นวกนิบาต
Text layerBuddha’s wordsItems 1207–1318 (Royal Thai)9/22 in ชาดก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
นวกนิปาตชาตกํ
๑ คิชฺฌชาตกํ
นวกนิบาตชาดก
๑. คิชฌชาดก
ผู้ไม่ทำตามคำสอนย่อมพินาศ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต คิชฌชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ปริสงฺกุปโถ นาม คิชฺฌปโถ ๑ สนนฺตโน
ตตฺราสิ มาตาปิตโร คิชฺโฌ โปเสสิ ชิณฺณเก ฯ
ทางบนคิชฌบรรพตชื่อว่า ปริสังกุปถะ เป็นของเก่าแก่ แร้งเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้ชราอยู่ที่ทางนั้น.
เตสํ อชครํ เมทํ อจฺจหาสิ พหุตโส ๒
ปิตา จ ปุตฺตํ อวจ ชานํ อุจฺจํ ปปาตินํ
สุปตฺตํ ปกฺขสมฺปนฺนํ ๓ เตชสึ ทูรคามินํ ฯ
โดยมากไปเที่ยวหามันข้นงูเหลือมมาให้มารดาบิดาเหล่านั้นกิน ฝ่ายบิดารู้ว่าแร้งสุปัตผู้ลูกมีปีกแข็งแล้ว กล้าหาญ มักร่อนขึ้นไปสูง เที่ยวไปไกลๆ จึงได้กล่าวสอนลูกว่า.
ปริปฺลวนฺตํ ปฐวึ ยทา ตาต วิชานหิ
สาคเรน ปริกฺขิตฺตํ จกฺกํว ปริมณฺฑลํ
ตโต ตาต นิวตฺตสฺสุ มาสฺสุ เอตฺโต ปรํ คมิ ฯ
ลูกเอ๋ย เมื่อใด เจ้ารู้ว่าแผ่นดินอันทะเลล้อมรอบ กลมดังกงจักร ลอยอยู่บนน้ำเหมือนใบบัว เมื่อนั้น เจ้าจงกลับเสียจากที่นั้น อย่าบินต่อจากนั้นไปอีกเลย.
อุทปตฺโตสิ ๔ เวเคน พลี ปกฺขี ทิชุตฺตโม
โอโลกยนฺโต วงฺกงฺโค ปพฺพตานิ วนานิ จ ฯ
แร้งสุปัตเป็นสัตว์มีกำลังมาก ปีกแข็ง ร่างกายสมบูรณ์ บินขึ้นไปถึงอากาศเบื้องบนโดยกำลังเร็ว เมื่อเหลียวกลับมาแลดูภูเขา และป่าไม้ทั้งหลาย ฯ
อทฺทส ปฐวึ คิชฺโฌ ยถาสฺสาสิ ปิตุสฺสุตํ
สาคเรน ปริกฺขิตฺตํ จกฺกํว ปริมณฺฑลํ ฯ
ก็ได้แลเห็นแผ่นดินอันทะเลล้อมรอบ กลมดังกงจักร เหมือนกับคำที่ตนได้ฟังมาจากสำนักแร้งผู้บิดา ฉะนั้น.
ตญฺจ โส สมติกฺกมฺม ปรเมว ปวตฺตถ ๕
ตญฺจ วาตสิขา ติกฺขา อจฺจหาสิ พลึ ทิชํ ฯ
แร้งสุปัตนั้น ได้บินล่วงเลยที่นั้นขึ้นไปเบื้องหน้าอีก ยอดลมแรงได้ประหารแร้งสุปัตผู้มีกำลังมากนั้นให้เป็นจุรณ์.
นาสกฺขาติคโต โปโส ปุนเทว นิวตฺติตุํ
ทิโช พฺยสนมาปาทิ เวรพฺภานํ ๖ วสํ คโต ฯ
๑ ม. คิชฺฌปนฺโถ ฯ ๒ สี. ปหุตฺตโต ฯ ม. พหุตฺตโส ฯ ๓ ม. ถามสมฺปนฺนํ ฯ
๔ สี. อุทฺธํ ปตฺโตสิ ฯ ๕ ม. ปรเมวจฺจวตฺตถ ฯ ๖ ม. เวรมฺภานํ ฯ สี. ยุ.
เวรมฺพานํ ฯ
แร้งสุปัตบินเกินไป ไม่สามารถจะกลับจากที่นั้นได้อีก ตกอยู่ในอำนาจของลมเวรัพภาวาต ถึงความพินาศแล้ว.
ตสฺส ปุตฺตา จ ทารา จ เย จญฺเญ อนุชีวิโน
สพฺเพ พฺยสนมาปาทุํ อโนวาทกเร ทิเช ฯ
เมื่อแร้งสุปัตไม่ทำตามโอวาทของบิดา บุตรภรรยา และแร้งอื่นๆ ที่อาศัยเลี้ยงชีพ ก็พากันถึงความพินาศไปด้วยทั้งหมด.
เอวมฺปิ อิธ วุฑฺฒานํ โย วากฺยํ นาวพุชฺฌติ
อติสีมจโร ทิตฺโต คิชฺโฌ วาตีตสาสโน
สพฺเพ พฺยสนํ ปปฺโปนฺติ ๑ อกตฺวา วุฑฺฒสาสนนฺติ ฯ
คิชฺฌชาตกํ ปฐมํ ฯ
แม้ในศาสนานี้ก็เหมือนกัน ภิกษุใดไม่เชื่อถ้อยฟังคำของผู้ใหญ่ ภิกษุนั้นเป็นผู้ชื่อว่าล่วงศาสนา ดุจแร้งล่วงเขตแดน ฉะนั้น ผู้ไม่ทำตามคำสอนของท่านผู้ใหญ่ ย่อมถึงความพินาศทั้งหมด.
จบ คิชฌชาดกที่ ๑.
๒ โกสมฺพิยชาตกํ
๒. โกสัมพิยชาดก
อยู่คนเดียวดีกว่าร่วมกับคนพาล
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต โกสัมพิยชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ปุถุสทฺโท สมชโน น พาโล โกจิ มญฺญถ
สงฺฆสฺมึ ภิชฺชมานสฺมึ นาญฺญํ ภิยฺโย อมญฺญรุํ ฯ
คนพาลมีเสียงอื้ออึงเหมือนกันหมด สักคนหนึ่งก็ไม่รู้สึกตนว่าเป็นคนพาล เมื่อสงฆ์แตกกัน ก็ไม่รู้เหตุอื่นโดยยิ่งกว่าสงฆ์แตกกันเพราะเรา.
ปริมุฏฺฐา ปณฺฑิตาภาสา วาจาโคจรภาณิโน
ยาวิจฺฉนฺติ มุขายามํ เยน นีตา น ตํ วิทู ฯ
เพราะเป็นคนมีสติหลงลืม ยังพูดว่าตนเป็นบัณฑิต มีวาจาเป็นโคจร ช่างพูด ย่อมปรารถนาจะให้เสียงออกจากปากอยู่เพียงใด ก็พูดไปเพียงนั้นเขาถูกความทะเลาะนำไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าการทะเลาะนั้นเป็นโทษ.
อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม
เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ เวรํ เตสํ น สมฺมติ ฯ
ก็ชนเหล่าใดเข้าไปผูกความโกรธนั้นไว้ว่า คนโน้นด่าเรา คนโน้นได้ตีเรา คนโน้นได้ชำนะเรา คนโน้นได้ลักของๆ เรา เวรของชนเหล่านั้นย่อมไม่ระงับเลย.
อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม
เย จ ตํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ ฯ
ส่วนชนเหล่าใดไม่เข้าไปผูกความโกรธนั้นไว้ว่า คนโน้นด่าเรา คนโน้นได้ตีเรา คนโน้นได้ชำนะเรา คนโน้นได้ลักของๆ เรา เวรของชนเหล่านั้นย่อมระงับไป.
น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ
อเวเรน จ สมฺมนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโน ฯ
ในกาลไหนๆ เวรในโลกนี้ย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับเพราะความไม่มีเวร ธรรมนี้เป็นของเก่า.
ปเร จ น วิชานนฺติ มยเมตฺถ ยมามเส
เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ตโต สมฺมนฺติ เมธคา ฯ
๑ ม. ส เว พฺยสนํ ปปฺโปติ ฯ
ก็ชนเหล่าอื่นย่อมไม่รู้สึกว่า พวกเราจะพากันยุบยับในท่ามกลางสงฆ์นี้ฝ่ายชนเหล่าใดในหมู่นั้นย่อมรู้สึกได้ ความหมายมั่นกันย่อมสงบระงับไป เพราะการทำไว้ในใจโดยแยบคายของชนเหล่านั้น.
