พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สัตตตินิบาต
๑. กุสชาดก เล่ม ๒๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๔–๑๓๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในสัตตตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สตฺตตินิปาตํ
๑ กุสชาตกํ
สัตตตินิบาตชาดก
๑. กุสชาดก
พระเจ้ากุสราชลุ่มหลงรูปโฉมของนางประภาวดี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตตินิบาต กุสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)
อิทนฺเต รฏฺฐํ สธนํ สโยคฺคํ
สกายุรํ สพฺพกามูปปนฺนํ
อิทนฺเต รชฺชํ อนุสาส อมฺม
คจฺฉามหํ ยตฺถ ปิยา ปภาวตี ฯ
รัฏฐะของพระองค์นี้ มีทรัพย์ มียาน มีราชกกุธภัณฑ์สมบูรณ์ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวง ข้าแต่พระมารดา ขอพระองค์จงทรงปกครองราชสมบัติของพระองค์นี้ หม่อมฉันจะขอทูลลาไปยังเมืองสาคละ ซึ่งเป็นที่สถิตแห่งพระนางประภาวดีที่รัก.
อนุชุภูเตน หรํ มหนฺตํ
ทิวา จ รตฺโต จ นิสีถกาเล
ปฏิคจฺฉ ตฺวํ ขิปฺปํ กุสาวตึ [๑]
นิจฺฉามิ ทุพฺพณฺณมหํ วสนฺตํ ฯ
พระองค์ทรงนำหาบใหญ่มาด้วยพระทัยอันไม่ซื่อตรง จักต้องทรงเสวยทุกข์ใหญ่ทั้งกลางวันและกลางคืน ขอเชิญพระองค์เสด็จกลับไปยังกุสาวดีนครเสียโดยเร็วเถิด หม่อมฉันไม่ปรารถนาให้พระองค์ซึ่งมีผิวพรรณชั่วอยู่ในที่นี้.
นาหํ คมิสฺสามิ อิโต กุสาวตึ
ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว
รมามิ มทฺทสฺส นิเกตรมฺเม
หิตฺวาน รฏฺฐํ ตว ทสฺสเน รโต ฯ
ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว
สมฺมูฬฺหรูโป วิจรามิ เมทนึ ๒
ทิสํ น ชานามิ กุโตมฺหิ อาคโต
ตยิมฺหิ มตฺโต มิคมนฺทโลจเน
โสวณฺณจีรวสเน ชาตรูปสุเมขเล
สุสฺโสณิ ตว กามา หิ นาหํ รชฺเชน มตฺถิโก ฯ
๑ ม. กุส ฯ ๒ ม. เมทินึ ฯ
ดูกรนางประภาวดี พี่ติดใจในผิวพรรณของเธอ จึงจะจากที่นี้ไปยังเมืองกุสาวดีไม่ได้ พี่ยินดีในการเห็นเธอ ได้ละทิ้งบ้านเมืองมารื่นรมย์อยู่ในพระราชนิเวศน์อันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้ามัททราช ดูกรน้องประภาวดีพี่ติดใจในผิวพรรณของเธอจนลุ่มหลง เที่ยวไปยังพื้นแผ่นดิน พี่ไม่รู้ทิศว่าตนมาแล้วจากที่ไหน พี่หลงใหลในตัวเธอผู้มีดวงเนตรอันแจ่มใสเหมือนดวงตามฤค ผู้ทรงผ้ากรองทอง ดูกรพระน้องผู้มีตะโพกอันผึ่งผายพี่ปรารถนาแต่ตัวเธอ พี่ไม่ต้องการด้วยราชสมบัติ.
อภูติ ตสฺส โภ โหติ โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉติ
อกามํ ราช กาเมหิ ๑ อกนฺโต กนฺตมิจฺฉสิ ๒ ฯ
ดูกรพระเจ้ากุสราช ผู้ใดปรารถนาคนที่เขาไม่ปรารถนาตนผู้นั้นย่อมมีแต่ความไม่เจริญ หม่อมฉันไม่รักพระองค์พระองค์ก็จะให้หม่อมฉันรักเมื่อเขาไม่รัก พระองค์ก็ยังปรารถนาให้เขารัก.
อกามํ วา สกามํ วา โย นโร ลภเต ปิยํ
ลาภเมตฺถ ปสํสาม อลาโภ ตตฺถ ปาปโก ฯ
นรชนใดได้คนที่เขาไม่รักตัว หรือที่รักตัวมาเป็นที่รัก เราสรรเสริญการได้ในสิ่งนี้ ความไม่ได้ในสิ่งนั้นเป็นความชั่วช้า.
ปาสาณสารํ ขณสิ กณิการสฺส ทารุนา
วาตํ ชาเลน พาเธสิ โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉสิ ฯ
พระองค์ปรารถนา ซึ่งหม่อมฉันผู้ไม่ปรารถนา เปรียบเหมือนพระองค์
เอาไม้กรรณิการ์มาแคะเอาเพชรในหิน หรือเหมือนเอาข่ายมาดักลม
ฉะนั้น.
