arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สัตตตินิบาต

๑. กุสชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๔–๑๓๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในสัตตตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สตฺตตินิปาตํ

๑ กุสชาตกํ

สัตตตินิบาตชาดก

๑. กุสชาดก

พระเจ้ากุสราชลุ่มหลงรูปโฉมของนางประภาวดี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตตินิบาต กุสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (สยามรัฐ)

อิทนฺเต รฏฺฐํ สธนํ สโยคฺคํ

สกายุรํ สพฺพกามูปปนฺนํ

อิทนฺเต รชฺชํ อนุสาส อมฺม

คจฺฉามหํ ยตฺถ ปิยา ปภาวตี ฯ

ฉบับหลวง

รัฏฐะของพระองค์นี้ มีทรัพย์ มียาน มีราชกกุธภัณฑ์สมบูรณ์ด้วยสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวง ข้าแต่พระมารดา ขอพระองค์จงทรงปกครองราชสมบัติของพระองค์นี้ หม่อมฉันจะขอทูลลาไปยังเมืองสาคละ ซึ่งเป็นที่สถิตแห่งพระนางประภาวดีที่รัก.

บาลี (สยามรัฐ)

อนุชุภูเตน หรํ มหนฺตํ

ทิวา จ รตฺโต จ นิสีถกาเล

ปฏิคจฺฉ ตฺวํ ขิปฺปํ กุสาวตึ [๑]

นิจฺฉามิ ทุพฺพณฺณมหํ วสนฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์ทรงนำหาบใหญ่มาด้วยพระทัยอันไม่ซื่อตรง จักต้องทรงเสวยทุกข์ใหญ่ทั้งกลางวันและกลางคืน ขอเชิญพระองค์เสด็จกลับไปยังกุสาวดีนครเสียโดยเร็วเถิด หม่อมฉันไม่ปรารถนาให้พระองค์ซึ่งมีผิวพรรณชั่วอยู่ในที่นี้.

บาลี (สยามรัฐ)

นาหํ คมิสฺสามิ อิโต กุสาวตึ

ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว

รมามิ มทฺทสฺส นิเกตรมฺเม

หิตฺวาน รฏฺฐํ ตว ทสฺสเน รโต ฯ

ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว

สมฺมูฬฺหรูโป วิจรามิ เมทนึ ๒

ทิสํ น ชานามิ กุโตมฺหิ อาคโต

ตยิมฺหิ มตฺโต มิคมนฺทโลจเน

โสวณฺณจีรวสเน ชาตรูปสุเมขเล

สุสฺโสณิ ตว กามา หิ นาหํ รชฺเชน มตฺถิโก ฯ

๑ ม. กุส ฯ ๒ ม. เมทินึ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนางประภาวดี พี่ติดใจในผิวพรรณของเธอ จึงจะจากที่นี้ไปยังเมืองกุสาวดีไม่ได้ พี่ยินดีในการเห็นเธอ ได้ละทิ้งบ้านเมืองมารื่นรมย์อยู่ในพระราชนิเวศน์อันน่ารื่นรมย์ของพระเจ้ามัททราช ดูกรน้องประภาวดีพี่ติดใจในผิวพรรณของเธอจนลุ่มหลง เที่ยวไปยังพื้นแผ่นดิน พี่ไม่รู้ทิศว่าตนมาแล้วจากที่ไหน พี่หลงใหลในตัวเธอผู้มีดวงเนตรอันแจ่มใสเหมือนดวงตามฤค ผู้ทรงผ้ากรองทอง ดูกรพระน้องผู้มีตะโพกอันผึ่งผายพี่ปรารถนาแต่ตัวเธอ พี่ไม่ต้องการด้วยราชสมบัติ.

บาลี (สยามรัฐ)

อภูติ ตสฺส โภ โหติ โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉติ

อกามํ ราช กาเมหิ ๑ อกนฺโต กนฺตมิจฺฉสิ ๒ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระเจ้ากุสราช ผู้ใดปรารถนาคนที่เขาไม่ปรารถนาตนผู้นั้นย่อมมีแต่ความไม่เจริญ หม่อมฉันไม่รักพระองค์พระองค์ก็จะให้หม่อมฉันรักเมื่อเขาไม่รัก พระองค์ก็ยังปรารถนาให้เขารัก.

