วรรคที่ ๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๖๘–๒๗๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๕ ในทุกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เถรคาถาย ทุกนิปาตสฺส ทุติยวคฺโค
เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในทุกนิบาต วรรคที่ ๒
๑. มหาจุนทเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญการฟัง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ มหาจุนทเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๑ สุสฺสูสา สุตวฑฺฒนี สุตํ ปญฺญาย วฑฺฒนํ
ปญฺญาย อตฺถํ ชานาติ ญาโต อตฺโถ สุขาวโห ฯ
เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ
จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขํ
สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถ
สงฺเฆ วเส รกฺขิตตฺโต สตีมาติ ฯ
มหาจุนฺโท เถโร ฯ
การฟังดีเป็นเหตุให้ฟังเจริญ การฟังเป็นเหตุให้เจริญปัญญา บุคคลจะรู้ประโยชน์ก็เพราะปัญญา ประโยชน์ที่บุคคลรู้แล้ว ย่อมนำสุขมาให้ภิกษุควรส้องเสพเสนาสนะอันสงัด ควรประพฤติธรรมอันเป็นเหตุให้จิตหลุดพ้นจากสังโยชน์ ถ้ายังไม่ได้ประสบความยินดีในเสนาสนะอันสงัด
และธรรมนั้น ก็ควรเป็นผู้มีสติรักษาตนอยู่ในหมู่สงฆ์.
๒. โชติทาสเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ โชติทาสเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๒ เย [๑] โข เต เวฆมิสฺเสน ๒ นานตฺเถน จ กมฺมุนา
มนุสฺเส อุปรุนฺธนฺติ ผรุสุปกฺกมา ชนา
เตปิ ตเถว กีรนฺติ น หิ กมฺมํ ปนสฺสติ ฯ
ยํ กโรติ นโร กมฺมํ กลฺยาณํ ยทิ ปาปกํ
ตสฺส ตสฺเสว ทายาโท ยํ ยํ กมฺมํ ปกุพฺพตีติ ฯ
โชติทาโส เถโร ฯ
๑ กตฺถจิ จสทฺโท ทิสฺสติ ฯ ๒ ม. เวฐมิสฺเสน ฯ
ชนเหล่าใดแลพยายามในทางร้ายกาจ ย่อมเบียดเบียนมนุษย์ทั้งหลายด้วยการกระทำอันเจือด้วยความผลุนผลันก็ดี ด้วยการกระทำมีความประสงค์ต่างๆ ก็ดี ชนเหล่านั้นกระทำทุกข์ให้แก่ผู้อื่น ฉันใด แม้ผู้อื่นก็ย่อมทำทุกข์ให้แก่ตน ฉันนั้น เพราะนรชนทำกรรมใดไว้ดีหรือชั่วก็ตาม
ย่อมเป็นผู้รับผลแห่งกรรมที่ตนทำไว้นั้นโดยแท้.
๓. เหรัญญิกานิเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษคนพาล
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ เหรัญญิกานิเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๓ อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ
อายุ ขียติ มจฺจานํ กุนฺนทีนํว โอทกํ ฯ
อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ
ปจฺฉาสฺส กฏุกํ โหติ วิปาโก หิสฺส ปาปโกติ ฯ
เหรญฺญกานิ เถโร ฯ
วันและคืนย่อมล่วงไปๆ ชีวิตย่อมดับไป อายุของสัตว์ทั้งหลายย่อมสิ้นไปเหมือนน้ำในแม่น้ำน้อย ฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น คนพาลทำบาปกรรมอยู่ย่อมไม่รู้สึกตัว ต่อภายหลังเขาจึงได้รับทุกข์อันเผ็ดร้อน เพราะบาปกรรม
นั้นมีวิบากเลวทราม.