ปาสาโณ นูน เต หทเย โอหิโต มุทุลกฺขเณ
โย เต สาตํ น วินฺทามิ ติโรชนปทาคโต ฯ
ยทา มํ ภกุฏึ ๓ กตฺวา ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ ๔
อาฬาริโก ตทา โหมิ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร ๕ ฯ
ยทา อุมฺหยมานา มํ ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ ๔
นาฬาริโก ตทา โหมิ ราชา โหมิ ตทา กุโส ฯ
หินคงฝังอยู่ในหฤทัยมีลักษณะอ่อนละมุนละไม ของเธอเป็นแน่ เพราะตั้งแต่หม่อมฉันมาจากชนบทภายนอก ยังไม่ได้ความชมชื่นจากเธอเลยพระราชบุตรียังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองดูหม่อมฉันอยู่ตราบใด หม่อมฉันก็คงต้องเป็นพนักงานเครื่องต้นภายในบุรีของพระเจ้ามัททราชอยู่ตราบนั้นต่อเมื่อใดพระราชบุตรียิ้มแย้มแจ่มใสมองดูหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะเลิกเป็นพนักงานเครื่องต้น กลับเป็นพระเจ้ากุสราชเมื่อนั้น.
สเจ หิ วจนํ สจฺจํ เนมิตฺตานํ ภวิสฺสติ
เนว เม ตฺวํ ปตี อสฺส กามํ ฉินฺทนฺตุ สตฺตธา ฯ
ก็ถ้าถ้อยคำของโหรทั้งหลายจักเป็นจริงไซร้ พระองค์คงไม่ใช่พระสวามีของหม่อมฉันแน่แท้ เขาเหล่านั้นคงจะบั่นเราออกเป็นเจ็ดท่อนแน่.
สเจ หิ วจนํ สจฺจํ อญฺเญสํ ยทิ วา มมํ
เนว ตุยฺหํ ปตี อตฺถิ อญฺโญ สีหสฺสรา กุสา ฯ
ก็ถ้าถ้อยคำของโหรเหล่าอื่นหรือของหม่อมฉันจักเป็นจริงไซร้ พระสวามีของเธอ นอกจากพระเจ้ากุสราชผู้มีพระเสียงดังราชสีห์ จะเป็นคนอื่นไม่มีเลย.
เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ
สเจ มํ นาคนาสูรุํ โอโลเกยฺย ปภาวตี ฯ
เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ
สเจ มํ นาคนาสูรุํ อาลเปยฺย ปภาวตี ฯ
เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ
สเจ มํ นาคนาสูรุํ อุมฺหาเยยฺย ปภาวตี ฯ
เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ
สเจ มํ นาคนาสูรุํ ปมฺหาเยยฺย ปภาวตี ฯ
เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ
สเจ มํ นาคนาสูรุํ ปาณีภิ อุปสํผุเส ฯ
๑ ม. กาเมสิ ฯ ๒ ม. อกนฺตํ กนฺตุมิจฺฉสิ ฯ ๓ สี. ยุ. ภูกุฏึ ฯ ๔ สี. ยุ.
ราชปุตฺติ อทิกฺขสิ ฯ ๕ สี. ยุ. มทฺทสฺส ถีปุเร ฯ
แน่ะนางขุชชา เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้นายช่างทำเครื่องประดับคอทองคำให้แก่เจ้า ถ้าเจ้าทำให้พระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างแลดูเราได้ ... ถ้าเจ้าทำนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างให้เจรจาแก่เราได้ ... ถ้าเจ้าทำพระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างให้ยิ้มแย้มแก่เราได้ ... ถ้าเจ้าทำพระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างให้หัวเราะร่าเริงแก่เราได้ เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้นายช่างทำเครื่องประดับคอทองคำให้แก่เจ้า ถ้าเจ้าทำพระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้าง มาลูบคลำจับตัวเรา ด้วยมือของเธอได้.
น หิ นูนายํ ราชปุตฺตี กุเส สาตํปิ วินฺทติ
อาฬาริเก ภเต โปเส เวตฺตเนน อนตฺถิเก ฯ
พระราชบุตรีนี้ คงไม่ได้ประสบแม้ความสำราญในสำนักแห่งพระเจ้ากุสราชเสียเลยเป็นแน่ พระนางจึงไม่ทรงกระทำแม้เพียงการปฏิสันถารในบุรุษผู้เป็นพนักงานเครื่องต้น เป็นคนรับใช้ ไม่ต้องการด้วยค่าจ้าง.
น หิ นูน อยํ ขุชฺชา ลภติ ชิวฺหาย เฉทนํ
สุนิสิเตน สตฺเถน เอวํ ทุพฺภาสิตํ ภณํ ฯ
นางขุชชานี้ เห็นจะไม่ต้องถูกตัดลิ้นด้วยมีดอันคมเป็นแน่ จึงมาพูดคำหยาบช้าอย่างนี้.