อฏฺฐิจฺฉินฺนา ปาณหรา ควาสฺสธนหาริโน
รฏฺฐํ วิลุมฺปมานานํ เตสมฺปิ โหติ สงฺคติ
กสฺมา ตุมฺหากํ โน สิยา ฯ
คนที่ปล้นแว่นแคว้น ชิงทรัพย์สมบัติตัดกระดูกกัน ปลงชีวิตกัน ก็ยังกลับสามัคคีกันได้ เหตุไรเธอทั้งหลายจึงไม่สามัคคีกันเล่า?
สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ
สทฺธิญฺจรํ สาธุวิหาริ ธีรํ
อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ
จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา ฯ
ถ้าจะพึงได้สหายผู้มีปัญญา เป็นนักปราชญ์เที่ยวไปร่วมกัน ผู้มีปกติอยู่ด้วยกรรมดี พึงครอบงำอันตรายทั้งปวงเสีย แล้วดีใจ มีสติเที่ยวไปกับสหายนั้น.
โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ
สทฺธิญฺจรํ สาธุวิหาริ ธีรํ
ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหาย
เอโก จเร มาตงฺครญฺเญว นาโค ฯ
ถ้าไม่พึงได้สหายผู้มีปัญญา เป็นนักปราชญ์เที่ยวไปร่วมกัน ผู้มีปกติอยู่ด้วยกรรมดี พึงเที่ยวไปแต่ผู้เดียว เหมือนพระราชาทรงสละแว่นแคว้นเสด็จไปแต่พระองค์เดียว หรือเหมือนช้างมาตังคะเที่ยวไปในป่าแต่เชือกเดียว ฉะนั้น.
เอกสฺส จริตํ เสยฺโย นตฺถิ พาเล สหายตา
เอโก จเร น จ ๑ ปาปานิ กยิรา
อปฺโปสฺสุกฺโก มาตงฺครญฺเญว นาโคติ ฯ
โกสมฺพิยชาตกํ ทุติยํ ฯ
การเที่ยวไปผู้เดียวประเสริฐกว่า เพราะคุณเครื่องความเป็นสหายย่อมไม่มีในคนพาล ควรเที่ยวไปแต่ผู้เดียวแต่ไม่ควรทำบาป เหมือนช้างมาตังคะมีความขวนขวายน้อย เที่ยวไปในป่า ไม่ทำกรรมชั่ว ฉะนั้น.
จบ โกสัมพิยชาดกที่ ๒.
๓ มหาสุวราชชาตกํ
๓. มหาสุวราชชาดก
ว่าด้วยสหายย่อมไม่ละทิ้งสหาย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต มหาสุวราชชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ทุโม ยทา โหติ ผลูปปนฺโน
ภุญฺชนฺติ นํ วิหงฺคมา ๒ สมฺปตนฺตา
ขีณนฺติ ญตฺวาน ทุมํ ผลจฺจเย
ทิโสทิสํ ยนฺติ ตโต วิหงฺคมา ฯ
๑ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ สี. ยุ. วิหคา ฯ เอวมุปริปิ ฯ
เมื่อใด ต้นไม้มีผลบริบูรณ์ เมื่อนั้น ฝูงนกย่อมพากันมามั่วสุมบริโภคผลไม้ต้นนั้น ครั้นรู้ว่าต้นไม้นั้นสิ้นผลแล้ว ฝูงนกก็พากันจากต้นไม้นั้นบินไปสู่ทิศน้อยทิศใหญ่.
จร จาริกํ โลหิตตุณฺฑ มา มริ
กึ ตฺวํ สุว สุกฺขทุมมฺหิ ฌายสิ
ตทิงฺฆ [๑] พฺรูหิ วสฺสนฺตสนฺนิภ
กสฺมา สุว สุกฺขทุมํ น ริญฺจสิ ฯ
ดูกรนกแขกเต้าผู้มีจะงอยปากแดง ท่านจงเที่ยวจาริกไปเถิด อย่ามาตายเสียเลย ทำไมท่านจึงซบเซาอยู่ที่ต้นไม้แห้ง แน่ะนกแขกเต้าผู้มีขนเขียวดังไพรสณฑ์ในฤดูฝน ขอเชิญท่านบอกเถิด เหตุไรท่านจึงไม่ทิ้งต้นไม้แห้งไป?
เย เว สขีนํ สขาโร ภวนฺติ
ปาณาจฺจเย สุขทุกฺเขสุ หํส
ขีณํ อขีณนฺติ น ตํ ชหนฺติ
สนฺโต สตํ ธมฺมมนุสฺสรนฺตา ฯ
ดูกรพญาหงส์ ชนเหล่าใดเป็นเพื่อนของเพื่อนทั้งหลาย ในคราวร่วมสุขทุกข์จนตลอดชีวิต ชนเหล่านั้นเป็นสัตบุรุษ ระลึกถึงธรรมของสัตบุรุษ ย่อมละทิ้งสหายผู้สิ้นทรัพย์ หรือยังไม่สิ้นทรัพย์ไปไม่ได้เลย.
โสหํ สตํ อญฺญตโรสฺมิ หํส
ญาตี จ เม โหติ สขา จ รุกฺโข
ตํ นุสฺสเห ชีวิกตฺโถ ปหาตุํ
ขีณนฺติ ญตฺวาน น เอส ธมฺโม ฯ
ดูกรพญาหงส์ เราก็เป็นผู้หนึ่งในบรรดาสัตบุรุษทั้งหลาย ต้นไม้นี้เป็นทั้งญาติเป็นทั้งเพื่อนของเรา เราต้องการเพียงเพื่อเป็นอยู่ จึงไม่อาจละทิ้งต้นไม้นั้นไปได้ การที่จะละทิ้งไปเพราะมารู้ว่าต้นไม้นั้นสิ้นผลแล้ว ไม่ยุติธรรมเลย.
สาธุ ปกฺขิ ๒ กตํ โหติ เมตฺติ สํสติ สนฺถโว
สเจตํ ธมฺมํ โรเจสิ ปาสํโสสิ วิชานตํ ฯ
ดูกรปักษี ความเป็นสหาย ความไมตรี ความสนิทสนมกัน ท่านทำได้เป็นอย่างดีแล้ว ถ้าท่านชอบธรรมนี้ ท่านก็เป็นผู้ควรที่วิญญูชนทั้งหลายพึงสรรเสริญ.
โส เต สุว วรํ ทมฺมิ ปตฺตยาน วิหงฺคม
วรํ วรสฺสุ วงฺกงฺค ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ดูกรนกแขกเต้าผู้มีปีกเป็นยาน มีคอโค้งเป็นสง่า เราจะให้พรแก่ท่านท่านจงเลือกเอาพรตามใจปรารถนาเถิด.
วรญฺจ เม หํส ตุวํ ทเทยฺย
อยญฺจ รุกฺโข ปุนรายุํ ลเภถ
โส สาขวา ผลิมา สํวิรูโฬฺห
มธุตฺถิโก ติฏฺฐตุ โสภมาโน ฯ
๑ ม. มํ ฯ ๒ สี. ม. สกฺขิ ฯ
ดูกรพญาหงส์ ถ้าท่านจะให้พรแก่เรา ขอต้นไม้นี้พึงได้มีอายุต่อไปต้นไม้นั้นจงมีกิ่งมีผลงอกงามดี มีผลมีรสหวาน เหมือนน้ำผึ้งตั้งอยู่อย่างงามสง่าเถิด.
ตํ ปสฺส สมฺม ผลิมํ อุฬารํ
สหาว เต โหตุ อุทุมฺพเรน
โส สาขวา ผลิมา สํวิรูโฬฺห
มธุตฺถิโก ติฏฺฐตุ โสภมาโน ฯ
ดูกรสหาย ท่านจงดูต้นไม้นั้นมีผลมากมาย ขอให้ท่านได้อยู่ร่วมกับต้นมะเดื่อของท่าน ขอให้ต้นมะเดื่อนั้นจงมีกิ่งก้านมีผลงอกงามดีมีผลมีรสหวานเหมือนน้ำผึ้งตั้งอยู่อย่างงามสง่า.
เอวํ สกฺก สุขี โหหิ สห สพฺเพหิ ญาติภิ
ยถาหมชฺช สุขิโต ทิสฺวาน สผลํ ทุมํ ฯ
ข้าแต่ท้าวสักกะ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญสุขพร้อมกับพระญาติทั้งปวง เหมือนข้าพระบาทมีความสุข เพราะได้เห็นต้นไม้เผล็ดผลในวันนี้ฉะนั้นเถิด.
