arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สัตตตินิบาต

๑. กุสชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๔–๑๓๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในสัตตตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒๐. สตฺตตินิปาต

๕๓๑. กุสชาตก (๑)

๒๐. สัตตตินิบาต

๑. กุสชาดก (๕๓๑)

ว่าด้วยพระเจ้ากุสะหลงรูปโฉมนางประภาวดี

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์กราบทูลพระมารดาว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตตินิบาต กุสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๘ หน้า ๓๙–๔๗ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๘ หน้า ๕๕–๗๐

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิทนฺเต รฏฺฐํ สธนํ สโยคฺคํ

สกายุรํ สพฺพกามูปปนฺนํ

อิทนฺเต รชฺชํ อนุสาส อมฺม

คจฺฉามหํ ยตฺถ ปิยา ปภาวตี.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เสด็จแม่ นี้แคว้นของเสด็จแม่

มีทรัพย์สมบัติ ยานพาหนะ เครื่องประดับ

สมบูรณ์ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวง

ขอเสด็จแม่ทรงปกครองราชสมบัติของเสด็จแม่นี้เถิด

หม่อมฉันจะไปยังนครที่พระนางประภาวดี

ผู้เป็นที่รักประทับอยู่

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนุชฺชุภูเตน หรํ มหนฺตํ

ทิวา จ รตฺโต จ นิสีถกาเล

ปฏิคจฺฉ ตฺวํ ขิปฺปํ กุสาวตึ กุส

นิจฺฉามิ ทุพฺพณฺณมหํ วสนฺตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์มีพระทัยไม่ซื่อตรง

ทรงหาบคอนหาบใหญ่ จักทรงเหน็ดเหนื่อย

ทั้งกลางวัน กลางคืน และดึกดื่นเที่ยงคืน

ข้าแต่พระเจ้ากุสะ ขอเชิญพระองค์

รีบเสด็จกลับกรุงกุสาวดีโดยพลันเถิด

หม่อมฉันไม่ประสงค์จะให้พระองค์

ผู้ทรงมีผิวพรรณทรามประทับอยู่ ณ ที่นี้

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นาหํ คมิสฺสามิ อิโต กุสาวตึ

ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว

รมามิ มทฺทสฺส นิเกตรมฺเม

หิตฺวาน รฏฺฐํ ตว ทสฺสเน รโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พี่จะไม่จากที่นี้ไปกรุงกุสาวดี

น้องประภาวดี พี่ลุ่มหลงในความงามของเธอ

จึงยินดีอยู่ในที่ประทับอันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้ามัททะ

พี่ยินดีพอใจที่จะเห็นเธอ จึงละทิ้งแคว้นมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว

สมฺมูฬฺหรูโป วิจรามิ เมทนึ (๑)

ทิสํ น ชานามิ กุโตมฺหิ อาคโต

ตยมฺหิ มตฺโต มิคมนฺทโลจเน.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. เมทินึ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

น้องประภาวดี พี่ลุ่มหลงในผิวพรรณของเธอ

จึงซมซานท่องเที่ยวไปสู่เมทนีดล

ไม่รู้จักทิศว่า เรามาจากไหน

มัวแต่มัวเมาหลงใหลในตัวเธอ

ผู้มีดวงตาประดุจตาลูกน้อยเนื้อทราย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุวณฺณจีรวสเน ชาตรูปสุเมขเล

สุสฺโสณิ ตว กามา หิ (๑) นาหํ รชฺเชน มตฺถิโก.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. สี.อิ. กาเมหิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

น้องนางผู้มีสะโพกอันผึ่งผาย

ทรงผ้าขลิบทอง

เครื่องประดับทองคำ

พี่ไม่มีความต้องการราชสมบัติ

เพราะปรารถนาตัวเธอ

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อภูติ (๑) ตสฺส โภ โหติ โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉติ

อกามํ ราช กาเมสิ (๒) อกนฺตํ กนฺตุมิจฺฉสิ. (๓)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อพฺภูติ, สี. อพฺภู หิ, อิ. อพฺภุ หิ
  2. ๒สี.อิ. กาเมหิ
  3. ๓สี.อิ. อกนฺโต กนฺตุมิจฺฉสิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชาผู้เจริญ

ผู้ใดปรารถนาบุคคลที่เขาไม่ปรารถนา

ผู้นั้นย่อมไม่มีความเจริญ

พระองค์ต้องการบุคคลที่เขาไม่ต้องการ

ปรารถนารักใคร่บุคคลที่เขาไม่รักใคร่

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อกามํ วา สกามํ วา โย นโร ลภเต ปิยํ

ลาภเมตฺถ ปสํสาม อลาโภ ตตฺถ ปาปโก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คนใดได้คนที่ไม่ต้องการตนก็ตาม

ที่ต้องการตนก็ตามมาเป็นคนรัก

เราสรรเสริญการได้ในความรักนี้ของคนนั้น

การไม่ได้ในความรักนั้นซิเป็นความโชคร้าย

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปาสาณสารํ ขณสิ กณิการสฺส ทารุนา

วาตํ ชาเลน พาเธสิ โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงปรารถนาหม่อมฉันผู้ไม่ปรารถนาพระองค์