๔. โสมมิตตเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษความเกียจคร้าน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ โสมมิตตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๔ ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห ยถา สีเท มหณฺณเว
เอวํ กุสีตมาคมฺม สาธุชีวีปิ สีทติ ฯ
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย กุสีตํ หีนวีริยํ
วิวิตฺเตหิ อริเยหิ ปหิตตฺเตหิ ฌายิหิ
นิจฺจํ อารทฺธวิริเยหิ ปณฺฑิเตหิ สหาวเสติ ฯ
โสมมิตฺโต เถโร ฯ
เต่าตาบอดเกาะขอนไม้เล็กๆ จมลงไปในห้วงน้ำใหญ่ ฉันใด กุลบุตรอาศัยคนเกียจคร้านดำรงชีพ ย่อมจมลงในสังสารวัฏ ฉันนั้น เพราะฉะนั้นบุคคลพึงเว้นคนเกียจคร้านผู้มีความเพียรเลวทรามเสีย ควรอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลายผู้สงัดเป็นอริยะ มีใจเด็ดเดี่ยว ผู้เพ่งฌาน มีความเพียร
อันปรารภแล้วเป็นนิตย์.
๕. สัพพมิตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับคน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ สัพพมิตตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๕ ชโน ชนสฺมึ สมฺพนฺโธ ชนเมวสฺสิโต ชโน
ชโน ชเนน เหฐิยติ เหเฐติ จ ชโน ชนํ ฯ
โก หิ ตสฺส ชเนนตฺโถ ชเนน ชนิเตน วา
ชนํ โอหาย คจฺเฉยฺย ๑ เหฐยิตฺวา พหุํ ชนนฺติ ฯ
สพฺพมิตฺโต เถโร ฯ
๑ ม. ยุ. คจฺฉนฺ-ตํ ฯ
คนเกี่ยวข้องในคน คนยินดีกะคน คนถูกคนเบียดเบียน และคนเบียดเบียนคน ก็จักต้องการอะไรกับคนหรือกับสิ่งที่คนทำให้เกิดแล้วแก่คน
เล่า ควรละคนที่เบียดเบียนคนเป็นอันมากไปเสีย.
๖. มหากาลเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษอุปธิ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ มหากาลเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๖ กาฬี อิตฺถี พฺรหตี ธงฺกรูปา
สตฺถิญฺจ เภตฺวา อปรญฺจ สตฺถึ
พาหญฺจ เภตฺวา อปรญฺจ พาหุํ ๑
สีสญฺจ เภตฺวา ทธิถาลกํว
เอสา นิสินฺนา อภิสนฺทหิตฺวา ๒ ฯต
โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ
ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท
ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิรา
มาหํ ปุน ภินฺนสิโร สยิสฺสนฺติ ฯ
มหากาโล เถโร ฯ
หญิงชื่อกาฬี มีร่างกายใหญ่ ดำดังกา หักขาซ้ายขาขวา แขนซ้ายแขนขวาและทุบศีรษะของซากศพ ให้มันสมองไหลออกดังหม้อทธิแล้ววางไว้ตามเดิม นั่งอยู่ ผู้ใดแลไม่รู้แจ้งเป็นคนเขลา ก่อให้เกิดกิเลส ผู้นั้นย่อมเข้าถึงทุกข์ร่ำไป เพราะฉะนั้น บุคคลรู้ว่าอุปธิเป็นเหตุเกิดทุกข์จึงไม่ควรก่อกิเลสให้เกิด เราอย่าถูกเขาทุบศีรษะนอนอยู่อย่างนี้อีกต่อไป.
๗. ติสสเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษลาภสักการะ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ ติสสเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๗ พหู สปตฺเต ลภติ มุณฺโฑ สงฺฆาฏิปารุโต
ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส วตฺถสฺส สยนสฺส จ ฯ
เอตมาทีนวํ ญตฺวา สกฺกาเรสุ มหพฺภยํ
อปฺปลาโภ อนวสฺสุโต สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเชติ ฯ
ติสฺโส เถโร ฯ
ภิกษุศีรษะโล้น ครองผ้าสังฆาฏิ ได้ข้าว น้ำ ผ้า และที่นอน ที่นั่งย่อมชื่อว่าได้ข้าศึกไว้มาก ภิกษุรู้โทษในลาภสักการะว่าเป็นภัยอย่างนี้แล้วควรเป็นผู้มีลาภน้อย มีจิตไม่ชุ่มด้วยราคะ มีสติงดเว้นความยินดีในลาภ.