สุวสฺส วจนํ สุตฺวา ๑ กตฺวาน สผลํ ทุมํ
ปกฺกามิ สห ภริยาย เทวานํ นนฺทนํ วนนฺติ ฯ
มหาสุวราชชาตกํ ตติยํ ฯ
ท้าวสักกเทวราช ได้ฟังคำของนกแขกเต้า ทรงทำต้นไม้ให้มีผลแล้วเสด็จกลับไปสู่เทพนันทวันพร้อมกับมเหสี.
จบ มหาสุวราชชาดกที่ ๓.
๔ จุลฺลสุวกราชชาตกํ
๔. จุลลสุวกราชชาดก
ว่าด้วยผู้รักษาไมตรี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต จุลลสุวกราชชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สนฺติ รุกฺขา หริตปตฺตา ๒ ทุมาเนกผลา พหู
กสฺมา นุ สุกฺเข โกฬาเป สุวสฺส นิรโต มโน ฯ
ต้นไม้ทั้งหลายมีใบเขียว มีผลดก มีอยู่เป็นอันมาก เหตุไรพญานกแขกเต้าจึงมีใจยินดีในไม้แห้งผุเล่า?
ผลสฺส อุปภุญฺชิมฺหา เนกวสฺสคเณ พหู
อผลมฺปิ วิทิตฺวาน สาว มิตฺติ ๓ ยถา ปุเร ฯ
เราได้กินผลแห่งต้นไม้นี้นับได้หลายปีมาแล้ว ถึงเราจะรู้ว่าต้นไม้นั้นไม่มีผลแล้ว ก็ต้องรักษาไมตรีให้เหมือนในกาลก่อน.
สุกฺขญฺจ รุกฺขโกฬาปํ โอปตฺตมผลํ ทุมํ
โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ โทสํ มญฺญเส ๔ ทิช ฯ
๑ สี. ม. สุวสฺส จ วรํ ทตฺวา ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. หริปตฺตา ฯ ๓ ม. เมตฺติ ฯ
๔ ม. ปสฺสเส ฯ
นกทั้งหลายย่อมละทิ้งต้นไม้แห้งผุ ไม่มีใบ ไม่มีผลไป แน่ะนกแขกเต้าท่านเห็นโทษอะไรหรือ?
เย ผลตฺถา สมฺภชนฺติ อผโลติ ชหนฺติ นํ
อตฺตตฺถปญฺญา ทุมฺเมธา เต โหนฺติ ปกฺขปาติโน ฯ
นกเหล่าใด คบหากันเพราะต้องการผลไม้ ครั้นรู้ว่าต้นไม้นี้ไม่มีผลแล้วก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไปเสีย นกเหล่านั้นโง่เขลา มีความรู้เพื่อประโยชน์ของตนเท่านั้น มักทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป.
สาธุ ปกฺขิ กตํ โหติ มิตฺติ ๑ สํสติ สนฺถโว
สเจตํ ธมฺม โรเจสิ ปาสํโสสิ วิชานตํ ฯ
ดูกรปักษี ความเป็นสหาย ความไมตรี ความสนิทสนมกัน ท่านทำไว้เป็นอย่างดีแล้ว ถ้าท่านชอบธรรมนี้ ท่านก็เป็นผู้ควรที่วิญญูชนทั้งหลายพึงสรรเสริญ.
โส เต สุว วรํ ทมฺมิ ปตฺตยาน วิหงฺคม
วรํ วรสฺสุ วงฺกงฺค ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ดูกรนกแขกเต้าผู้มีปีกเป็นยาน มีคอโค้งเป็นสง่า เราจะให้พรแก่ท่านท่านจงเลือกเอาพรตามใจปรารถนาเถิด.
อปิ นาม นํ ปุน ปสฺเส ๒ สปตฺตํ สผลํ ทุมํ
ทลิทฺโทว นิธึ ลทฺธา นนฺเทยฺยาหํ ปุนปฺปุนํ ฯ
ไฉนข้าพเจ้าจะพึงได้เห็นต้นไม้นั้นกลับมีใบมีผลอีกเล่า ข้าพเจ้าจะยินดีที่สุด เหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ ฉะนั้น.
ตโต อมตมาทาย อภิสิญฺจิ มหีรุหํ
ตสฺส สาขา วิรูหึสุ สีตจฺฉายา มโนรมา ฯ
ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชทรงวักน้ำอมฤตมาประพรมต้นไม้นั้น กิ่งก้านแห่งต้นไม้นั้นก็งอกงาม มีร่มเงาชุ่มชื่นน่ารื่นรมย์ใจ.
เอวํ สกฺก สุขี โหหิ สห สพฺเพหิ ญาติภิ
ยถาหมชฺช สุขิโต ทิสฺวาน สผลํ ทุมํ ฯ
ข้าแต่ท้าวสักกเทวราช ขอพระองค์ทรงพระเจริญสุขพร้อมด้วยพระญาติทั้งปวง เหมือนข้าพระบาทมีความสุข เพราะได้เห็นต้นไม้เมล็ดผลในวันนี้ ฉะนั้นเถิด.
สุวสฺส วจนํ สุตฺวา กตฺวาน สผลํ ทุมํ
ปกฺกามิ สห ภริยาย เทวานํ นนฺทนํ วนนฺติ ฯ
จุลฺลสุวกราชชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
ท้าวสักกเทวราชได้ทรงฟังคำของนกแขกเต้า ทรงทำต้นไม้ให้มีผล แล้วเสด็จกลับไปสู่เทพนันทวันพร้อมกับพระมเหสี.
จบ จุลลสุวกราชชาดกที่ ๔.
๕ หริตจชาตกํ
๕. หริตจชาดก
ว่าด้วยกิเลสที่มีกำลังกล้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต หริตจชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สุตเมตํ มหาพฺรเหฺม กาเม ภุญฺชติ หาริโต
กจฺเจตํ วจนํ ตุจฺฉํ กจฺจิ สุทฺโธ อิรียสิ ฯ
ข้าแต่มหาพราหมณ์ โยมได้ยินเขาพูดกันว่า หาริตดาบสบริโภคกาม คำนี้ไม่เป็นจริงกระมัง ท่านยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่แลหรือ?
เอวเมตํ มหาราช ยถา เต วจนํ สุตํ
กุมฺมคฺคํ ปฏิปนฺโนสฺมิ โมหเนยฺเยสุ มุจฺฉิโต ฯ
๑ ม. เมตฺติ ฯ ๒ ม. อปิ นาม นํ ปสฺเสยฺยุํ ฯ
ขอถวายพระพรมหาบพิตร คำที่พระองค์ทรงสดับมาแล้วอย่างใด คำนั้นก็เป็นจริงอย่างนั้น อาตมภาพเป็นผู้หมกมุ่นอยู่ในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความหลง เดินทางผิดแล้ว.
อทุ ๑ ปญฺญา กิมตฺถิกา นิปุณา สาธุจินฺตินี ๒
ยาย อุปฺปติตํ ราคํ กึ มโน น วิโนทเย ฯ
ปัญญาอันละเอียด คิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นเครื่องให้ใจบรรเทาราคะที่เกิดแล้วของท่าน มีไว้เพื่อประโยชน์อะไร?
จตฺตาโรเม มหาราช โลเก อติพลา ภุสา
ราโค โทโส มโท โมโห ยตฺถ ปญฺญา น คาธติ ฯ
ขอถวายพระพรมหาบพิตร กิเลส ๔ อย่างนี้ คือ ราคะ โทสะ โมหะ มทะเป็นของมีกำลังกล้าหยาบคายในโลก เมื่อกิเลสเหล่าใดรึงรัดแล้ว ปัญญาก็ย่อมหยั่งไม่ถึง.
อรหา สีลสมฺปนฺโน สุทฺโธ จรติ หาริโต
เมธาวี ปณฺฑิโต เจว อิติ โน สมฺมโต ภวํ ฯ
โยมได้ยกย่องท่านแล้วว่า หาริตดาบสเป็นพระอรหันต์ สมบูรณ์ด้วยศีล ประพฤติบริสุทธิ์ เป็นบัณฑิต มีปัญญา.
เมธาวินมฺปิ หึสนฺติ อิสิธมฺมคุเณ รตํ
วิตกฺกา ปาปกา ราช สุภา ราคูปสญฺหิตา ฯ
ขอถวายพระพรมหาบพิตร วิตกอันลามก เป็นไปด้วยการยึดถือนิมิตว่างาม ประกอบด้วยราคะ ย่อมเบียดเบียนแม้ผู้มีปัญญายินดีแล้วในคุณธรรมของฤาษี.