บาลี (สยามรัฐ)

อกามํ วา สกามํ วา โย นโร ลภเต ปิยํ

ลาภเมตฺถ ปสํสาม อลาโภ ตตฺถ ปาปโก ฯ

ฉบับหลวง

นรชนใดได้คนที่เขาไม่รักตัว หรือที่รักตัวมาเป็นที่รัก เราสรรเสริญการได้ในสิ่งนี้ ความไม่ได้ในสิ่งนั้นเป็นความชั่วช้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาสาณสารํ ขณสิ กณิการสฺส ทารุนา

วาตํ ชาเลน พาเธสิ โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์ปรารถนา ซึ่งหม่อมฉันผู้ไม่ปรารถนา เปรียบเหมือนพระองค์

เอาไม้กรรณิการ์มาแคะเอาเพชรในหิน หรือเหมือนเอาข่ายมาดักลม

ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาสาโณ นูน เต หทเย โอหิโต มุทุลกฺขเณ

โย เต สาตํ น วินฺทามิ ติโรชนปทาคโต ฯ

ยทา มํ ภกุฏึ ๓ กตฺวา ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ ๔

อาฬาริโก ตทา โหมิ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร ๕ ฯ

ยทา อุมฺหยมานา มํ ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ ๔

นาฬาริโก ตทา โหมิ ราชา โหมิ ตทา กุโส ฯ

ฉบับหลวง

หินคงฝังอยู่ในหฤทัยมีลักษณะอ่อนละมุนละไม ของเธอเป็นแน่ เพราะตั้งแต่หม่อมฉันมาจากชนบทภายนอก ยังไม่ได้ความชมชื่นจากเธอเลยพระราชบุตรียังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองดูหม่อมฉันอยู่ตราบใด หม่อมฉันก็คงต้องเป็นพนักงานเครื่องต้นภายในบุรีของพระเจ้ามัททราชอยู่ตราบนั้นต่อเมื่อใดพระราชบุตรียิ้มแย้มแจ่มใสมองดูหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะเลิกเป็นพนักงานเครื่องต้น กลับเป็นพระเจ้ากุสราชเมื่อนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ หิ วจนํ สจฺจํ เนมิตฺตานํ ภวิสฺสติ

เนว เม ตฺวํ ปตี อสฺส กามํ ฉินฺทนฺตุ สตฺตธา ฯ

ฉบับหลวง

ก็ถ้าถ้อยคำของโหรทั้งหลายจักเป็นจริงไซร้ พระองค์คงไม่ใช่พระสวามีของหม่อมฉันแน่แท้ เขาเหล่านั้นคงจะบั่นเราออกเป็นเจ็ดท่อนแน่.

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ หิ วจนํ สจฺจํ อญฺเญสํ ยทิ วา มมํ

เนว ตุยฺหํ ปตี อตฺถิ อญฺโญ สีหสฺสรา กุสา ฯ

ฉบับหลวง

ก็ถ้าถ้อยคำของโหรเหล่าอื่นหรือของหม่อมฉันจักเป็นจริงไซร้ พระสวามีของเธอ นอกจากพระเจ้ากุสราชผู้มีพระเสียงดังราชสีห์ จะเป็นคนอื่นไม่มีเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรุํ โอโลเกยฺย ปภาวตี ฯ

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรุํ อาลเปยฺย ปภาวตี ฯ

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรุํ อุมฺหาเยยฺย ปภาวตี ฯ

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรุํ ปมฺหาเยยฺย ปภาวตี ฯ

เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ

สเจ มํ นาคนาสูรุํ ปาณีภิ อุปสํผุเส ฯ

๑ ม. กาเมสิ ฯ ๒ ม. อกนฺตํ กนฺตุมิจฺฉสิ ฯ ๓ สี. ยุ. ภูกุฏึ ฯ ๔ สี. ยุ.

ราชปุตฺติ อทิกฺขสิ ฯ ๕ สี. ยุ. มทฺทสฺส ถีปุเร ฯ

ฉบับหลวง

แน่ะนางขุชชา เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้นายช่างทำเครื่องประดับคอทองคำให้แก่เจ้า ถ้าเจ้าทำให้พระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างแลดูเราได้ ... ถ้าเจ้าทำนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างให้เจรจาแก่เราได้ ... ถ้าเจ้าทำพระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างให้ยิ้มแย้มแก่เราได้ ... ถ้าเจ้าทำพระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้างให้หัวเราะร่าเริงแก่เราได้ เรากลับไปถึงกรุงกุสาวดีแล้ว จักให้นายช่างทำเครื่องประดับคอทองคำให้แก่เจ้า ถ้าเจ้าทำพระนางประภาวดีผู้มีขาอ่อนงามดังงวงช้าง มาลูบคลำจับตัวเรา ด้วยมือของเธอได้.

บาลี (สยามรัฐ)

น หิ นูนายํ ราชปุตฺตี กุเส สาตํปิ วินฺทติ

อาฬาริเก ภเต โปเส เวตฺตเนน อนตฺถิเก ฯ

ฉบับหลวง

พระราชบุตรีนี้ คงไม่ได้ประสบแม้ความสำราญในสำนักแห่งพระเจ้ากุสราชเสียเลยเป็นแน่ พระนางจึงไม่ทรงกระทำแม้เพียงการปฏิสันถารในบุรุษผู้เป็นพนักงานเครื่องต้น เป็นคนรับใช้ ไม่ต้องการด้วยค่าจ้าง.