๘. กิมพิลเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญการยินดีในธรรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ กิมพิลเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๘ ปาจีนวํสทายมฺหิ สกฺยปุตฺตา สหายกา
ปหายนปฺปเก โภเค อุญฺฉาปตฺตาคเต รตา
อารทฺธวิริยา ปหิตตฺตา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา
รมนฺติ ธมฺมรติยา หิตฺวาน โลกิยํ รตินฺติ ฯ
กิมฺพิโล เถโร ฯ
๑ ม. พาหํ ฯ ๒ ยุ. อภิสทฺทหิตฺวา ฯ
พระศากยบุตรทั้งหลายผู้เป็นสหายกันในปาจีนวังสทายวัน ได้พากันละโภคะไม่น้อย มายินดีในการเที่ยวบิณฑบาต ปรารภความเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว มีความบากบั่นมั่นเป็นนิตย์ ละความยินดีในโลก มายินดีอยู่
ในธรรม.
๙. นันทเถรคาถา
สุภาษิตชี้ทางปฏิบัติ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ นันทเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๙ อโยนิโสมนสีการา มณฺฑนํ อนุยุญฺชิสํ
อุทฺธโต จปโล จาสึ กามราเคน อฏฺฏิโต ฯ
อุปายกุสเลนาหํ พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
โยนิโส ปฏิปชฺชิตฺวา ภเว จิตฺตํ อุทพฺพหินฺติ ฯ
นนฺโท เถโร ฯ
เรามัวแต่ประกอบการประดับตกแต่ง เพราะไม่มีโยนิโสมนสิการ มีใจฟุ้งซ่าน กลับกลอก ถูกกามราคะเบียดเบียน เราได้ปฏิบัติโดยอุบายที่ชอบตามที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ฉลาดในอุบาย ได้ทรง
สั่งสอนแนะนำ แล้วถอนจิตจมลงในภพขึ้นได้.
๑๐. สิริมาเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการสรรเสริญและนินทา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ สิริมาเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๑๐ ปเร จ นํ ปสํสนฺติ อตฺตา เจ อสมาหิโต
โมฆํ ปเร ปสํสนฺติ อตฺตา หิ อสมาหิโต ฯ
ปเร จ นํ ครหนฺติ อตฺตา เจ สุสมาหิโต
โมฆํ ปเร ครหนฺติ อตฺตา หิ สุสมาหิโตติ ฯ
สิริมา เถโร ฯ
อุทฺทานํ
จุนฺโท จ โชติทาโส จ เถโร เหรญฺญกานิ โย ๑
โสมมิตฺโต สพฺพมิตฺโต กาโล ติสฺโส จ กิมฺพิโล
นนฺโท จ สิริมา เจว ทส เถรา มหิทฺธิกาติ ฯ
วคฺโค ทุติโย ฯ
ถ้าตนมีจิตไม่ตั้งมั่น ถึงชนเหล่าอื่นจะสรรเสริญ ชนเหล่าอื่นก็สรรเสริญเปล่า เพราะตนมีจิตไม่ตั้งมั่น ถ้าตนมีจิตตั้งมั่นดีแล้ว ถึงชนเหล่าอื่นจะติเตียน ชนเหล่าอื่นก็ติเตียนเปล่า เพราะตนมีจิตตั้งมั่นดีแล้ว.
_______________________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระมหาจุนทเถระ ๒. พระโชติทาสเถระ
๓. พระเหรัญญิกานิเถระ ๔. พระโสมมิตตเถระ
๕. พระสัพพมิตตเถระ ๖. พระมหากาลเถระ
๗. พระติสสเถระ ๘. พระกิมพิลเถระ
๙. พระนันทเถระ ๑๐. พระสิริมาเถระ
จบ วรรคที่ ๒
จบ วรรคที่ ๒