อุปฺปนฺโนยํ ๓ สรีรโช ราโค วณฺณวิทูสโน ๔
ตว ตํ ปชห นมตฺถุ ๕ พหุนาสิ เมธาวิ สมฺมโต ฯ
ราคะนี้เกิดขึ้นในสรีระ เกิดขึ้นมาแล้วเป็นของทำลายวรรณะ ท่านจงละราคะนั้นเสีย โยมขอนอบน้อมท่าน ท่านเป็นผู้อันชนหมู่มากยกย่องแล้วว่าเป็นคนมีปัญญา.
เต อนฺธกรเณ ๖ กาเม พหุทุกฺเข มหาวิเส
เตสํ มูลํ คเวสิสฺสํ เฉชฺชํ ๗ ราคํ สพนฺธนํ ฯ
กามเหล่านั้นทำแต่ความมืดให้ มีทุกข์มาก มีพิษใหญ่หลวง อาตมภาพจักค้นหามูลรากแห่งกามเหล่านั้น จักตัดราคะพร้อมทั้งเครื่องผูกเสีย.
อิทํ วตฺวาน หาริโต อิสิ สจฺจปรกฺกโม
กามราคํ วิราเชตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อหูติ ฯ
หริตจชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ครั้นหาริตฤาษีกล่าวอย่างนี้แล้ว มีความบากบั่นอย่างแท้จริง คลายกามราคะได้แล้ว ได้เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก.
จบ หริตจชาดกที่ ๕.
๖ ปทกุสลมาณวชาตกํ
๖. ปทกุศลมาณวชาดก
ว่าด้วยภัยที่เกิดแต่ที่พึ่งอาศัย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต ปทกุศลมาณวชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
พหุสฺสุตํ จิตฺตกถํ คงฺคา วหติ ปาฏลึ ๘
วุยฺหมานก ภทฺทนฺเต เอกํ เม เทหิ คาถกํ ฯ
๑ สี. ยุ. อาทุ ฯ ๒ สี. ยุ. สาธุจินฺตนี ฯ ๓ ม. อุปฺปนฺนายํ ฯ
๔ ม. ราโค วณฺณวิทูสโน ตว ฯ ๕ ม. ตํ ปชห ภทฺทมตฺถุ เต ฯ ๖ ม. อนฺธการเก ฯ
๗ ม. เฉจฺฉํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๘ สี. ยุ. ปาฏลํ ฯ
แม่น้ำคงคา ย่อมพัดพาเอามาณพชื่อปาฏลีผู้มีถ้อยคำอันไพเราะ ได้ศึกษามามาก ให้ลอยไป ข้าแต่นายผู้ถูกน้ำพัดไป ขอความเจริญจงมีแก่ท่านขอท่านจงให้เพลงขับบทน้อยๆ แก่ข้าพเจ้าสักบทหนึ่งเถิด.
เยน สิญฺจนฺติ ทุกฺขิตํ เยน สิญฺจนฺติ อาตุรํ
ตสฺส มชฺเฌ มริสฺสามิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
ชนทั้งหลายย่อมรดบุคคล ผู้ที่ได้รับความทุกข์ด้วยน้ำใด ชนทั้งหลายย่อมรดบุคคลผู้เร่าร้อนด้วยน้ำใด เราก็จักตายในท่ามกลางน้ำนั้น ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
ยตฺถ วีชานิ รูหนฺติ สตฺตา ยตฺถ ปติฏฺฐิตา
สา เม สีสํ นิปีเฬติ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
พืชทั้งหลายงอกงามขึ้นได้บนแผ่นดินใด สัตว์ทั้งหลายดำรงอยู่ได้บนแผ่นดินใด แผ่นดินนั้นก็ทำลายศีรษะของเราแตก ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
เยน ภตฺตานิ ปจฺจนฺติ สีตํ เยน วิหญฺญติ
โส มํ ฑหติ คตฺตานิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
ชนทั้งหลายย่อมหุงข้าวด้วยไฟใด และกำจัดความหนาวด้วยไฟใด ไฟนั้นก็มาลวกตัวของเรา ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
เยน ภตฺเตน ๑ ยาเปนฺติ ปุถู พฺราหฺมณขตฺติยา
โส มํ ภุตฺโต พฺยาปาทิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
พราหมณ์และกษัตริย์ทั้งหลายเป็นจำนวนมาก ย่อมเลี้ยงชีพด้วยข้าวสุขใด ข้าวสุขที่เรากินแล้ว ก็มาทำเราให้ถึงความพินาศ ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส วาตมิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา
โส มํ ภญฺชติ คตฺตานิ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
บัณฑิตทั้งหลายย่อมปรารถนาลมในเดือนท้ายแห่งฤดูร้อน ลมนั้นมาพัดประหารตัวเรา ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
ยํ นิสฺสิตา ชคติรุหํ (วิหงฺคมา) สฺวายํ อคฺคึ ปมุญฺจติ
ทิสา ภชถ วงฺกงฺคา ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
นกทั้งหลายพากันอาศัยต้นไม้ใด ต้นไม้นั้นก็พ่นไฟออกมา นกทั้งหลายพากันหลบหนีไป ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
ยมานยึ โสมนสฺสํ มาลินึ จนฺทนุสฺสทํ
สา มํ ฆรา นีหรติ ๒ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
เรานำเอาหญิงใดผู้มีความโสมนัส ผู้ทัดทรงดอกไม้ มีกายอันประพรมด้วยจันทน์เหลืองมา หญิงนั้นขับไล่เราให้ออกจากเรือน ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
เยน ชาเตน นนฺทิสฺสํ ยสฺส จ ภวมิจฺฉิสํ
โส มํ ฆรา นีหรติ ๒ ชาตํ สรณโต ภยํ ฯ
เราชื่นชมยินดีด้วยบุตรใด และเราปรารถนาความเจริญให้แก่บุตรใด บุตรนั้นก็มาขับไล่เราออกจากเรือน ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
สุณนฺตุ เม ชานปทา เนคมา จ สมาคตา
ยโตทกํ ตทาทิตฺตํ ยโต เขมํ ตโต ภยํ
ราชา วิลุมฺปเต รฏฺฐํ พฺราหฺมโณ จ ปุโรหิโต
อตฺตคุตฺตา วิหรถ ชาตํ สรณโต ภยนฺติ ฯ
ปทกุสลมาณวชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ ม. ภุตฺเตน ฯ ๒ สี. ม. นิจฺฉุภติ ฯ
ชาวชนบท และชาวนิคมผู้มาประชุมกันแล้วขอจงฟังข้าพเจ้า น้ำมีในที่ใด ไฟก็มีในที่นั้น ความเกษมสำราญบังเกิดขึ้นแต่ที่ใด ภัยก็บังเกิดขึ้นแต่ที่นั้น พระราชา และพราหมณ์ปุโรหิต ย่อมพากันปล้นรัฐเสียเอง ท่านทั้งหลายจงพากันรักษาตนของตนอยู่เถิด ภัยเกิดขึ้นแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว.
จบ ปทกุศลมาณวชาดกที่ ๖.
๗ โลมสกสฺสปชาตกํ
๗. โลมสกัสสปชาดก
ว่าด้วยตบะเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต โลมสกัสสปชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อสฺส อินฺทสโม ราช อจฺจนฺตํ อชรามโร
สเจ ตฺวํ ยญฺญํ ยเชยฺย อิสึ โลมสกสฺสปํ ฯ
ถ้าท่านนำเอาฤาษีชื่อโลมสกัสสปะมาบูชายัญได้ ท่านพึงได้เป็นพระราชาเสมอด้วยพระอินทร์ไม่รู้แก่ไม่รู้ตายเลย.
สสมุทฺทปริยายํ มหึ สาครกุณฺฑลํ
น อิจฺเฉ สห นินฺทาย เอวํ เสยฺห ๑ วิชานหิ ฯ
อาตมาไม่ปรารถนาแผ่นดินซึ่งมีสมุทรล้อมรอบ มีสาครเป็นขอบเขตพร้อมกับความนินทา ดูกรไสยหะ ท่านจงทราบอย่างนี้เถิด.
ธิรตฺถุ ตํ ยสลาภํ ธนลาภญฺจ พฺราหฺมณ
ยา วุตฺติ วินิปาเตน อธมฺมจรเณน วา ฯ
ดูกรพราหมณ์ เราติเตียนการได้ยศ การได้ทรัพย์ และความประพฤติอันไม่เป็นธรรม มีแต่จะให้ถึงความพินาศ.
