จะทรงเห็นเหตุอย่างอื่นยิ่งกว่านี้เป็นแน่.
นายํ ธมฺมํ อธมฺมํ วา อตฺถานตฺถญฺจ พุชฺฌติ
อญฺญตฺร โอฏฺฐนิพฺโภคา นายํ ชานาติ กิญฺจนนฺติ ฯ
ปาทญฺชลิชาตกํ สตฺตมํ ฯ
๑ สี. เตโลวาทชาตกํ ฯ ๒ ม. เฉตฺวา ฯ ๓ สี. ยุ. ปาเปน ฯ
ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ จะทรงทราบสิ่งที่เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ก็หาไม่ ปาทัญชลีราชกุมารพระองค์นี้ นอกจากจะเม้มพระโอฐแล้ว ย่อมไม่ทรงทราบเหตุการณ์สักนิดหนึ่งเลย.
จบ ปาทัญชลิชาดกที่ ๗.
๘ กึสุโกปมชาตกํ
๘. กิงสุโกปมชาดก
คนไม่รู้ธรรมด้วยญาณย่อมสงสัยในธรรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค กิงสุโกปมชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สพฺเพหิ กึสุโก ทิฏฺโฐ กิเนฺวตฺถ วิจิกิจฺฉถ
น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ สารถิ ๑ ปริปุจฺฉิโต ฯ
ท่านทุกคนเห็นต้นทองกวาวแล้ว ยังจะสงสัยในต้นทองกวาวนั้น เพราะเหตุไรหนอ ท่านทั้งหลายหาได้ถามนายสารถีให้ถี่ถ้วนในที่ทั้งปวงไม่.
เอวํ สพฺเพหิ ญาเณหิ เยสํ ธมฺมา อชานิตา
เต เว ธมฺเมสุ กงฺขนฺติ กึสุกสฺมึว ภาตโรติ ฯ
กึสุโกปมชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
บุคคลเหล่าใด ยังไม่รู้ธรรมทั้งหลาย ด้วยญาณทั้งปวง บุคคลเหล่านั้นแลย่อมสงสัยในธรรมทั้งหลาย เหมือนพระราชาบุตร ๔ พระองค์ ทรงสงสัยในต้นทองกวาวฉะนั้น.
จบ กิงสุโกปมชาดกที่ ๘.
๙ สาลกชาตกํ
๙. สาลกชาดก
ว่าด้วยสาลกวานร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค สาลกชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสิ
ตฺวญฺจ โน เหสฺสสิ อิสฺสโร กุเล
โอโรห ทุมสฺมา สาลก
เอหิ ทานิ ฆรกํ วเชมเส ฯ
ดูกรพ่อสาลกวานร พ่อเป็นลูกคนเดียวของเรา อนึ่ง พ่อจักได้เป็นใหญ่แห่งโภคสมบัติในตระกูลของเรา ลงมาจากต้นไม้เถิด มาเถิดพ่อ เราจะพากันกลับไปบ้านของเรา.
นนุ มํ สุหทโยติ ๒ มญฺญสิ
ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺฐิยา
ปกฺกมฺพวเน รมามเส
คจฺฉ ตฺวํ ฆรกํ ยถาสุขนฺติ ฯ
สาลกชาตกํ นวมํ ฯ
๑ ม. สารถี ฯ ๒ สี. ยุ. นนุ มํ หทเยติ ฯ
ท่านสำคัญเราว่า เป็นสัตว์ใจดี จึงได้ตีเราด้วยเรียวไม้ไผ่ เราพอใจอยู่ในป่ามะม่วงที่มีผลสุก ท่านจงกลับไปบ้านตามสบายเถิด.
จบ สาลกชาดกที่ ๙.
๑๐ กปิชาตกํ
๑๐. กปิชาดก
เข้าใจว่าลิงเป็นฤาษี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค กปิชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อยํ อิสิ อุปสมสญฺญเม รโต
ส ติฏฺฐติ สิสิรภเยน อทฺธิโต ๑
หนฺท อยํ ปวิสตุมํ อคารกํ
วิเนตุ สีตํ ทรถญฺจ เกวลํ ฯ
ฤาษีผู้ยินดีแล้วในความสงบและความสำรวม ท่านถูกภัย คือ ความหนาวเบียดเบียน จึงมายืนอยู่ เชิญฤาษีผู้นี้จงเข้ามายังบรรณศาลานี้เถิดจะได้บรรเทาความหนาว และความกระวนกระวายให้หมดสิ้นไป.
นายํ อิสิ ๒ อุปสมสญฺญเม รโต
กปิ อยํ ทุมฺพรสาขโคจโร ๓
โส ทูสโก โรสโก จาปิ ชมฺโม
สเจ วเช อิมมฺปิ ทูสเย ฆรนฺติ ๔ ฯ
กปิชาตกํ ทสมํ ฯ
สิคาลวคฺโค ทสโม ฯน
__________
ตสฺสุทฺทานํ
อถ ราชา สิคาลวโร สุนโข
ตถา โกสิย อิจฺฉติ กาลฆโส
อถ ทานวโรฏฺฐปิ สารถินา
ปุนมฺปวนญฺจ สิสิรกปิ ทส ฯ
_______________
วคฺคุทฺทานํ ฯ
ทฬฺหญฺจ วคฺคํ อปเรน สนฺถวํ
กลฺยาณวคฺคาสทิโส จ รุหกํ
นตํทฬฺหํ พีรณตฺถมฺภกา ปุน
กาสาวุปาหนสิคาลเกน ทสาติ ฯ
ทุกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑ ม. อฏฺฏิโต ฯ ๒ ม. อิสี ฯ ๓ สี. ม. ทุมวรสาขโคจโร ฯ ๔ ม. สเจ วเชมมฺปิ
ทูเสยฺย ฆรนฺติ ฯ
นี้ไม่ใช่ฤาษีผู้ยินดีในความสงบและความสำรวม เป็นลิงเที่ยวโคจรอยู่ตามกิ่งมะเดื่อ มันเป็นสัตว์ประทุษร้าย ฉุนเฉียว และมีสันดานลามกถ้าเข้ามาอยู่ยังบรรณศาลาหลังนี้ ก็จะพึงประทุษร้ายบรรณศาลา.
จบ กปิชาดกที่ ๑๐.
จบ สิคาลวรรคที่ ๑๐.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สัพพทาฐิชาดก ๒. สุนขชาดก
๓. คุตติลชาดก ๔. วิคติจฉชาดก
๕. มูลปริยายชาดก ๖. พาโลวาทชาดก
๗. ปาทัญชลิชาดก ๘. กิงสุโกปมชาดก
๙. สาลกชาดก ๑๐. กปิชาดก.
_________________
รวมวรรคที่มีในทุกนิบาตนี้ คือ
๑. ทัฬหวรรค ๒. สันถวรรค
๓. กัลยาณธรรมวรรค ๔. อสทิสวรรค
๕. รุหกวรรค ๖. นตังทัฬหวรรค
๗. พีรณัตถัมภกวรรค ๘. กาสาววรรค
๙. อุปาหนวรรค ๑๐. สิคาลวรรค.
จบ ทุกนิบาตชาดก.
End of สิคาลวรรค