เปรียบเสมือนพระองค์ทรงใช้ไม้กรรณิการ์ขุดเพชร

(หรือ) ทรงใช้ตาข่ายดักลม

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปาสาโณ นูน เต หทเย โอหิโต มุทุลกฺขเณ

โย เต สาตํ น วินฺทามิ ติโรชนปทาคโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หินคงถูกฝังไว้ในพระหทัยอันมีลักษณะ

อ่อนละมุนละไมของพระนางเป็นแน่

เพราะหม่อมฉันมาจากชนบทบ้านนอก

ยังมิได้ประสบความแช่มชื่นจากพระนางเลย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยทา มํ ภกุฏึ กตฺวา ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ

อาฬาริโก ตทา โหมิ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อใด พระราชบุตรีหน้านิ่ว

ทอดพระเนตรหม่อมฉัน

เมื่อนั้นหม่อมฉันก็ยังคงเป็นคนครัวภายในเมืองของพระเจ้ามัททะ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยทา อุมฺหยมานา มํ ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ

นาฬาริโก ตทา โหมิ ราชา โหมิ ตทา กุโส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อใด พระราชบุตรีทรงแย้มสรวลทอดพระเนตรหม่อมฉัน

เมื่อนั้น หม่อมฉันไม่ใช่คนครัว

เมื่อนั้น หม่อมฉันเป็นพระเจ้ากุสะ

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ หิ วจนํ สจฺจํ เนมิตฺตานํ ภวิสฺสติ

เนว เม ตฺวํ ปตี อสฺส กามํ ฉินฺทนฺตุ สตฺตธา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็ถ้าว่า คำทำนายของโหรทั้งหลายจักเป็นความจริงว่า

พระองค์ไม่ใช่พระสวามีของหม่อนฉันแน่นอน

ขอชนทั้งหลายจงสับหม่อมฉันให้เป็น ๗ ท่อนเถิด

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ หิ วจนํ สจฺจํ อญฺเญสํ ยทิ วา มมํ

เนว ตุยฺหํ ปตี อตฺถิ อญฺโญ สีหสฺสรา กุสา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็ถ้าว่า คำทำนายของพวกโหรอื่น

หรือของหม่อนฉันจักเป็นความจริงไซร้

คนอื่นนอกจากพระเจ้ากุสะผู้มีพระสุรเสียงดังราชสีห์

ไม่ใช่พระสวามีของพระนางแน่นอน

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ทรงหยอกล้อหญิงค่อม พระพี่เลี้ยงพระนางประภาวดีว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรู โอโลเกยฺย ปภาวตี.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว

จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า

ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง

จะพึงเหลียวมองดูเรา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรู อาลเปยฺย ปภาวตี.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว

จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า

ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง

จะพึงเจรจากับเรา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรู อุมฺหาเยยฺย ปภาวตี.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว

จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า

ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง

จะพึงทรงยิ้มแย้มให้เรา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรู ปมฺหาเยยฺย ปภาวตี.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว

จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า

ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง

จะพึงทรงพระสรวลกับเรา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ เม นาคนาสูรู ปาณีภิ อุปสมฺผุเส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่ค่อม เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว

จักให้ช่างทองทำสร้อยคอทองคำแก่เจ้า

ถ้าพระนางประภาวดีผู้ทรงมีขาอ่อนงดงามดังงาช้าง

จะพึงทรงจับต้องเราด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒

(นางค่อมไปกราบทูลพระนางประภาวดีว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น หิ นูนายํ ราชปุตฺตี กุเส สาตํปิ วินฺทติ

อาฬาริเก ภเต โปเส เวตเนน อนตฺถิเก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็พระราชบุตรีพระองค์นี้คงจะไม่ประสบ

แม้ความสำราญพระทัยในพระเจ้ากุสะ

ผู้เป็นคนครัว คนรับใช้ คนเลี้ยงดู

ซึ่งไม่ทรงประสงค์ค่าจ้างอย่างแน่แท้

(พระนางประภาวดีตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น หิ นูน อยํ (๑) ขุชฺชา ลภติ ชิวฺหาย เฉทนํ

สุนิสิเตน สตฺเถน เอวํ ทุพฺภาสิตํ ภณํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. นูนายํ สา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็นางค่อมคนนี้คงยังไม่ได้ถูกมีดคมตัดลิ้นแน่นอน

จึงยังกล่าวชั่วช้าอย่างนี้อยู่

(นางค่อมประกาศความดีของพระโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

มหายโสติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีพระยศใหญ่

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

มหทฺธโนติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีทรัพย์มากมาย

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

มหพฺพโลติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีพระกำลังมาก

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

มหารฏฺโฐติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า

พระองค์ทรงมีพระราชอาณาจักรกว้างใหญ่

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

มหาราชาติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงเป็นมหาราช

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

สีหสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงมีพระสุรเสียงดังราชสีห์

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

วคฺคุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า

พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงไพเราะ

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

พินฺทุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า

พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงหยดย้อย

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

มญฺชุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า

พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงหวานจับใจ

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

มธุรสฺสโรติ (๑) กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. มธุสฺสโรติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า