อปิ เจ ปตฺตมาทาย อนาคาโร ปริพฺพเชโ
สาเยว ชีวิกา เสยฺโย ยา จาธมฺเมน เอสนา ฯ
ถึงแม้จะเป็นบรรพชิตต้องอุ้มบาตรหาเลี้ยงชีพ ความเป็นอยู่นั่นแหละดีกว่า การแสวงหาโดยไม่เป็นธรรมจะดีอะไร.
อปิ เจ ปตฺตมาทาย อนาคาโร ปริพฺพเช
อญฺญํ อหึสยํ โลเก อปิ รชฺเชน ตํ วรํ ฯ
ถึงแม้จะเป็นบรรพชิตต้องอุ้มบาตรหาเลี้ยงชีพ แต่ไม่เบียดเบียนผู้อื่นความเป็นอยู่นั่นแหละประเสริฐกว่าความเป็นพระราชาในโลก.
พลํ จนฺโท พลํ สุริโย พลํ สมณพฺราหฺมณา
พลํ เวลา สมุทฺทสฺส พลาติพลมิตฺถิโย ฯ
พระจันทร์มีกำลัง พระอาทิตย์มีกำลัง สมณะและพราหมณ์มีกำลัง ฝั่งแห่งสมุทรก็มีกำลัง หญิงก็มีกำลังยิ่งกว่ากำลังทั้งหลาย.
ยถา อุคฺคตปํ สนฺตํ อิสึ โลมสกสฺสปํ
ปิตุ อตฺถาย จนฺทวตี วาชเปยฺยํ อยาชยิ ฯ
เพราะพระนางจันทวดีทำให้ฤาษีชื่อโลมสกัสสปะ ผู้มีตบะกล้ามาบูชายัญเพื่อประโยชน์แก่พระราชบิดาได้.
ตํ โลภปกตํ กมฺมํ กฏุกํ กามเหตุกํ
ตสฺส มูลํ คเวสิสฺสํ เฉชฺชํ ราคํ สพนฺธนํ ฯ
๑ ม. เสยฺย ฯ
กรรมที่บุคคลทำด้วยความโลภนั้น เป็นกรรมเผ็ดร้อน มีกามเป็นเหตุเราจักค้นหามูลรากแห่งกรรมนั้น จักตัดราคะพร้อมทั้งเครื่องผูกเสีย.
ธิรตฺถุ กาเม สุพหูปิ โลเก
ตโปว เสยฺโย กามคุเณหิ ราช
ตโป กริสฺสามิ ปหาย กาเม
ตเวว รฏฺฐํ จนฺทวตี จ โหตูติ ฯ
โลมสกสฺสปชาตกํ สตฺตมํ ฯ
ดูกรมหาบพิตร อาตมภาพติเตียนกามคุณทั้งหลายในโลกมากมาย ตบะธรรมเท่านั้นเป็นคุณธรรมอันประเสริฐกว่ากามคุณทั้งหลาย อาตมภาพจักเลิกละกามคุณทั้งหลายเสียแล้ว บำเพ็ญตบะ รัฐก็ดี พระนางจันทวดีก็ดี จงเป็นของพระองค์ตามเดิมเถิด.
จบ โลมสกัสสปชาดกที่ ๗.
๘ จกฺกวากชาตกํ
๘. จักกวากชาดก
ว่าด้วยความเป็นอยู่ของนกจักรพราก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต จักกวากชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กาสายวตฺเถ สกุเณ วทามิ
ทุเว ทุเว นนฺทมเน ๑ จรนฺเต
กํ อณฺฑชํ อณฺฑชมานุเสสุ
ชาตึ ปสํสนฺติ ตทิงฺฆ พฺรูถ ฯ
ข้าพเจ้าขอถามนกทั้งหลาย ผู้มีสีดังคลุมด้วยผ้าย้อมน้ำฝาด มีใจเพลิดเพลินเที่ยวอยู่ นกทั้งหลายย่อมสรรเสริญชาติของนกอะไรในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ขอเชิญท่านทั้งสองบอกนกนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิด?
อเมฺห มนุสฺเสสุ มนุสฺสหึส
อนุพฺพเต จกฺกวาเก วทนฺติ
กลฺยาณภาวเมฺห ทิเชสุ สมฺมตา
(อภีตรูปา ๒ วิจราม อณฺณเว)
น ฆาสเหตุปิ กโรม ปาปํ ๓ ฯ
ดูกรท่านผู้เบียดเบียนมนุษย์ ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย นกทั้งหลายย่อมกล่าวถึงข้าพเจ้าผู้มีชื่อว่านกจักรพราก ติดต่อกันมาว่า ในบรรดานกทั้งหลายเขายกย่องกันว่า เราเป็นนกที่มีความงดงาม (เราเป็นนกมีรูปร่างงดงามเที่ยวอยู่ที่สระ) เรามิได้ทำบาปแม้เพราะเหตุแห่งอาหาร.
กึ อณฺณเว กานิ ผลานิ ภุญฺเช
มํสํ กุโต ขาทถ จกฺกวากา
กึ โภชนํ ภุญฺชถ โว อโนมา
พลญฺจ วณฺโณ จ อนปฺปรูโป ๑ ฯ
๑ สี. ยุ. นนฺทิมเน ฯ ๒ ม. อภิรูปา ฯ ๓ ม. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ
ดูกรนกจักรพราก ท่านทั้งหลายกินผลไม้อะไรที่สระนี้ หรือว่าท่านกินเนื้อที่ไหน หรือว่าท่านกินโภชนาหารอะไร กำลังและวรรณะของท่านจึงไม่เสื่อมทรามผิดรูปไป?
น อณฺณเว สนฺติ ผลานิ ธงฺก
มํสํ กุโต ขาทิตุํ จกฺกวาเก
เสวาลภกฺขมฺห อปาณโภชนา
(น ฆาสเหตุปิ กโรม ปาปํ)
อภีตรูปา วิจราม อณฺณเว ๒ ฯ
ดูกรกา ที่สระนี้จะมีผลไม้ก็หาไม่ เนื้อที่นกจักรพรากจะกิน ก็มิได้มีที่ไหน เราจะกินแต่สาหร่ายกับน้ำ (เรามิได้ทำบาปแม้เพราะเหตุแห่งอาหาร)เราเป็นนกมีรูปร่างงดงามเที่ยวอยู่ที่สระนี้.
น เม อิทํ รุจฺจติ จกฺกวาเก ๓
อสฺมึ ภเว โภชนสนฺนิกาโส
อโหสิ ปุพฺเพ ตโต เม อญฺญถา
อิจฺเจว เม วิมติ เอตฺถ ชาตา ฯ
ดูกรนกจักรพราก อาหารที่ท่านกินนี้เราไม่ชอบใจ อาหารที่ท่านกินในภพนี้อย่างไร ท่านก็คล้ายกันกับอาหารนั้น ครั้งก่อนเราเคยเป็นอย่างนี้มาแล้ว แต่บัดนี้เรากลายเป็นอย่างอื่นไป ด้วยเหตุนี้แหละ เราจึงเกิดความสงสัยในสีกายของท่าน.
อหมฺปิ มํสานิ ผลานิ ภุญฺเช
อนฺนานิ จ โลณิกเตลิกานิ
รสํ มนุสฺเสสุ ลภามิ โภตฺตุํ
สูโรว สงฺคามมุขํ วิเชตฺวา
น จ เม ตาทิโส วณฺโณ จกฺกวาก ยถา ตว ฯ
แม้เราได้กินเนื้อ ผลไม้ และข้าวคลุกด้วยเกลือเจือด้วยน้ำมัน เราได้กินอาหารมีรสที่เขากินกันในหมู่มนุษย์ จึงได้กล้าหาญเข้าต่อสู่สงครามได้ ดูกรนกจักรพราก แต่สีสันวรรณะของเราหาได้เหมือนของท่านไม่.
อสุทฺธภกฺโขสิ ขณานุปาตี
กิจฺเฉน เต ลพฺภติ อนฺนปานํ
น ตุสฺสสิ รุกฺขผเลหิ ธงฺก
มํสานิ วา ยานิ สุสานมชฺเฌ ฯ
ดูกรกา ท่านเป็นผู้กินอาหารไม่บริสุทธิ์ มักจะโฉบลงในขณะที่เขาพลั้งเผลอ จะได้กินข้าวน้ำก็โดยยาก ผลไม้ทั้งหลายท่านก็ไม่ชอบใจกินหรือเนื้อในกลางป่าช้าท่านก็ไม่ชอบใจกิน.