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
มหายโสติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี ๑
มหทฺธโนติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
มหพฺพโลติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
มหารฏฺโฐติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
มหาราชาติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
สีหสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
วคฺคุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
พินฺทุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
มญฺชุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
มธุรสฺสโรติ ๑ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
สตสิปฺโปติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
ขตฺติโยติปิ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี
กุสราชาติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ
๑ ยุ. ปภาวติ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
ข้าแต่พระนางประภาวดี พระนางอย่าทรงเทียบพระเจ้ากุสราชนั้นด้วยพระรูปอันเลอโฉมของพระนางซิ ข้าแต่พระนางผู้มีความรุ่งเรืองพระนางจงกระทำไว้ในพระทัยว่า พระเจ้ากุสราชนั้นทรงมีพระอิศริยยศ
ใหญ่ แล้วจงกระทำความรักในพระเจ้ากุสราช ผู้มีความงามอันนี้
ข้าแต่พระนางประภาวดีพระนางอย่าทรงเทียบพระเจ้ากุสราชนั้นด้วยพระรูปอันเลอโฉมของพระนางซิ ข้าแต่พระนางผู้มีความรุ่งเรือง พระนางจงกระทำไว้ในพระทัยว่า พระเจ้ากุสราชนั้นทรงมีพระราชทรัพย์เป็นอันมาก ... มีทะแกล้วทหาร ... มีพระราชอาณาจักรกว้างใหญ่ ... เป็นพระมหาราชา ... มีพระสุรเสียงเหมือนเสียงราชสีห์ ... มีพระสุรเสียงไพเราะ ... มีพระสุรเสียงหยดย้อย ... มีพระสุรเสียงกลมกล่อม ... มีพระสุรเสียงอ่อนหวาน ... ทรงชำนาญศิลป์ตั้งร้อยอย่าง ... เป็นกษัตริย์... พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าเทียบพระเจ้ากุสราชนั้นด้วยพระรูปอันเลอโฉมของนางซิ พระนางจงกระทำไว้ในพระทัยว่า พระราชาพระองค์นั้น มีพระนามเหมือนกับหญ้าคาที่ท้าวสักกะทรงประทาน แล้วจงกระทำความรักในพระเจ้ากุสราชผู้มีความงามอันนี้.
เอเต นาคา อุปตฺถทฺธา สพฺเพ ติฏฺฐนฺติ วมฺมิกา ๒
ปุรา มทฺทนฺติ ปาการํ อาเนเตตํ ปภาวตึ ฯ
๑ ม. มธุสฺสโรติ ฯ ๒ ม. วมฺมิตา ฯ
ช้างเหล่านี้ทั้งหมดเป็นผู้แข็งกระด้าง ตั้งอยู่เหมือนจอมปลวกจะพากันพังกำแพงเข้ามาเสียก่อน ขอพระองค์จงส่งข่าวแก่พระราชาเหล่านั้นว่า เชิญเสด็จมานำเอานางประภาวดีนี้ไปเถิด.
สตฺต พิเล ๑ กริตฺวาน อหเมตํ ปภาวตึ
ขตฺติยานํ ปทสฺสามิ เย มํ หนฺตุํ อิธาคตา ฯ
เราจะบั่นนางประภาวดีนี้ออกเป็นเจ็ดท่อน แล้วจักให้แก่กษัตริย์ผู้เสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อจะฆ่าเรา.
อวุฏฺฐหิ ราชปุตฺตี สามา โกเสยฺยวาสินี
อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ทาสีคณปุรกฺขตา ฯ
พระราชบุตรีผู้มีผิวผ่องดังทองคำ ทรงผ้าโกไสยพัสตร์ มีพระเนตรนองด้วยน้ำตา อันหมู่ทาสีแวดล้อม เสด็จไปยังห้องพระมารดา.
ตํ นูน กกฺกูปนิเสวิตํ มุขํ
อาทาสทนฺตาถรุปจฺจเวกฺขิตํ
สุภํ สุเนตฺตํ วิรชํ อนงฺคณํ
ฉุฑฺฑํ วเน ฐสฺสติ ขตฺติเยหิ ฯ
เต นูน เม อสิเต เวลฺลิตคฺเค
เกเส มุทู จนฺทนสารลิตฺเต
สมากุเล สีวถิกาย มชฺเฌ
ปาเทหิ คิชฺฌา ปริกฑฺฒยนฺติ ๒ ฯ
ตา นูน เม ตมฺพนขา สุโลมา
พาหา มุทู จนฺทนสารลิตฺตา
ฉินฺนา วเน อุชฺฌิตา ขตฺติเยหิ
คยฺห ธงฺโก ๓ คจฺฉติ เยน กามํ ฯ
เต นูน ตาลูปนิเภ อลมฺเพ
นิเสวิเต กาสิกจนฺทเนน
ถเนสุ เม ลมฺพิสฺสติ สิคาโล
มาตูว ปุตฺโต ตรุโณ ตนุโช ฯ
ตํ นูน โสณึ ปุถุลํ สุโกฏฺฏิตํ
นิเสวิตํ กญฺจนเมขลาหิ
ฉินฺนํ วเน ขตฺติเยหิ อวตฺถํ
สิคาลสงฺฆา ปริกฑฺฒยนฺติ ๑ ฯ
โสณา ธงฺกา ๒ สิคาลา จ เย จญฺเญ สนฺติ ทาฐิโน
อชรา นูน เหสฺสนฺติ ภกฺขยิตฺวา ปภาวตึ ฯ
สเจ มํสานิ หรึสุ ขตฺติยา ทูรคามิโน
อฏฺฐีนิ อมฺม ยาจิตฺวา อนุปนฺเถ ทหาถ นํ ฯ
เขตฺตานิ อมฺม กาเรตฺวา กณิกาเรตฺถ โรปเย ๓
ยทา เต ปุปฺผิตา อสฺสุ เหมนฺตานํ หิมจฺจเย