พระองค์ทรงมีพระสุรเสียงไพเราะอ่อนหวาน

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

สตสิปฺโปติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่า

พระองค์ทรงมีศิลปะนับเป็นร้อย ๆ อย่าง

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

ขตฺติโยติปิ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์

แล้วทำความรักในความงามเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวติ

กุสราชาติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าทรงเปรียบเทียบ

พระเจ้ากุสะนั้นกับพระรูปอันสูงระหงเลย

แม่นางจงทรงทำ(พระทัย)ว่าพระองค์ทรงพระนามว่าพระเจ้ากุสะ

แล้วทำความรักในความงามเถิด

(เหล่าอำมาตย์กราบทูลพระเจ้ามัททะว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอเต นาคา อุปตฺถทฺธา สพฺเพ ติฏฺฐนฺติ วมฺมิกา (๑)

ปุรา มทฺทนฺติ ปาการํ อาเนนฺเตตํ ป ภาวตึ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. วมฺมิตา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชาผู้ประเสริฐเหล่านี้ทรงกระด้างยิ่งนัก

ทั้งหมดสวมเกราะประทับยืนตระหง่านอยู่

ก่อนที่พระราชาเหล่านั้นจะทรงทำลายกำแพง

ขอพระองค์จงทรงส่งพระราชสาส์นไปว่า

ขอพระราชาทั้งหลายจงนำเอาพระธิดาประภาวดีไปเถิด

(พระเจ้ามัททะตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สตฺต พิเล (๑) กริตฺวาน อหเมตํ ปภาวตึ

ขตฺติยานํ ปทสฺสามิ เย มํ หนฺตุํ อิธาคตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. ขณฺเฑ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราจักสับลูกหญิงประภาวดีนั้นให้เป็น ๗ ท่อนแล้ว

ถวายให้แก่พระราชาทั้งหลายที่เสด็จมาเพื่อฆ่าเรา ณ ที่นี้

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อวุฏฺฐหิ ราชปุตฺตี สามา โกเสยฺยวาสินี

อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ทาสีคณปุรกฺขตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชบุตรีผู้มีผิวพรรณดุจทอง ทรงผ้าไหมสีขลิบทอง

พระเนตรทั้ง ๒ นองไปด้วยพระอัสสุชล

มีหมู่นางทาสีห้อมล้อมได้เสด็จลุกขึ้นแล้ว

(พระนางประภาวดีทรงคร่ำครวญว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตํ นูน กกฺกูปนิเสวิตํ มุขํ

อาทาสทนฺตาถรุปจฺจเวกฺขิตํ

สุภํ สุเนตฺตํ วิรชํ อนงฺคณํ

ฉุฑฺฑํ (๑) วเน ฐสฺสติ ขตฺติเยหิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ฉุทฺธํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดวงหน้าหม่อมฉันที่ลูบไล้ด้วยแป้ง

ส่องดูที่กระจกเงาด้ามงาอันงดงาม

มีดวงตาคมคายผุดผ่องเป็นยองใยไม่มีไฝฝ้านั้น

จักถูกพวกกษัตริย์โยนทิ้งไว้ในป่าเป็นแน่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เต นูน เม อสิเต เวลฺลิตคฺเค

เกเส มุทู จนฺทนสารลิตฺเต

สมากุเล สีวถิกาย มชฺเฌ

ปาเทหิ คิชฺฌา ปริกฑฺฒยนฺติ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เส้นผมทั้งหลายของหม่อมฉันที่ดำสนิท

มีปลายงอน อ่อนละมุนละไม

ที่ลูบไล้ด้วยน้ำมันแก่นจันทน์เหล่านั้น

นกแร้งทั้งหลายจะพากันใช้เท้าทั้ง ๒ ตะกุยคุ้ยเขี่ย

ให้ยุ่งเหยิงในท่ามกลางป่าช้าเป็นแน่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตา นูน เม ตมฺพนขา สุโลมา

พาหา มุทู จนฺทนสารลิตฺตา

ฉินฺนา วเน อุชฺฌิตา ขตฺติเยหิ

คยฺห ธงฺโก (๑) คจฺฉติ เยน กามํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑อิ. วโก
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แขนทั้ง ๒ ของหม่อมฉันอ่อนนุ่ม มีเล็บมือแดง

มีขนละเอียดอ่อนซึ่งลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์เหล่านั้น

จะถูกพวกกษัตริย์ตัดทิ้งไว้ในป่า

นกกาก็จะคาบเอาไปตามความต้องการเป็นแน่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เต นูน ตาลูปนิเภ อลมฺเพ

นิเสวิเต กาสิกจนฺทเนน

ถเนสุ เม ลมฺพิสฺสติ (๑) สิคาโล (๒)

มาตูว ปุตฺโต ตรุโณ ตนูโช.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. ลมฺพิสฺส
  2. ๒ฉ.ม. สิงฺคาโล
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถันทั้ง ๒ ของหม่อมฉันยังไม่หย่อนยาน

เปรียบปานได้กับผลตาล

ลูบไล้ด้วยกระแจะจันทน์แดงจากแคว้นกาสีเหล่านั้น

สุนัขจิ้งจอกเห็นเข้าแล้วจักยื้อดึงถันทั้ง ๒ ของหม่อมฉัน

เหมือนลูกอ่อนอันเกิดแต่ตนยื้อดึงถันทั้ง ๒ ของมารดาเป็นแน่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตํ นูน โสณึ ปุถุลํ สุโกฏฺฏิตํ