โย สาหเสน อธิคมฺม โภเค
ปริภุญฺชติ ธงฺก ขณานุปาตี
ตโต อุปกฺโกสติ นํ สภาโว
อุปกฺกุฏฺโฐ วณฺณพลํ ชหาติ ฯ
๑ ม. อนปฺปรูปา ฯ ๒ ม. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๓ ม. จกฺกาวาก ฯ
ดูกรกา ผู้ใดอาศัยบริโภคโภคสมบัติด้วยกรรมอันสาหัส มักจะโฉบลงในขณะที่เขาพลั้งเผลอ ภายหลังสภาวธรรมก็ย่อมติเตียนผู้นั้น ผู้นั้นถูกสภาวธรรมติเตียนแล้ว ก็ย่อมละทิ้งสีและกำลังเสีย.
อปฺปมฺปิ เจ นิพฺพุตึ ภุญฺชติ ยทิ
อสาหเสน อปรูปฆาตี
พลญฺจ วณฺโณ จ ตทสฺส โหติ
น หิ สพฺโพ อาหารมเยน วณฺโณติ ฯ
จกฺกวากชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
ถ้าผู้ใดได้บริโภคอาหารแม้สักนิดหน่อย ซึ่งเป็นของเย็นไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยกรรมอันผลุนผลัน กำลังกายและวรรณะก็ย่อมมีแก่ผู้นั้นวรรณะทั้งปวงจะได้มีแก่ผู้นั้นด้วยอาหารมีประการต่างๆ เท่านั้นก็หาไม่.
จบ จักกวากชาดกที่ ๘.
๙ หลิทฺทราคชาตกํ
๙. หลิททราคชาดก
ว่าด้วยลักษณะของผู้ที่จะคบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต หลิททราคชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สุติติกฺขํ อรญฺญมฺหิ ปนฺตมฺหิ สยนาสเน
เย จ คาเม ติติกฺขนฺติ เต อุฬารตรา ตยา ฯ
ความอดทนด้วยดีอยู่ในป่า อันมีที่นอนและที่นั่งสงัดเงียบ จะมีผลดีอะไร ส่วนชนเหล่าใดอดทนอยู่ในบ้าน ชนเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐกว่าท่าน.
อรญฺญา คามมาคมฺม กึสีลํ กึวตํ อหํ
ปุริสํ ตาต เสเวยฺยํ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
คุณพ่อครับ ผมออกจากป่าไปถึงบ้านแล้ว จะพึงคบหาบุรุษมีศีลอย่างไร มีวัตรอย่างไร ผมถามคุณพ่อแล้ว ขอคุณพ่อช่วยบอกข้อนั้นแก่ผมด้วย?
โย ตํ ๑ วิสฺสาสเย ตาต วิสฺสาสญฺจ ขเมยฺย เต
สุสฺสูสี จ ติติกฺขี จ ตํ ภเชหิ อิโต คโต ฯ
ลูกเอ๋ย ผู้ใดพึงคุ้นเคยกับเจ้า อดทนต่อความวิสาสะของเจ้าได้เป็นผู้ตั้งใจฟังคำพูดของเจ้า และอดทนต่อคำพูดของเจ้าได้ เจ้าไปจากที่นี้แล้วจงคบผู้นั้นเถิด.
ยสฺส กาเยน วาจาย มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ
อุรสีว ปติฏฺฐาย ตํ ภเชหิ อิโต คโต ฯ
ผู้ใดไม่มีกรรมชั่วด้วยกาย วาจา ใจ เจ้าไปจากที่นี้แล้วจงตั้งตนเหมือนลูกที่เกิดแต่อกของผู้นั้น แล้วจงคบผู้นั้นเถิด.
โย จ ธมฺเมน จรติ จรนฺโตปิ น มญฺญติ
วิสุทฺธการึ สปฺปญฺญํ ตํ ภเชหิ อิโต คโต ฯ
๑ ม. เต ฯ
อนึ่ง ผู้ใดย่อมประพฤติโดยธรรม แม้เมื่อประพฤติอยู่ก็ไม่ถือตัว เจ้าไปจากที่นี้แล้วจงคบผู้นั้นผู้กระทำกรรมอันบริสุทธิ์มีปัญญาเถิด.
หลิทฺทราคํ กปิจิตฺตํ ปุริสํ ราควิราคินํ
ตาทิสํ ตาต มา เสวิ นิมฺมนุสฺสมฺปิ เจ สิยา ฯ
ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าคบบุรุษผู้มีจิตกลับกลอกดุจผ้าที่ย้อมด้วยน้ำขมิ้น รักง่ายหน่ายเร็ว ถึงแม้ว่าพื้นชมพูทวีปจะพึงไร้มนุษย์.
อาสีวิสํว กุปฺปิตํ มิฬฺหลิตฺตํ มหาปถํ
อารกา ปริวชฺเชหิ ยานีว วิสมํ ปถํ ฯ
เจ้าจงเว้นคนเช่นนั้นเสียให้ห่างไกล เหมือนบุคคลผู้ละเว้นอสรพิษที่ดุร้าย เหมือนบุคคลผู้ละเว้นหนทางที่เปื้อนคูถ และเหมือนบุคคลผู้ไปด้วยยานละเว้นหนทางขรุขระ ฉะนั้น.
อนตฺถา ตาต วฑฺฒนฺติ พาลํ อจฺจูปเสวโต
มาสฺสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ ๑ อมิตฺเตเนว สพฺพทา ฯ
ลูกเอ๋ย ความฉิบหายย่อมเจริญแก่บุคคลผู้คบหาคนพาล เจ้าอย่าสมาคมกับคนพาลเลย การอยู่ร่วมกับคนพาล เป็นทุกข์ทุกเมื่อ ดังอยู่ร่วมกับศัตรู ฉะนั้น.
ตํ ตาหํ ตาต ยาจามิ กรสฺสุ วจนํ มม
มาสฺสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ ๑ ทุกฺโข พาเลหิ สงฺคโมติ ฯ
หลิทฺทราคชาตกํ นวมํ ฯ
ลูกเอ๋ย เพราะเหตุนั้น พ่อจึงขอร้องเจ้า ขอเจ้าจงกระทำตามถ้อยคำของพ่อ เจ้าอย่าสมาคมกับคนพาลเลย เพราะการสมาคมกับคนพาลเป็นทุกข์.
จบ หลิททราคชาดกที่ ๙.
๑๐ สมุคฺคชาตกํ
๑๐. สมุคคชาดก
เปรียบหญิงมีอาการคล้ายก้นเหว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต สมุคคชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กุโต นุ อาคจฺฉถ โภ ตโย ชนา
สฺวาคตา ๒ เอถ นิสีทถาสเน
กจฺจิตฺถ โภนฺโต กุสลํ อนามยํ
จิรสฺสมพฺภาคมนํ หิ โว อิธ ฯ
ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านทั้งสามคนพากันมาจากที่ไหนหนอ ท่านทั้งหลายมาดีแล้ว เชิญมานั่งที่อาสนะนี้เถิด ท่านผู้เจริญทั้งหลายเห็นจะจะสุขสบายดี ไม่มีความป่วยไข้กระมัง นานมาแล้ว ท่านทั้งหลายพึ่งมาในที่นี้?
อหเมว เอโก อิธมชฺช ปตฺโต
น จาปิ เม ทุติโย โกจิ วิชฺชติ
กิเมว สนฺธาย เต ภาสิตํ อิเส
กุโต นุ อาคจฺฉถ โภ ตโย ชนา ฯ
เราคนเดียวเท่านั้นมาถึงที่นี้ในวันนี้เอง อนึ่ง ใครที่จะเป็นคนที่สองของเราก็ไม่มี ข้าแต่พระฤาษี คำที่ท่านกล่าวว่า ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านทั้งสามคนพากันมาจากที่ไหนหนอ ดังนี้ หมายถึงอะไร?
ตฺวญฺจ เอโก ภริยา จ เต ปิยา
สมุคฺคปกฺขิตฺตนิกิณฺณมนฺตเร
สา รกฺขิตา กุจฺฉิคตาว เต สทา
วายุสฺส ปุตฺเตน สหา ตหึ รตา ฯ
๑ สี. ยุ. สงฺคญฺฉิ ฯ ๒ สี. ยุ. สฺวาคตํ เอตฺถ ฯ
ท่านคนหนึ่ง และภรรยาที่รักของท่านที่ท่านใส่ไว้ในสมุคคนหนึ่ง ภรรยาที่ท่านรักษาไว้ในท้องของท่านทุกเมื่อ ยินดีอยู่กับวิชาธรชื่อว่าวายุบุตรภายในท้องของท่านนั้นอีกคนหนึ่ง.