สเรยฺยาถ มมํ อมฺม เอวํวณฺณา ปภาวตี ฯ
๑ สี. ยุ. ขณฺเฑ ฯ ๒ ม ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ ฯ ๓ ยุ. วโก ฯ
ข้าแต่พระมารดา หน้าของลูกอันผัดแล้วด้วยแป้ง ส่องแล้วที่กระจกเงางดงาม มีดวงเนตรคมคาย ผุดผ่องเป็นนวลใย จักถูกกษัตริย์ทั้งหลายโยนทิ้งเสียในป่าเป็นแน่ แล้วฝูงแร้งก็จะพากันเอาเท้ายื้อแย่งผมของลูกอันดำ
มีปลายงอนละเอียดอ่อน ลูบไล้ด้วยน้ำมันหอมแก่นจันทน์ ในท่ามกลาง
ป่าช้าอันเปรอะเปื้อน เป็นแน่ แขนอ่อนนุ่มทั้งสองของลูกอันมีเล็บแดงมีขนละเอียด ลูบไล้ด้วยจุรณ์จันทน์ก็จะถูกกษัตริย์ทั้งหลายตัดทิ้งเสียในป่า และฝูงกาก็จะโฉบคาบเอาไปตามความปรารถนาเป็นแน่ สุนัขจิ้งจอกมาเห็นถันทั้งสองของลูกเช่นกับผลตาลอันห้อยอยู่ ซึ่งลูบไล้ด้วยกระแจะจันทน์แคว้นกาสี ก็จะยืนคร่อมที่ถันทั้งสองของลูกเป็นแน่เหมือนลูกอ่อนที่เกิดแต่ตนของมารดา ตะโพกอันกลมผึ่งผายของลูก ผูกรัดด้วยสร้อยสอิ้งทอง ก็จะถูกกษัตริย์ทั้งหลายตัดเป็นชิ้นๆ แล้วโยนทิ้งไปในป่า ฝูงสุนัขจิ้งจอกก็จะพากันมาฉุดคร่าไปกิน ฝูงสุนัขป่า ฝูงกาฝูงสุนัขจิ้งจอกและสัตว์ที่มีเขี้ยวเหล่าอื่นซึ่งมีอยู่ ได้กินนางประภาวดีแล้ว คงไม่รู้จักแก่กันเป็นแน่ ข้าแต่พระมารดา ถ้ากษัตริย์ทั้งหลายผู้มาแต่ที่ไกลได้นำเอาเนื้อของลูกไปหมดแล้ว พระมารดาได้ทรงโปรดขอเอากระดูกมาเผาเสียในระหว่างทางใหญ่ ขอพระมารดาได้สร้างสวนดอกไม้แล้ว จงปลูกต้นกรรณิการ์ในสวนเหล่านั้น ข้าแต่พระมารดา ในกาลใดดอกกรรณิการ์เหล่านั้นบานแล้วในเวลาหิมะตกในฤดูเหมันต์ ในกาลนั้นขอพระมารดาพึงรำลึกถึงลูกว่า ประภาวดีมีผิวพรรณอย่างนี้.
ตสฺสา มาตา อุทฏฺฐาสิ ขตฺติยา เทววณฺณินี
ทิสฺวา อสิญฺจ สูนญฺจ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร ฯ
พระมารดาของพระนางประภาวดีเป็นขัตติยานี มีพระฉวีวรรณดังเทพอัปสรได้ประทับยืนอยู่แล้ว ทอดพระเนตรเห็นดาบและธนูวางอยู่ตรงพระพักตร์พระเจ้ามัททราช ภายในบุรี.
อิมินา นูน อสินา สุสญฺญํ ตนุมชฺฌิมํ
ธีตรํ มทฺท ๔ หนฺตฺวาน ขตฺติยานํ ปทสฺสสิ ๕ ฯ
จึงทรงพิลาปรำพันว่า พระองค์จะทรงฆ่าธิดาของหม่อมฉันบั่นให้เป็นท่อนๆ ด้วยดาบนี้ แล้วจะประทานแก่กษัตริย์ทั้งหลาย แน่หรือเพค๊ะ.
น เม อกาสิ วจนํ อตฺถกามาย ปุตฺติเก
สาชฺช โลหิตสญฺฉนฺนา คจฺฉสิ ยมสาธนํ ฯ
เอวมาปชฺชติ โปโส ปาปิยญฺจ นิคจฺฉติ
โย เจ ๖ หิตานํ วจนํ น กโรติ อตฺถทสฺสินํ ฯ
สเจว อชฺช ธาเรสิ กุมารํ จารุทสฺสนํ
กุเสน ชาตํ ขตฺติยํ สุวณฺณมณิเมขลํ ฯ
ปูชิตํ ๑ ญาติสงฺเฆหิ น คจฺฉสิ ยมกฺขยํ
ยตฺถสฺสุ เภรี นทติ กุญฺชโร จ นิกูชติ
ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต ฯ
อสฺโส หสิยติ ๒ ทฺวาเร กุมาโร อุปโรทติ
ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต ฯ
มยูรโกญฺจาภิรุเท โกกิลาภินิกูชิเต
ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต ฯ
๑ ม. ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ ฯ ๒ ยุ. วกา ฯ ๓ ม. โรปย ฯ ๔ ยุ. มทฺโท ฯ
๕ ยุ. ปทสฺสติ ฯ ๖ ม. เว ฯ
ลูกน้อยเอ๋ย พระบิดาไม่ทรงกระทำตามคำของแม่ผู้ใคร่ประโยชน์ เจ้านั้นเปรอะเปื้อนโลหิตไปสู่สำนักพระยายมในวันนี้ ถ้าบุรุษผู้ใดไม่ทำตามคำของบิดามารดาผู้เกื้อกูลมองเห็นประโยชน์ บุรุษนั้นย่อมได้รับโทษอย่างนี้ และจะต้องเข้าถึงโทษที่ลามกกว่า ในวันนี้ถ้าลูกจะทรงไว้ซึ่งกุมารทรงโฉมงดงามดังสีทอง เป็นกษัตริย์เกิดกับพระเจ้ากุสราช สวมสร้อยสังวาลย์แก้วมณีแกมทอง อันหมู่พระญาติบูชาแล้วไซร้ ลูกก็จะไม่ต้องไปยังสำนักพระยายม ลูกหญิงเอ่ย เสียงกลองชัยเภรีดังอยู่อึงมี่ และเสียงช้างร้องก้องอยู่ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลายใด ลูกเห็นอะไรเล่าหนอที่มีความสุขยิ่งกว่าตระกูลนั้น จึงได้มาเสีย เสียงม้าศึกคะนองร้องคำรณอยู่ที่ประตู เสียงกุมารร้องรำทำเพลงอยู่ในตระกูลกษัตริย์ทั้งหลายลูกเห็นอะไรเล่าหนอที่มีความสุขยิ่งไปกว่าตระกูลนั้น จึงได้มาเสีย ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลาย มีนกยูง นกกระเรียน และนกดุเหว่าส่งเสียงร้องก้องเสนาะเพราะจับใจ ลูกเห็นอะไรเล่าหนอที่จะมีความสุขยิ่งไปกว่าตระกูลนั้น จึงได้มาเสีย.