นิเสวิตํ กญฺจนเมขลาหิ

ฉินฺนํ วเน ขตฺติเยหิ อวตฺถํ

สิงฺคาลสงฺฆา ปริกฑฺฒยนฺติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สะโพกอันกลมกลึงผึ่งผาย ที่ผูกห้อยประดับ

ด้วยสายสร้อยรัดเอวทองคำของหม่อมฉันซึ่งถูกตัด

ที่พวกกษัตริย์โยนทิ้งไว้ในป่านั้น

ฝูงสุนัขจิ้งจอกจะยื้อแย่งเป็นแน่แท้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสณา ธงฺกา สิงฺคาลา จ เย จญฺเญ สนฺติ ทาฐิโน

อชรา นูน เหสฺสนฺติ ภกฺขยิตฺวา ปภาวตึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฝูงสุนัขป่า ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอก

และสัตว์ที่มีเขี้ยวเหล่าอื่นใดที่มีอยู่

พวกมันได้กัดกินเจ้าหญิงประภาวดีเป็นภักษาหารแล้ว

คงจักไม่แก่ชราเป็นแน่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ มํสานิ หรึสุ ขตฺติยา ทูรคามิโน

อฏฺฐีนิ อมฺม ยาจิตฺวา อนุปเถ ทหาถ นํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่ทูลกระหม่อมแม่

หากกษัตริย์ทั้งหลายผู้เสด็จไปสู่หนทางไกล

ได้ทรงนำเอาชิ้นเนื้อของหม่อมฉันไป

ขอเสด็จแม่โปรดทรงขอกระดูกไว้แล้วเผามันทิ้งเสียในระหว่างทาง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เขตฺตานิ อมฺม กาเรตฺวา กณิกาเรตฺถ โรปย (๑)

ยทา เต ปุปฺผิตา อสฺสุ เหมนฺตานํ หิมจฺจเย

สเรยฺยาถ มมํ อมฺม เอวํณฺณา ปภาวตี.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. โรปเย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทูลกระหม่อมแม่ ขอเสด็จแม่โปรดให้สร้างเป็นสวน

แล้วให้ปลูกต้นกรรณิการ์ไว้ในเขตนี้

เมื่อใด ต้นกรรณิการ์เหล่านั้นมีดอกบานสะพรั่ง

ในคราวหิมะตกแห่งฤดูเหมันต์

เมื่อนั้น เสด็จแม่พึงรำลึกถึงหม่อมฉันว่า

ลูกประภาวดีของแม่มีผิวพรรณอย่างนี้

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺสา มาตา อุทฏฺฐาสิ ขตฺติยา เทววณฺณินี

ทิสฺวา อสิญฺจ สูนญฺจ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นางกษัตริย์ผู้มีผิวพรรณดังเทพอัปสร

ซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าหญิงประภาวดีนั้น

ทอดพระเนตรเห็นดาบและเขียง

ภายในบุรีของพระเจ้ามัททะ จึงเสด็จลุกขึ้น

(พระมารดาของพระนางประภาวดี ทรงรำพันว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิมินา นูน อสินา สุสญฺญํ ตนุมชฺฌิมํ

ธีตรํ มทฺท หนฺตฺวาน ขตฺติยานํ ปทสฺสสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่เสด็จพี่มัททะ พระองค์จักทรงประหาร

พระธิดาเอวบางร่างน้อยซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

ด้วยพระแสงดาบนี้แล้วประทานให้แก่กษัตริย์ทั้งหลายแน่ละหรือ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น เม อกาสิ วจนํ อตฺถกามาย ปุตฺติเก

สาชฺช โลหิตสญฺฉนฺนา คจฺฉสิ ยมสาธนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลูกหญิง ลูกไม่ทำตามคำของแม่ผู้หวังประโยชน์

ลูกนั้นจะมีเลือดโซมกายไปสู่สำนักพญายมในวันนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวมาปชฺชตี โปโส ปาปิยญฺจ นิคจฺฉติ

โย เว หิตานํ วจนํ น กโรติ อตฺถทสฺสินํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คนใดแลไม่ทำตามคำของผู้หวังเกื้อกูล

และบ่งชี้ประโยชน์ทั้งหลาย

คนนั้นย่อมต้องลำบากอย่างนี้

และต้องประสบความชั่วร้ายยิ่งกว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเจ จ อชฺช ธาเรสิ กุมารํ จารุทสฺสนํ

กุเสน ชาตํ ขตฺติยํ สุวณฺณมณิเมขลํ

ปูชิตํ ญาติสงฺเฆหิ น คจฺฉสิ ยมกฺขยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็ถ้าวันนี้ลูกหญิงมีพระกุมารทรงโฉมงดงาม

ประดุจฉาบไว้ด้วยทอง เป็นกษัตริย์ทรงกำเนิดกับพระเจ้ากุสะ

สวมใส่สร้อยสังวาลทองคำประดับแก้วมณี

ที่หมู่พระญาติทรงบูชาแล้ว

ก็จะไม่ต้องไปสู่นิเวศน์พญายม

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยตฺถสฺสุ เภรี นทติ กุญฺชโร จ นิกูชติ

ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กลองบันลือเสียงสนั่น

ช้างก็ร้องเสียงดังกึกก้อง

ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลาย

ลูกหญิงเอ๋ย อะไรเล่าจะสุขกว่านั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสฺโส หสิยติ (๑) ทฺวาเร กุมาโร อุปโรทติ

ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อสฺโส จ สิสติ, สี. อสฺโส หสิสติ, อิ. อสฺโส จ สีสติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ม้าศึกคะนองร้องคำรามอยู่ที่พระทวาร

กุมารร้องรำทำเพลงอยู่

ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลาย

ลูกหญิงเอ๋ย อะไรเล่าจะสุขกว่านั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มยูรโกญฺจาภิรุเท โกกิลาภินิกูชิเต

ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ตระกูลของกษัตริย์ทั้งหลาย

มีเสียงร้องดังกึกก้องของเหล่านกยูงและนกกระเรียน

และมีเสียงร้องเสนาะไพเราะแห่งเหล่านกดุเหว่า

ลูกหญิงเอ๋ย อะไรเล่าจะสุขกว่านั้น

(พระมารดาของพระนางประภาวดี ตรัสกับพระนางประภาวดีแล้วตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กหํ นุ โส สตฺตุมทฺทโน ปรรฏฺฐปฺปมทฺทโน

กุโส โสฬารปญฺญาโณ โย โน ทุกฺขา ปโมจเย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้ากุสะพระองค์ใดทรงมีพระปรีชาอันโอฬาร

ย่ำยีศัตรูปราบปรามแคว้นของพระราชาพระองค์อื่น

จะพึงปลดเปลื้องพวกเราจากความทุกข์ได้

พระเจ้ากุสะพระองค์นั้นประทับอยู่ ณ ที่ไหนหนอ

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิเธว โส สตฺตุมทฺทโน ปรรฏฺฐปฺปมทฺทโน

กุโส โสฬารปญฺญาโณ โย เน สพฺเพ วธิสฺสติ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี. โย โน ทุกฺขา ปโมจเย, อิ. โย โน สพฺเพ วธิสฺสติ, ฉ.ม. โย เต สพฺเพ วธิสฺสติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้ากุสะพระองค์ใดทรงมีพระปรีชาอันโอฬาร

ย่ำยีศัตรู ปราบปรามแคว้นของพระราชาพระองค์อื่น

จักทรงกำจัดกษัตริย์เหล่านั้นทั้งหมดได้

พระเจ้ากุสะพระองค์นั้นประทับอยู่ ณ ที่นี้ พระเจ้าข้า

(พระมารดาตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุมฺมตฺติกา นุ ภณสิ อนฺธพาลา ปภาสสิ

กุโส เจ อาคโต อสฺส กึ นุ (๑) ชาเนมุ ตํ มยํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ. กึ น
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าเป็นบ้าหรือ จึงพูดออกมาเหมือนเด็กไร้เดียงสาพูด

ถ้าพระเจ้ากุสะพึงเสด็จมา ทำไมพวกเราจะไม่รู้จักพระองค์เล่า

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอโส อาฬาริโก โปโส กุมารีปุรมนฺตเร

ทฬฺหํ กตฺวาน สํเวลฺลึ กุมฺภึ โธวติ โอณโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้ากุสะคือคนครัวนั่น ทรงหยักรั้งอย่างมั่นคง

กำลังก้มล้างหม้ออยู่ระหว่างตำหนักเจ้าหญิงทั้งหลาย

(พระมารดาตรัสบริภาษว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เวณี ตฺวมสิ จณฺฑาลิ อทูสิ กุลคนฺธินี

กถํ มทฺทกุเล ชาตา ทาสํ กยิราสิ กามุกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าเป็นช่างถาก เป็นหญิงจัณฑาล

หรือเป็นคนทำลายวงศ์ตระกูล

เจ้าเกิดในวงศ์ตระกูลของพระเจ้ามัททะ

ไฉนจึงทำพระสวามีให้เป็นทาส

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นมฺหิ เวณิ น จณฺฑาลิ น จมฺหิ กุลคนฺธินี.

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันมิใช่ช่างถาก มิใช่หญิงจัณฑาล

และมิใช่คนทำลายวงศ์ตระกูล ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ

พระเจ้ากุสะนั้นคือพระราชบุตรของพระเจ้าโอกกากราช

เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

(พระนางประภาวดีทรงสรรเสริญพระเกียรติยศของพระเจ้ากุสโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย พฺราหฺมณสหสฺสานิ สทา โภเชติ วีสตึ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชาพระองค์ใดทรงเชื้อเชิญพราหมณ์ ๒๐,๐๐๐ คน

ให้บริโภคทุกเมื่อ ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ

พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช

เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยสฺส นาคสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสตึ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าพนักงานตระเตรียมช้าง ๒๐,๐๐๐ เชือกไว้ทุกเมื่อ

เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ

พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช

เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยสฺส อสฺสสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสตึ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าพนักงานตระเตรียมม้า ๒๐,๐๐๐ ตัวไว้ทุกเมื่อ

เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ

พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช

เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยสฺส รถสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสตึ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าพนักงานตระเตรียมราชรถ ๒๐,๐๐๐ คันไว้ทุกเมื่อ

เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ

พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช

เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยสฺส เธนุสหสฺสานิ สทา ทุหนฺติ วีสตึ (๑)

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. ทุยฺหนฺติ วีสติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าพนักงานรีดน้ำนมแม่โค ๒๐,๐๐๐ ตัวไว้ทุกเมื่อ

เพื่อพระราชาพระองค์ใด ขอทูลกระหม่อมแม่ทรงพระเจริญ

พระราชาพระองค์นั้นคือพระโอรสของพระเจ้าโอกกากราช

เสด็จแม่เท่านั้นทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส

(พระเจ้ามัททะทรงตำหนิพระธิดาว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตคฺฆ เต ทุกฺกฏํ พาเล ยํ ขตฺติยํ มหพฺพลํ

นาคํ มณฺฑูกวณฺเณน น นํ อกฺขาสิธาคตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โอ ลูกหญิงผู้โง่เขลา เจ้านั้นชั่วช้าเหลือเกิน

ที่ไม่บอกถึงองค์กษัตริย์ผู้ทรงพลังมหาศาลดุจพญาช้าง

แปลงเป็นกบเสด็จมา ณ ที่นี้

(พระเจ้ามัททะทรงแสดงโทษของพระองค์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปราธํ มหาราช ตฺวํ โน ขม รเถสภ

ยํ ตํ อญฺญาตเวเสน นาญฺญาสิมฺหา อิธาคตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราชผู้จอมทัพ

ขอพระองค์โปรดงดโทษแก่หม่อมฉัน

ที่ไม่ทราบว่าทรงปลอมพระองค์เสด็จมา ณ ที่นี้

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มาทิสสฺส น ตํ ฉนฺนํ โยหํ อาฬาริโก ภเว

ตฺวญฺเญว เม ปสีทสฺสุ นตฺถิ เต เทว ทุกฺกฏํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่หม่อมฉันเป็นคนครัวนั้นไม่เป็นการปกปิด

สำหรับคนเช่นหม่อมฉันเลย ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ

พระองค์ทรงเลื่อมใสหม่อมฉันต่างหาก

การกระทำผิดของพระองค์ไม่มี

(พระเจ้ามัททะส่งพระนางประภาวดีไปขอโทษว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

คจฺฉ พาเล ขมาเปหิ กุสราชํ มหพฺพลํ

ขมาปิโต กุสราชา (๑) โส เต ทสฺสติ ชีวิตํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. กุโส ราชา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นี่ลูกหญิงผู้โง่เขลา เจ้าจงไปขอให้พระเจ้ากุสะ

ผู้ทรงพลังมหาศาลทรงงดโทษเสีย

พระเจ้ากุสะพระองค์นั้นผู้ที่เจ้าให้งดโทษแล้ว

จะประทานชีวิตให้เจ้า

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปิตุสฺส วจนํ สุตฺวา เทววณฺณี ปภาวตี

สิรสา อคฺคหี ปาเท กุสราชํ มหพฺพลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าหญิงประภาวดีผู้มีผิวพรรณดุจเทพอัปสร

ทรงสดับพระดำรัสของพระปิตุราชแล้วทรงซบพระเศียร

กอดพระบาทพระเจ้ากุสะผู้ทรงพลังมหาศาล

(พระนางประภาวดีกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยามา (๑) รโตฺย อติกฺกนฺตา ตามา เทว ตยา วินา

วนฺเท เต สิรสา ปาเท มา เม กุชฺฌ รเถสภ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. ยาว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ

ราตรีทั้งหลายเหล่านี้ใดล่วงเลยไป

ราตรีทั้งหลายเหล่านี้นั้นเว้นจากพระองค์ล่วงเลยไปแล้ว

หม่อมฉันขอถวายบังคมพระบาทของพระองค์ด้วยเศียรเกล้า

ข้าแต่พระจอมทัพ ขอพระองค์โปรด

อย่าทรงกริ้วหม่อมฉันเลย พระเจ้าข้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สจฺจนฺเต (๑) ปฏิชานามิ มหาราช สุโณหิ เม

น จาปิ อปฺปิยํ ตุยฺหํ กเรยฺยามิ อหํ ปุน.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. สพฺพํ เต
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันขอถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระองค์

ขอเดชะมหาราช โปรดสดับคำของหม่อมฉัน

หม่อมฉันจะไม่กระทำความชิงชังต่อพระองค์อีกต่อไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวญฺเจ ยาจมานาย วจนํ เม น กาหสิ

อิทานิ มํ ตาโต หนฺตฺวา ขตฺติยานํ ปทสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าพระองค์ไม่ทรงโปรดกระทำตาม

คำของหม่อมฉันผู้ทูลวิงวอนอยู่อย่างนี้

พระราชบิดาก็จักทรงเข่นฆ่าหม่อมฉัน

แล้วประทานให้แก่กษัตริย์ทั้งหลาย ณ กาลบัดนี้

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ได้สดับดังนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวนฺเต ยาจมานา กึ น กาหามิ เต วโจ

วิกุทฺโธ ตฺยสฺมิ กลฺยาณิ มา ตฺวํ ภายิ ปภาวติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระน้องนางอ้อนวอนอยู่อย่างนี้