สํวิคฺครูโป อิสินา พฺยากโต ๑
โส ทานโว ตตฺถ สมุคฺคมุคฺคิลิ ๒
อทฺทกฺขิ ภริยํ สุจิมาลธารินึ
วายุสฺส ปุตฺเตน สหา ตหึ รตํ ฯ
อสูรนั้นอันฤาษีชี้แจงให้ฟังแล้ว ก็เกิดความสลดใจ จึงคายสมุคออกมา ณ ที่นั้น ได้เห็นภรรยาผู้ทัดทรงดอกไม้อันสะอาด ยินดีอยู่กับวิชาธรชื่อว่าวายุบุตร ในสมุคที่อยู่ในท้องของตนนั้น.
สุทิฏฺฐรูปุคฺคตปานุวตฺตินา ๓
หีนา นรา เย ปมุทาวสงฺคตา ๔
ยถา หเว ปาณริเวตฺถ รกฺขิตา
ทุฏฺฐา มยิ อญฺญมภิปฺปโมทติ ๕ ฯ
เหตุอันนี้ ท่านผู้ประพฤติตบะชั้นสูงเห็นดีแล้ว นรชนเหล่าใดเป็นคนเลวทราม ตกอยู่ในอำนาจแห่งความชื่นชมยินดี นรชนเหล่านั้นได้แก่ตัวเราเอง เพราะว่าภรรยาที่เรารักษาไว้ในท้องเพียงดังชีวิต กลับมาประทุษร้ายเรา ไปชื่นชมยินดีกะบุรุษอื่น.
ทิวา จ รตฺโต จ มยา อุปฏฺฐิตา
ตปสฺสินา โชติริวา วเน วสํ
สา ธมฺมโมกฺกมฺม ๖ อธมฺมมาจริ
อกฺรียรูโป ปมุทาหิ ๗ สนฺถโว ฯ
ภรรยานั้นเราบำรุงบำเรอทั้งกลางวันกลางคืน ดุจไฟอันโชติช่วงที่ดาบสผู้มีตบะอยู่ในป่าบำเรอฉะนั้น ภรรยานั้นก้าวล่วงธรรมมาประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นธรรม กายเชยชิดสนิทสนมกับภรรยาผู้ร่าเริง เราไม่ควรทำเลย.
สรีรมชฺฌมฺหิ ฐิตาติ มญฺญิหํ
มยฺหํ อยนฺติ อสตึ อสญฺญตํ
สา ธมฺมโมกฺกมฺม ๖ อธมฺมมาจริ
อกฺรียรูโป ปมุทาหิ ๗ สนฺถโว ฯ
๑ ม. วิยากโต ฯ ๒ โส ทานโว ฉมฺภิ สมุคฺคิลิตฺวาติปิ ปาโฐ ฯ
๓ ม. สทิฏฺฐรูปมุคฺคตปานุวตฺตินา ฯ ๔ ม. ปมทาวสํ คตา ฯ ๕ ม. ... ปโมทยิ ฯ
๖ ม. ธมฺมมุกฺกมฺม ฯ ๗ ม. อกฺกิริยรูโป ปมทาหิ ฯ
เรามาสำคัญเสียว่า ภรรยาอยู่ในท่ามกลางสรีระ และมาสำคัญหญิงผู้ไม่มีความสงบไม่สำรวมว่า หญิงนี้เป็นภรรยาของเรา ภรรยาของเรานั้นก้าวล่วงธรรมมาประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นธรรม การเชยชิดสนิทสนมกับภรรยาผู้ร่าเริง เราไม่ควรทำเลย.
สุรกฺขิตมฺเมติ กถนฺนุ วิสฺสเส
อเนกจิตฺตาสุ น เหตฺถ ๑ รกฺขนา
เอตา หิ ปาตาลปปาตสนฺนิภา
ตตฺถ ปมตฺโต ๒ พฺยสนํ นิคจฺฉติ ฯ
บัณฑิตจะพึงวางใจอย่างไรได้ว่า หญิงนี้เรารักษาไว้ดีแล้ว วิธีที่จะป้องกันรักษาหญิงผู้มีหลายใจ ไม่พึงมีโดยแท้ เพราะว่าหญิงเหล่านั้นมีอาการคล้ายก้นเหวที่เรียกกันว่าบาดาล บุรุษผู้ประมาทในหญิงเหล่านั้นย่อมถึงความพินาศทั้งนั้น.
ตสฺมา หิ เต สุขิโน วีตโสกา
เย มาตุคาเมหิ จรนฺติ นิสฺสฏา
เอตํ สิวํ อุตฺตมมาภิปตฺถยํ
น มาตุคาเมหิ กเรยฺย สนฺถวนฺติ ฯ
สมุคฺคชาตกํ ทสมํ ฯ
เพราะเหตุนั้นแหละ ชนเหล่าใดไม่เที่ยงคลุกคลีกับมาตุคาม ชนเหล่านั้นมีความสุขปราศจากความโศก ความประพฤติไม่คลุกคลีกับมาตุคามนี้เป็นคุณนำความสุขมาให้ บุคคลผู้ปรารถนาความเกษมอันอุดม ไม่พึงทำความเชยชิดสนิทสนมกับมาตุคามเลย.
จบ สมุคคชาดกที่ ๑๐.
๑๑ ปูติมํสชาตกํ
๑๑. ปูติมังสชาดก
โทษของการมองในเวลาที่ไม่ควรมอง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต ปูติมังสชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
น โข รุจฺจติ เม อาฬิ ปูติมํสสฺส เปกฺขนา
เอตาทิสา สขารสฺมา อารกา ปริวชฺชเย ฯ
ดูกรสหาย การมองดูของสุนัขจิ้งจอกชื่อว่าปูติมังสะ เราไม่พอใจเสียเลย พึงละเว้นจากสหายเช่นนี้เสียให้ห่างไกล.
อุมฺมตฺติกา อยํ เวณิ วณฺเณติ ปติโน สขึ
ปชฺฌายิ ปฏิคจฺฉนฺตึ อาคตํ เมณฺฑมาตรํ ฯ
นางสุนัขจิ้งจอกชื่อว่าเวนินี้เป็นบ้าไปได้ ย่อมพรรณนาถึงนางแพะผู้เป็นสหายให้ผัวฟัง ครั้นนางแพะถอยหลังกลับไปไม่มา ก็นั่งซบเซาถึงนางแพะผู้มาแล้วถอยหลังกลับไปเสีย.
ตฺวํ โขสิ สมฺม อุมฺมตฺโต ทุมฺเมโธ อวิจกฺขโณ
โส ๓ ตฺวํ มตาลยํ กตฺวา อกาเลน วิเปกฺขสิ ฯ
ดูกรสหาย ท่านนั้นแหละบ้า มีปัญญาทราม ไม่มีปัญญาเครื่องใคร่ครวญ ท่านทำอุบายล่อลวงว่าตาย ย่อมมองดูโดยกาลอันไม่ควร.
น อกาเล วิเปกฺเขยฺย กาเล เปกฺเขยฺย ปณฺฑิโต
ปูติมํโสว ปชฺฌายิ โย อกาเล วิเปกฺขติ ฯ
บัณฑิตไม่ควรมองดูในกาลอันไม่ควร ควรมองดูแต่ในกาลอันควร ผู้ใดมองดูในกาลอันไม่ควร ผู้นั้นย่อมซบเซา ดังสุนัขจิ้งจอกชื่อปูติมังสะฉะนั้น.
ปิยํ โข อาฬิ เม โหตุ ปุณฺณปตฺตํ ททาหิ เม
ปติ สญฺชีวิโต มยฺหํ เอยฺยาสิ ปิยปุจฺฉิตา ๑ ฯ
๑ ม. น หตฺถิ ฯ ๒ ยุ. เอตฺถปฺปมตฺโต ฯ ๓ ม. โย ฯ
ดูกรสหาย ฉันมีความรัก ท่านจงให้ความอิ่มแก่ฉัน สามีของฉันกลับฟื้นขึ้น ถ้าท่านรักฉันจงมาไปกับฉันเถิด.
ปิยํ โข อาฬิ เต โหตุ ปุณฺณปตฺตํ ททามิ เต
มหตา ปริวาเรน เอสฺสํ กยิราหิ โภชนํ ฯ
ดูกรสหาย ท่านมีความรักฉันจริง ฉันจะให้ความอิ่มเอิบแก่ท่านฉันจักมาพร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก ท่านจงจัดแจงโภชนาหารไว้เถิด.
กีทิโส ตุยฺหํ ปริวาโร เยสํ กาหามิ โภชนํ
กึนามกา จ เต สพฺเพ เต ๒ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา ฯ
บริวารของท่านเช่นไร ฉันจักจัดแจงโภชนาหารเพื่อบริวารเหล่าใด ก็บริวารเหล่านั้นทั้งหมดมีชื่อว่าอย่างไร ฉันถามท่านถึงบริวารท่าน จงบอกฉันไปเถิด.