กหํ นุ โส สตฺตุมทฺทโน ปรรฏฺฐปฺปมทฺทโน
กุโส โสฬารปญฺญาโณ โย โน ทุกฺขา ปโมจเย ฯ
พระเจ้ากุสราชพระองค์ใด ผู้มีพระปรีชาอย่างยอดเยี่ยม ผู้ย่ำยีกษัตริย์ทั้งเจ็ดพระนคร ทรงปราบปรามแคว้นอื่นให้พ่ายแพ้ พึงทรงปลดเปลื้องเราทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์ได้ พระเจ้ากุสราชพระองค์นั้นประทับอยู่ที่ไหนหนอ.
อิเธว โส สตฺตุมทฺทโน ปรรฏฺฐปฺปมทฺทโน
กุโส โสฬารปญฺญาโณ โย เน สพฺเพ วธิสฺสติ ๓ ฯ
พระเจ้ากุสราชพระองค์ใด ผู้มีพระปรีชาอย่างยอดเยี่ยม ผู้ย่ำยีกษัตริย์ทั้งเจ็ดพระนคร ทรงปราบปรามแคว้นอื่นให้พ่ายแพ้ จักทรงกำจัดกษัตริย์เหล่านั้นทั้งหมดได้ พระเจ้ากุสราชพระองค์นั้น ประทับอยู่ที่นี่แหละ เพค๊ะ.
อุมฺมตฺติกา นุ ภณสิ อนฺธพาลา ปภาสสิ
กุโส เจ อาคโต อสฺส กึ นุ ๔ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือจึงได้พูดอย่างนี้ หรือว่าเจ้าเป็นอันธพาลจึงได้พูดอย่างนี้ ถ้าพระเจ้ากุสราชพึงเสด็จมาจริง ทำไมพวกเราจะไม่รู้จักพระองค์เล่า.
เอโส อาฬาริโก โปโส กุมารีปุรมนฺตเร
ทฬฺหํ กตฺวาน สํเวลฺลํ ๕ กุมฺภึ โธวติ โอนโต ฯ
พระเจ้ากุสราชนั้นทรงปลอมพระองค์เป็นบุรุษพนักงานเครื่องต้น ทรงพระภูษาหยักรั้งมั่นคง กำลังก้มพระองค์ล้างหม้ออยู่ในระหว่างพระตำหนักของพระกุมารีทั้งหลายเพค๊ะ.
เวณี ตฺวมสิ จณฺฑาลี อาทูสิ กุลคนฺธินี
กถํ มทฺทกุเล ชาตา ทาสํ กยิราสิ กามุกํ ฯ
เจ้าเป็นหญิงชั่วช้าจัณฑาลหรือ หรือว่าเจ้าเป็นหญิงประทุษร้ายตระกูลเจ้าเกิดแล้วในตระกูลพระเจ้ามัททราช เหตุใดจึงกระทำพระสวามีให้เป็นทาส.
นมฺหิ เวณี น จณฺฑาลี น จมฺหิ กุลคนฺธินี
โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ
๑ ยุ. ปูชิตา ฯ ๒ ม. อสฺโส จ สิสติ ฯ ๓ สี. โย โน ทุกฺขา ปโมจเย ฯ
๔ ม. น ฯ ๕ ม. เวลฺลึ ฯ
หม่อมฉันไม่ได้เป็นหญิงชั่วช้าจัณฑาล ไม่ใช่เป็นหญิงประทุษร้ายตระกูลนั่นพระเจ้ากุสราชโอรสของพระเจ้าโอกกากราช ขอความเจริญจงมีแด่พระมารดา แต่พระมารดาทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส.