ไฉนพี่จะไม่กระทำตามคำของพระน้องนางเล่า

แม่ประภาวดีผู้เลอโฉม พระน้องนางอย่าทรงกลัวไปเลย

พี่ไม่โกรธพระน้องนางหรอก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สจฺจนฺเต๒ ปฏิชานามิ ราชปุตฺติ สุโณหิ เม

น จาปิ อปฺปิยํ ตุยฺหํ กเรยฺยามิ อหํ ปุน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พี่ขอให้สัตย์ปฏิญาณต่อพระน้องนาง

พระราชบุตรีโปรดทรงสดับคำของพี่เถิด

พี่จะไม่กระทำความชิงชังต่อพระน้องนางอีกต่อไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตว กามา หิ สุสฺโสณิ พหุทุกฺขํ (๑) ติติกฺขิสํ

พหุํ มทฺทกุลํ หนฺตฺวา นยิตุํ ตํ ปภาวติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปหุทุกฺขํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่ประภาวดีผู้มีสะโพกผึ่งผาย

ความจริง พี่สามารถที่จะย่ำยีตระกูลกษัตริย์มัททราชมากมาย

ให้ย่อยยับแล้วนำพระนางไป แต่เพราะความรักพระนาง

จึงยอมสู้ทนอดกลั้นความทุกข์อย่างล้นเหลือ

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ให้ขัตติยมานะเกิดขึ้น แล้วตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โยชยนฺตุ รเถ อสฺเส นานาจิตฺเต สมาหิเต

อถ ทกฺขถ เม เวคํ วิธมนฺตสฺส (๑) สตฺตโว.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. วิธเมนฺตสฺส
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าหลวงทั้งหลาย จงตระเตรียมราชรถ

ที่วิจิตรไปด้วยเครื่องอลังการต่าง ๆ และม้าที่ฝึกฝนดีแล้ว

ต่อแต่นั้น ท่านทั้งหลายจงดูความเร็วของเรา

ผู้กำลังกำจัดศัตรูเถิด

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตญฺจ ตตฺถ อุทิกฺขึสุ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร

วิชมฺภมานํ สีหํว โผเฏนฺตํ (๑) ทิคุณํ ภุชํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. โปเฐนฺตํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หญิงทั้งหลายภายในบุรีของพระเจ้ามัททะ

พากันมองดูพระเจ้ากุสะนั้น

กำลังทรงเยื้องกรายดุจราชสีห์ ปรบพระหัตถ์

เสวยพระกระยาหารเป็นสองเท่า ณ ที่นั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถิกฺขนฺธญฺจ อารุยฺห อาโรเปตฺวา ปภาวตึ

สงฺคามํ โอตริตฺวาน สีหนาทํ นที กุโส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้ากุสะเสด็จขึ้นทรงคอช้าง

และโปรดให้พระนางประภาวดีขึ้นประทับด้วย

ทรงหยั่งลงสู่สงครามบันลือสีหนาท

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺส ตํ นทโต สุตฺวา สีหสฺเสวิตเร มิคา

ขตฺติยา วิปลายึสุ กุสสทฺทภยฏฺฏิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กษัตริย์ทั้งหลายนอกนี้ทรงสดับพระสุรสีหนาท

ของท้าวเธอผู้ทรงบันลืออยู่

ถูกความหวาดกลัวต่อพระสุรเสียงของพระเจ้ากุสะคุกคาม

จึงพากันเสด็จหนีไป

เหมือนหมู่เนื้อหวาดกลัวต่อเสียงราชสีห์แล้วพากันหนีไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา

อญฺญมญฺญสฺส ฉินฺทนฺติ กุสสทฺทภยฏฺฏิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ

ถูกความหวาดกลัวต่อพระสุรเสียงของพระเจ้ากุสะคุกคาม

ต่างพากันฟาดฟันกันเอง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺมึ สงฺคามสีสสฺมึ ปสฺสิตฺวา หฏฺฐมานโส (๑)

กุสสฺส รญฺโญ เทวินฺโท อทา เวโรจนํ มณึ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี. ตุฏฐมานโส
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในสงครามสำคัญครั้งนั้น

ท้าวสักกะจอมเทพได้ทอดพระเนตรเห็นแล้ว

ทรงมีพระหฤทัยร่าเริงชื่นชมยินดี

จึงได้พระราชทานแก้วมณีอันไพโรจน์ดวงหนึ่งแด่พระเจ้ากุสะ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โส ตํ วิชิตฺวา สงฺคามํ ลทฺธา เวโรจนํ มณึ

หตฺถิกฺขนฺธคโต ราชา ปาเวกฺขิ นครํ ปุรํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชาพระองค์นั้นครั้นทรงชนะสงครามนั้นแล้ว

ได้รับพระราชทานแก้วมณีอันไพโรจน์

ประทับบนคอช้าง เสด็จเลียบบุรีนคร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ชีวคฺคาหํ คเหตฺวาน พนฺธิตฺวา สตฺต ขตฺติเย

สสุวสฺสูปนาเมสิ อิเม เต เทว สตฺตโว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงจับเป็นกษัตริย์ทั้ง ๗ พระองค์ แล้วทรงพันธนาการ