มาลิโย จตุรกฺโข จ ปิงฺคิโย อถ ชมฺพุโก
เอทิโส มยฺหํ ปริวาโร เตสํ กยิราหิ โภชนํ ฯ
บริวารของฉันเช่นนี้ คือ สุนัขชื่อมาลิยะ ๑ ชื่อจตุรักขะ ๑ ชื่อปิงคิยะ๑ ชื่อชัมพุกะ ๑ ท่านจงจัดแจงโภชนาหารไว้เพื่อบริวารเหล่านั้นเถิด.
นิกฺขนฺตาย อคารสฺมา ภณฺฑกมฺปิ วินสฺสติ
อโรคํ อาฬิโน วชฺชํ อิเธว วส มา คมาติ ฯ
ปูติมํสชาตกํ เอกาทสมํ ฯ
เมื่อท่านออกจากเรือนไป แม้สิ่งของก็จักพินาศหมด คำพูดของสหายมิได้มีความรังเกียจ ท่านจงอยู่ในที่นี้เถิด อย่าไปเลย.
จบ ปูติมังสชาดกที่ ๑๑.
๑๒ ททฺทรชาตกํ
๑๒. ทัททรชาดก
คนอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณคนอื่น
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต ทัททรชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
โย เต ปุตฺตเก อกฺขาทิ ทินฺนภตฺโต อทูสเก
ตสฺมึ ทาฐา ๓ นิปาเตหิ มา เต มุญฺจิตฺถ ชีวโก ฯ
ผู้ใดเจ้าให้ข้าวหุงกิน กลับกินลูกทั้งสองของเจ้าซึ่งมิได้มีความผิดเลยเจ้าจงวางเขี้ยวลงบนผู้นั้น อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย.
อากิณฺณลุทฺโท ปุริโส ธาติโจลํว มกฺขิโต
ปเทสํ ตํ น ปสฺสามิ ยตฺถ ทาฐา ๓ นิปาตเย ฯ
บุรุษผู้มีความหยาบช้าร้ายแรง ผู้ลบหลู่ชิ้นผ้าที่ตนนุ่งอยู่ ฉันไม่ขอเห็นมันเลย ฉันจะวางเขี้ยวลงในบุรุษใดเล่า?
อกตญฺญุสฺส โปสสฺส นิจฺจํ วิวรทสฺสิโน
สพฺพญฺเจ ปฐวึ ทชฺชา เนว นํ อภิราธเย ฯ
อันบุรุษผู้อกตัญญู มักคอยแสวงหาโอกาสอยู่เป็นนิตย์ ถึงจะพึงให้แผ่นดินทั้งปวง ก็ไม่พึงทำให้บุรุษนั้นชื่นชมยินดีได้เลย.
กินฺนุ สุพาหุ ตรมานรูโป
ปจฺจาคโตสิ สห มาณเวน
กึ กิจฺจมตฺถํ อิธมตฺถิ ตุยฺหํ
อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ฯ
๑ ม. ปิยปุจฺฉิกา ฯ ๒ ม. ตํ ฯ ๓ ม. ทาฐํ ฯ
ดูกรเสือโคร่งชื่อสุพาหุ เพราะเหตุไรหนอท่านจึงรีบด่วนกลับมาพร้อมกับมาณพ กิจที่เป็นประโยชน์อะไรของท่านมีอยู่ในที่นี้ เราขอถามท่านถึงกิจอันเป็นประโยชน์นั้น ท่านจงบอกแก่เรา?
โย เต สขา ททฺทโร สาธุรูโป
ตสฺส วธํ ปริสงฺกามิ อชฺช
ปุริสสฺส กมฺมายตนานิ สุตฺวา
นาหํ สุขึ ททฺทรํ อชฺช มญฺเญ ฯ
นกกระทาผู้มีรูปงามตัวใด ซึ่งเป็นสหายของท่าน เราสงสัยว่านกกระทาตัวนั้นจะถูกฆ่าเสียแล้วในวันนี้ เราได้ฟังเหตุอันเกี่ยวเนื่องด้วยการกระทำของบุรุษนั้น จึงมิได้สำคัญว่านกกระทาตัวนั้นจะอยู่เป็นสุขในวันนี้.
กานิสฺส กมฺมายตนานิ อสฺสุ
ปุริสสฺส วุตฺติสโมธานตาย
กํ วา ปฏิญฺญํ ปุริสสฺส สุตฺวา
ปริสงฺกสิ ททฺทรํ มาณเวน ฯ
ท่านได้ฟังเหตุอะไรอันเกี่ยวเนื่องด้วยการกระทำของบุรุษนี้ ในความประพฤติเลี้ยงชีพของบุรุษนี้ หรือท่านได้ฟังคำปฏิญาณอะไรของบุรุษนี้จึงสงสัยว่า นกกระทาถูกมาณพนี้ ฆ่าเสียแล้ว
จิณฺณา กลิงฺคา จริตา วณิชฺชา๕
เวตฺตาจาโร ๑ สงฺกุปโถปิ จิณฺโณ
นเฏหิ จิณฺณํ สห วากุเรหิ ๒
ทณฺเฑน ยุทฺธมฺปิ สมชฺชมชฺเฌ ฯ
การค้าขายอันเป็นของชาวเมืองกลิงครัฐ บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติมาแล้ว แม้หนทางที่มีหลักตอ บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติท่องเที่ยวไปด้วยการจ้างออน การฟ้อนรำขับร้องร่วมกับคนฟ้อนทั้งหลาย บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติมา ถึงการรบกันด้วยท่อนไม้ในท่ามกลางมหรสพ บุรุษนี้นี้ก็ได้เคยรบมาแล้ว.
พนฺธา กุลิกา ๓ มิตมาฬฺหเกน
อกฺขา ชิตา ๔ สญฺญโม อพฺภตีโต
อปฺปหิตํ ๕ ปุปฺผกํ ๖ อฑฺฒรตฺตํ
หตฺถา อฑฺฒา ปิณฺฑปฏิคฺคเหน ฯ
นกทั้งหลายบุรุษนี้ก็ได้ดักมาแล้ว การตวงข้าวเปลือกด้วยเครื่องตวง บุรุษนี้ก็ได้ตวงมาแล้ว สกาบุรุษนี้ก็ได้ชนะมาแล้ว ความสำรวมระวังบุรุษนี้ก็ก้าวล่วงเสีย เลือดที่ไหลออกมาตั้งครึ่งคืนบุรุษนี้ก็คัดให้หยุดได้ มือทั้งสองของบุรุษนี้มีความร้อนในเวลารับก้อนข้าว.
ตานิสฺส กมฺมายตนานิ อสฺสุ
ปุริสสฺส วุตฺติสโมธานตาย
ยถา อยํ ทิสฺสติ โลมปิณฺโฑ
คาโว หตา กึ ปน ททฺทรสฺสาติ ฯ
ททฺทรชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
วรคิชฺฌ สมชฺชนํ หํสวโร
นิธิสวฺหย หาริต ปาตลิโก
อชรามร ธงฺก ติติกฺข กุโต
อถ ทฺวาทส เปกฺขน ททฺทริภิ ฯ
นวกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑ ม. เวตฺตจโร ฯ ๒ สี. ยุ. วากเรหิ ฯ ๓ สี. ยุ. กุลิงฺกา ฯ ๔ ฐิตาติปิ ฯ
๕ ม. อพฺพาหิตํ ฯ สี. ยุ. อพฺพูหิตํ ฯ ๖ ม. ปุพฺพกํ ฯ
เราได้ฟังเหตุทั้งหลาย อันเกี่ยวเนื่องด้วยการกระทำของบุรุษนี้ ในความประพฤติเลี้ยงชีวิตของบุรุษนี้มาดังนี้ว่า กลุ่มขนนกกระทาก็ยังประกฏอยู่บนชฎาของบุรุษนี้ วัวทั้งหลายบุรุษนี้ก็ได้ฆ่ากินแล้ว ไฉนจะไม่ฆ่านกกระทากินเล่า.
จบ ทัททรชาดกที่ ๑๒.
______________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. คิชฌชาดก ๒. โกสัมพิยชาดก
๓. มหาสุวราชชาดก ๔. จุลลสุวกราชชาดก
๕. หริตจชาดก ๖. ปทกุสลมาณวชาดก
๗. โลมสกัสสปชาดก ๘. จักกวากชาดก
๙. หลิททราคชาดก ๑๐. สมุคคชาดก
๑๑. ปูติมังสชาดก ๑๒. ทัททรชาดก.
จบ นวกนิบาตชาดก.
End of นวกนิบาต