โย พฺราหฺมณสหสฺสานิ สทา โภเชติ วึสติ ๑
โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ
ยสฺส นาคสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสติ
โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ
ยสฺส อสฺสสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสติ
โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ
ยสฺส รถสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสติ
โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ
[๒]
ยสฺส เธนุสหสฺสานิ สทา ทูหนฺติ วีสติ
โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ
ขอความเจริญจงมีแด่พระมารดา พระราชาพระองค์ใด ทรงเชื้อเชิญพราหมณ์สองหมื่นคนให้บริโภคภัตตาหารในกาลทุกเมื่อ พระราชาพระองค์นั้น คือ พระเจ้ากุสราชโอรสแห่งพระเจ้าโอกกากราช แต่พระมารดาเข้าพระทัยว่าเป็นทาส เจ้าพนักงานเตรียมช้างไว้สองหมื่นเชือก ...
เตรียมม้าสองหมื่นตัว ... ขอความเจริญจงมีแด่พระมารดา เจ้าพนักงานรีดนมโคสองหมื่นตัวในกาลทุกเมื่อเพื่อพระราชาพระองค์ใด พระราชาพระองค์นั้น คือ พระเจ้ากุสราชโอรสของพระเจ้าโอกกากราช แต่พระมารดาเข้าพระทัยว่าเป็นทาส.
ตคฺฆ เต ทุกฺกฏํ พาเล ยํ ขตฺติยํ มหพฺพลํ
นาคํ มณฺฑูกวณฺเณน น นํ อกฺขาสิ มาคตํ ๓ ฯ
ดูกรเจ้าผู้เป็นพาล เจ้ากระทำกรรมอันชั่วร้ายเหลือเกิน ที่เจ้าไม่บอกพ่อว่า พระเจ้ากุสราชผู้เป็นกษัตริย์มีทะแกล้วทหารมาก ผู้เป็นพระยาช้างมาด้วยเพศแห่งกบ.
อปราธํ มหาราช ตฺวํ โน ขม รเถสภ
ยํ ตฺวํ ๔ อญฺญาตเวเสน นญฺญาสิมฺหา อิธาคตํ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชผู้จอมทัพ ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดงดโทษแก่หม่อมฉัน ที่ไม่ทราบว่าพระองค์เสด็จมาในที่นี้ด้วยเพศที่ไม่มีใครรู้จักด้วยเถิด.
มาทิสสฺส น ตํ ฉนฺนํ โยหํ อาฬาริโก ภเว
ตฺวญฺเญว เม ปสีทสฺสุ นตฺถิ เต เทว ทุกฺกฏํ ฯ
คนเช่นหม่อมฉันมิได้ปกปิดเลย หม่อมฉันนั้นเป็นพนักงานเครื่องต้นพระองค์เท่านั้นทรงเลื่อมใสแก่หม่อมฉัน ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐแต่พระองค์ไม่มีกรรมชั่วช้า ที่หม่อมฉันจะต้องอดโทษ.
คจฺฉ พาเล ขมาเปหิ กุสราชํ มหพฺพลํ
ขมาปิโต กุสราชา โส เต ทสฺสติ ชีวิตํ ฯ
ดูกรเจ้าคนพาล เจ้าจงไปขอขมาโทษพระเจ้ากุสราชผู้มีกำลังมากเสียพระเจ้ากุสราชที่เจ้าขอขมาแล้ว จักประทานชีวิตให้เจ้า.
ปิตุสฺส วจนํ สุตฺวา เทววณฺณี ปภาวตี
สิรสา อคฺคหี ปาเท กุสราชํ มหพฺพลํ ฯ
๑ ม. วีสตึ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
๒ สี. ยุ. ยสฺส อุสภสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสตึ ฯ
โอกฺกาก ... ... ... ... ... ... ... ทาโสติ มญฺญสิ ฯ
๓ ม. น นํ อกฺขาสิธาคตํ ฯ ๔ ม. ตํ ฯ
พระนางประภาวดีผู้มีผิวพรรณดังเทพธิดา ทรงรับดำรัสของพระบิดาแล้วได้ซบพระเศียรลงกอดพระบาทพระเจ้ากุสราชผู้มีพระกำลังมาก.
ยาว ๑ รตฺโย อติกฺกนฺตา ตามา เทว ตยา วินา
วนฺเท เต สิรสา ปาเท มา เม กุชฺฌ รเถสภ ฯ
สจฺจนฺเต ๒ ปฏิชานามิ มหาราช สุโณหิ เม
น จาปิ อปฺปิยํ ตุยฺหํ กเรยฺยามิ อหํ ปุน ฯ
เอวญฺจ ยาจมานาย วจนํ เม น กาหสิ
อิทานิ มํ ตาโต หนฺตฺวา ขตฺติยานํ ปทสฺสติ ฯ
ราตรีเหล่านี้ที่ล่วงไป เว้นจากพระองค์นั้นเพียงใด หม่อมฉันขอถวายบังคมพระยุคลบาท ของพระองค์ด้วยเศียรเกล้า เพียงนั้น ขอพระองค์
โปรดอย่าทรงพิโรธหม่อมฉันเลย หม่อมฉันขอตั้งสัตย์ปฏิญาณแก่
พระองค์ โปรดทรงสดับหม่อมฉันเถิด เพค๊ะ หม่อมฉันจะไม่พึงทำความชิงชังแก่พระองค์อีกต่อไปละ ถ้าพระองค์จะไม่ทรงโปรดกระทำตามคำของหม่อมฉันผู้ทูลวิงวอนอยู่อย่างนี้ พระบิดาคงเข่นฆ่าหม่อมฉันแล้วทรงประทานแก่กษัตริย์ทั้งหลาย ณ กาลบัดนี้เป็นแน่.