ให้น้อมนำเข้าไปถวายต่อพระสัสสุระ (พ่อตา) ด้วยพระดำรัสว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺเพว เต วสํ คตา อมิตฺตา วิหตา ตว

กามํ กโรหิ เต ตยา มุญฺจ วา เต หนสฺสุ วา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกศัตรูทั้งหมดที่จะกำจัดพระองค์

ก็ตกอยู่ในอำนาจของพระองค์แล้ว

ขอพระองค์ทรงทำตามพระประสงค์เถิด

จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารกษัตริย์เหล่านั้นก็ตามพระทัยเถิด

(พระเจ้ามัททะตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตุเยฺหว สตฺตโว เอเต น หิ เต มยฺห สตฺตโว

ตฺวญฺเญว โน มหาราช มุญฺจ วา เต หนสฺสุ วา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์ต่างหาก

มิใช่เป็นศัตรูของหม่อมฉันเลย

ข้าแต่มหาราช พระองค์เท่านั้นทรงเป็นใหญ่กว่าหม่อมฉัน

จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารกษัตริย์เหล่านั้น

ก็ตามพระทัยเถิด

(พระเจ้ากุสโพธิสัตว์ตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิมา เต ธีตโร สตฺต เทวกญฺญูปมา สุภา

ททาหิ เนสํ เอเกกํ โหนฺตุ ชามาตโร ตว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระธิดาทั้ง ๗ ของพระองค์เหล่านี้ ทรงเลอโฉม

อุปมาดังเทพกัญญา ขอพระองค์โปรดพระราชทาน

พระราชธิดาแต่ละพระองค์แด่กษัตริย์เหล่านั้น

ขอกษัตริย์เหล่านั้นทั้งหมดจงเป็นพระราชบุตรเขยของพระองค์เถิด

(พระเจ้ามัททะตรัสกับพระเจ้ากุสโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อมฺหากญฺเจว ตาสญฺจ ตฺวํ โน สพฺเพสมิสฺสโร

ตฺวญฺเญว โน มหาราช เทหิ เนสํ ยทิจฺฉสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์เท่านั้นทรงเป็นใหญ่กว่าหม่อมฉัน

กว่าธิดาของหม่อมฉันเหล่านั้น และกว่าหม่อมฉันทั้งปวง

ขอพระองค์ทรงพระราชทานธิดาทั้งหลายของหม่อมฉัน

แด่กษัตริย์เหล่านั้นตามที่พระองค์ทรงพระประสงค์เถิด

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกเมกสฺส เอเกกํ อทา สีหสฺสโร กุโส

ขตฺติยานํ ตทา เตสํ รญฺโญ มทฺทสฺส ธีตโร.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกาลนั้น พระเจ้ากุสะ

ผู้ทรงมีพระสุรเสียงประหนึ่งราชสีห์

ได้พระราชทานพระธิดาของพระเจ้ามัททะ

แด่กษัตริย์เหล่านั้นพระนางละองค์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปีณิตา เตน ลาเภน ตุฏฺฐา สีหสฺสเร กุเส

สกรฏฺฐานิ ปายึสุ ขตฺติยา สตฺต ตาวเท.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กษัตริย์ทั้ง ๗ พระองค์ต่างพากันเอิบอิ่มพระทัย

ด้วยการได้นั้น ทรงมีพระทัยยินดีในพระเจ้ากุสะ

ผู้มีพระสุรเสียงประหนึ่งราชสีห์

ต่างฝ่ายต่างเสด็จกลับสู่แคว้นของตนทันที

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปภาวติญฺจ อาทาย มณึ เวโรจนํ สุภํ

กุสาวตึ กุโส ราชา อคมาสิ มหพฺพโล.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ส่วนพระเจ้ากุสะผู้ทรงพลังมหาศาล

ทรงพาเจ้าหญิงประภาวดีและแก้วมณี

อันไพโรจน์งดงามเสด็จกลับยังกรุงกุสาวดี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตฺยสฺสุ เอกรเถ ยนฺตา ปวิสนฺตา กุสาวตึ

สมานา วณฺณรูเปน นาญฺญมญฺญาติโรจิสุํ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี. นาญฺญมญฺญาติโรจยุํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระราชาและพระราชเทวีทั้ง ๒ พระองค์นั้น

เสด็จไปในราชรถคันเดียวกัน เสด็จเข้าไปยังกรุงกุสาวดี

ทรงมีพระฉวีวรรณและพระรูปโฉมทัดเทียมกัน

มิได้ทรงรุ่งโรจน์ยิ่งกว่ากันและกันเลย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มาตา ปุตฺเตน สงฺคญฺฉิ อุภโย จ ชยมฺปตี

สมคฺคา เต ตทา อาสุํ ผีตํ ธรณิมาวสุนฺติ.

กุสชาตกํ ปฐมํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกาลนั้น พระราชมารดาได้ทรงพบ

พระราชบุตรและพระชายา

พระบิดาและพระโอรสทั้ง ๒ พระองค์นั้นทรงสมัครสมานกัน

ครอบครองแผ่นดินกุสาวดีให้รุ่งเรืองแผ่ไพศาลสืบมา

กุสชาดกที่ ๑ จบ

จบ ๑. กุสชาดก