เอวนฺเต ยาจมานาย กึ น กาหามิ เต วโจ
วิกุทฺโธ ตฺยสฺมิ กลฺยาณี มา ตฺวํ ภายิ ปภาวตี ฯ
สจฺจนฺเต ๒ ปฏิชานามิ ราชปุตฺตี สุโณหิ เม
น จาปิ อปฺปิยํ ตุยฺหํ กเรยฺยามิ อหํ ปุน ฯ
ตว กามา หิ สุสฺโสณิ พหุทุกฺขํ ติติกฺขิสํ
พหุมทฺทกุลํ หนฺตฺวา นยิตุํ ตํ ปภาวตี ฯ
เมื่อพระน้องอ้อนวอนอยู่อย่างนี้ ไฉนพี่จักไม่ทำตามคำของพระน้องเล่าพี่ไม่โกรธพระน้องเลยนะคนงาม อย่ากลัวเลยประภาวดี พี่ขอตั้งสัตย์ปฏิญาณต่อพระน้อง โปรดขอจงทรงฟังพี่เถิดนะพระราชบุตรี พี่จะไม่พึงกระทำความเกลียดชังแก่พระน้องนางอีกต่อไปละ ดูกรน้องประภาวดีผู้มีตะโพกอันผึ่งผาย พี่สามารถจะทำลายตระกูลกษัตริย์มัททราชมากมายแล้วนำพระน้องนางไปได้ แต่เพราะความรักพระน้องนาง พี่จึงสู้ยอมทนทุกข์มากมายได้.
โยชยนฺตุ รเถ อสฺเส นานาจิตฺเต สมาหิเต๕
อถ ทกฺขถ เม เวคํ วิธเมนฺตสฺส ๓ สตฺตโว ฯ
ตญฺจ ตตฺถ อุทิกฺขึสุ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร ๔
วิชมฺภมานํ สีหํว โปเฐนฺตํ ทิคุณํ ภุชํ ฯ
เจ้าพนักงานทั้งหลาย จงตระเตรียมรถและม้า อันวิจิตรด้วยเครื่องอลังการต่างๆ ทั้งมั่นคงแข็งแรง ท่านทั้งหลายจงเห็นความพยายามของเราผู้กำจัดศัตรูทั้งหลายให้พ่ายแพ้ไปในบัดนี้ ก็นารีทั้งหลายภายในพระราชวังของพระเจ้ามัททราชนั้น พากันมองดูพระโพธิสัตว์ผู้เสด็จเยื้องกรายดุจราชสีห์ ทรงปรบพระหัตถ์เสวยพระกระยาหารถึงสองเท่าพระองค์นั้น.
หตฺถิกฺขนฺธญฺจ อารุยฺห อาโรเปตฺวา ปภาวตึ
สงฺคามํ โอตริตฺวาน สีหนาทํ นที กุโส ฯ
ตสฺส ตํ นทโต สุตฺวา สีหสฺเสวีตเร มิคา
ขตฺติยา วิปลายึสุ กุสสทฺทภยฏฺฏิตา ๑ ฯ
หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา
อญฺญมญฺญสฺส ฉินฺทนฺติ กุสสทฺทภยฏฺฏิตา ฯ
ตสฺมึ สงฺคามสีสสฺมึ ปสฺสิตฺวา หฏฺฐมานโส ๒
กุสสฺส รญฺโญ เทวินฺโท อทา เวโรจนํ มณึ ฯ
โส ตํ วิชิตฺวา สงฺคามํ ลทฺธา เวโรจนํ มณึ
หตฺถิกฺขนฺธคโต ราชา ปาเวกฺขิ นครํ ปุรํ ฯ
ชีวคฺคาหํ คเหตฺวาน พนฺธิตฺวา สตฺต ขตฺติเย
สสฺสุรสฺสูปนาเมสิ อิเม เต เทว สตฺตโว ฯ
สพฺเพว เต วสํ คตา อมิตฺตา วิหตา ตว
กามํ กโรหิ เต ตยา มุญฺจ วา เต หนสฺสุ วา ฯ
๑ ม. ยามา ฯ ๒ ม. สพฺพํ เต ฯ ๓ ม. วิธมนฺตสฺส ฯ ๔ สี. มทฺทสฺส ถีปุเร ฯ
ก็พระเจ้ากุสราช ครั้นเสด็จขึ้นประทับบนคอช้างสาร โปรดให้นางประภาวดีประทับเบื้องหลังแล้ว เสด็จเข้าสู่สงคราม ทรงบันลือพระสุรสีหนาท กษัตริย์เจ็ดพระนครทรงสดับพระสุรสีหนาทของพระเจ้ากุสราช ผู้บันลืออยู่ ผู้อันความกลัวแต่เสียงของพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้วพากันแตกหนีไปเหมือนดังฝูงมฤคได้ยินเสียงแห่งราชสีห์ก็พากันหนีไปฉะนั้น พวกพลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า ผู้อันความกลัวแต่เสียงพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้ว ก็พากันแตกตื่นเหยียบย่ำกันและกัน ท้าวสักกะจอมเทพ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ทรงมีชัยในท่ามกลางสงครามนั้น มีพระทัยชื่นชมยินดี ทรงพระราชทานแก้วมณีอันรุ่งโรจน์ดวงหนึ่งแก่พระเจ้ากุสราช พระเจ้ากุสราชทรงชนะสงคราม ได้แก้วมณีอันรุ่งโรจน์ แล้วเสด็จประทับบนคอช้างสารเสด็จเข้าสู่พระนคร รับสั่งให้จับกษัตริย์เจ็ดพระนครทั้งเป็น ให้มัดนำเข้าถวายพระสัสสุระ ทูลว่าขอเดชะ กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์ ศัตรูทั้งหมดซึ่งคิดจะกำจัดพระองค์เสียนี้ ตกอยู่ในอำนาจของพระองค์แล้ว เชิญทรงกระทำตามพระประสงค์เถิด พระองค์ทรงกระทำกษัตริย์เหล่านั้นให้เป็นทาสแล้ว จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารเสียตามแต่พระทัยเถิด.
ตุเยฺหว สตฺตโว เอเต นหิ เต มยฺห สตฺตโว
ตฺวญฺเญว โน มหาราช มุญฺจ วา เต หนสฺสุ วา ฯ
กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์ มิได้เป็นศัตรูของหม่อมฉัน ข้าแต่พระมหาราช พระองค์ (เป็นอิสระ) กว่าหม่อมฉัน จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารศัตรูเหล่านั้นก็ตามเถิด.
อิมา เต ธีตโร สตฺต เทวกญฺญูปมา สุภา
ททาหิ เนสํ เอเกกํ โหนฺตุ ชามาตโร ตว ฯ
พระราชธิดาของพระองค์ ล้วนทรงงดงามดังเทพกัญญามีอยู่ถึง ๗ พระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดพระราชทานแก่กษัตริย์ทั้ง ๗ นั้นองค์ละองค์ขอกษัตริย์เหล่านั้นจงเป็นพระชามาตาของพระองค์เถิด.
อมฺหากญฺเจว ตาสญฺจ ตฺวํ โน สพฺเพสมิสฺสโร
ตฺวญฺเญว โน มหาราช เทหิ เนสํ ยทิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่พระมหาราช พระองค์เป็นใหญ่กว่าหม่อมฉันทั้งหลาย และกว่าพวกลูกของหม่อมฉันทั้งหมด เชิญพระองค์นั่นแหละทรงพระราชทานพวกลูกของหม่อมฉันแก่กษัตริย์เหล่านั้น ตามพระราชประสงค์เถิด.
เอกเมกสฺส เอเกกํ อทา สีหสฺสโร กุโส
ขตฺติยานํ ตทา เตสํ รญฺโญ มทฺทสฺส ธีตโร ฯ
ปีณิตา เตน ลาเภน ตุฏฺฐา สีหสฺสเร กุเส
สกรฏฺฐานิ ปายึสุ ขตฺติยา สตฺต ตาวเท ฯ
ปภาวติญฺจ อาทาย มณึ เวโรจนํ สุภํ ๑
กุสาวตึ กุโส ราชา อคมาสิ มหพฺพโล ฯ
ตฺยสฺสุ เอกรเถ ยนฺตา ปวิสนฺตา กุสาวตึ
สมานา วณฺณรูเปน นาญฺญมญฺญาติโรจิสุํ ๒ ฯ
มาตา ปุตฺเตน สงฺคญฺฉิ อุภโย จ ชยมฺปตี
สมคฺคา เต ตทา อาสุํ ผีตํ ธรณิมาวสุนฺติ ฯ
กุสชาตกํ ปฐมํ ฯ
๑ ยุ. กุสสทฺทภยฏฺฐิตา ฯ ๒ สี. ตุฏฺฐมานโส ฯ
ในกาลนั้น พระเจ้ากุสราชผู้มีพระสุรเสียงดังเสียงราชสีห์ ได้ทรงยกพระราชธิดาของพระเจ้ามัททราช ประทานให้แก่กษัตริย์ ๗ พระองค์นั้นองค์ละองค์ กษัตริย์ทั้ง ๗ พระองค์ทรงอิ่มพระทัยด้วยลาภนั้น ทรงขอบพระคุณพระเจ้ากุสราชผู้มีพระสุรเสียงดังเสียงราชสีห์ แล้วพากันเสด็จกลับไปยังนครของตนๆ ในขณะนั้นทีเดียว ฝ่ายพระเจ้ากุสราชผู้มีพระกำลังมาก ทรงพาพระนางประภาวดีและดวงแก้วมณีอันงามรุ่งโรจน์เสด็จกลับยังกรุงกุสาวดี เมื่อพระเจ้ากุสราชและพระนางประภาวดีทั้ง ๒ พระองค์นั้น ประทับอยู่ในพระราชรถคันเดียวกันเสด็จเข้ากรุงกุสาวดี มีพระฉวีวรรณและพระรูปพระโฉมทัดเทียมกัน มิได้ทรงงดงามยิ่งหย่อนกว่ากันเลย พระมารดาของพระมหาสัตว์และพระชยัมบดีราชกุมารทั้ง ๒พระองค์ได้เสด็จไปต้อนรับถึงนอกพระนคร แล้วเสด็จกลับพระนครพร้อมด้วยพระราชโอรส ในกาลนั้น พระเจ้ากุสราชและพระนางประภาวดี ก็ทรงสมัครสมานกัน ได้ทรงปกครองราชอาณาจักรกุสาวดีให้รุ่งเรืองตลอดมา.
จบ กุสชาดกที่ ๑
จบ ๑. กุสชาดก