บาลี (สยามรัฐ)

น หิ นูน อยํ ขุชฺชา ลภติ ชิวฺหาย เฉทนํ

สุนิสิเตน สตฺเถน เอวํ ทุพฺภาสิตํ ภณํ ฯ

ฉบับหลวง

นางขุชชานี้ เห็นจะไม่ต้องถูกตัดลิ้นด้วยมีดอันคมเป็นแน่ จึงมาพูดคำหยาบช้าอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

มหายโสติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี ๑

มหทฺธโนติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

มหพฺพโลติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

มหารฏฺโฐติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

มหาราชาติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

สีหสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

วคฺคุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

พินฺทุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

มญฺชุสฺสโรติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

มธุรสฺสโรติ ๑ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

สตสิปฺโปติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

ขตฺติโยติปิ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

มา นํ รูเปน ปาเมสิ อาโรเหน ปภาวตี

กุสราชาติ กตฺวาน กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ ฯ

๑ ยุ. ปภาวติ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระนางประภาวดี พระนางอย่าทรงเทียบพระเจ้ากุสราชนั้นด้วยพระรูปอันเลอโฉมของพระนางซิ ข้าแต่พระนางผู้มีความรุ่งเรืองพระนางจงกระทำไว้ในพระทัยว่า พระเจ้ากุสราชนั้นทรงมีพระอิศริยยศ

ใหญ่ แล้วจงกระทำความรักในพระเจ้ากุสราช ผู้มีความงามอันนี้

ข้าแต่พระนางประภาวดีพระนางอย่าทรงเทียบพระเจ้ากุสราชนั้นด้วยพระรูปอันเลอโฉมของพระนางซิ ข้าแต่พระนางผู้มีความรุ่งเรือง พระนางจงกระทำไว้ในพระทัยว่า พระเจ้ากุสราชนั้นทรงมีพระราชทรัพย์เป็นอันมาก ... มีทะแกล้วทหาร ... มีพระราชอาณาจักรกว้างใหญ่ ... เป็นพระมหาราชา ... มีพระสุรเสียงเหมือนเสียงราชสีห์ ... มีพระสุรเสียงไพเราะ ... มีพระสุรเสียงหยดย้อย ... มีพระสุรเสียงกลมกล่อม ... มีพระสุรเสียงอ่อนหวาน ... ทรงชำนาญศิลป์ตั้งร้อยอย่าง ... เป็นกษัตริย์... พระแม่เจ้าประภาวดี พระนางอย่าเทียบพระเจ้ากุสราชนั้นด้วยพระรูปอันเลอโฉมของนางซิ พระนางจงกระทำไว้ในพระทัยว่า พระราชาพระองค์นั้น มีพระนามเหมือนกับหญ้าคาที่ท้าวสักกะทรงประทาน แล้วจงกระทำความรักในพระเจ้ากุสราชผู้มีความงามอันนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

เอเต นาคา อุปตฺถทฺธา สพฺเพ ติฏฺฐนฺติ วมฺมิกา ๒

ปุรา มทฺทนฺติ ปาการํ อาเนเตตํ ปภาวตึ ฯ

๑ ม. มธุสฺสโรติ ฯ ๒ ม. วมฺมิตา ฯ

ฉบับหลวง

ช้างเหล่านี้ทั้งหมดเป็นผู้แข็งกระด้าง ตั้งอยู่เหมือนจอมปลวกจะพากันพังกำแพงเข้ามาเสียก่อน ขอพระองค์จงส่งข่าวแก่พระราชาเหล่านั้นว่า เชิญเสด็จมานำเอานางประภาวดีนี้ไปเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺต พิเล ๑ กริตฺวาน อหเมตํ ปภาวตึ

ขตฺติยานํ ปทสฺสามิ เย มํ หนฺตุํ อิธาคตา ฯ

ฉบับหลวง

เราจะบั่นนางประภาวดีนี้ออกเป็นเจ็ดท่อน แล้วจักให้แก่กษัตริย์ผู้เสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อจะฆ่าเรา.

บาลี (สยามรัฐ)

อวุฏฺฐหิ ราชปุตฺตี สามา โกเสยฺยวาสินี

อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ทาสีคณปุรกฺขตา ฯ

ฉบับหลวง

พระราชบุตรีผู้มีผิวผ่องดังทองคำ ทรงผ้าโกไสยพัสตร์ มีพระเนตรนองด้วยน้ำตา อันหมู่ทาสีแวดล้อม เสด็จไปยังห้องพระมารดา.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ นูน กกฺกูปนิเสวิตํ มุขํ

อาทาสทนฺตาถรุปจฺจเวกฺขิตํ

สุภํ สุเนตฺตํ วิรชํ อนงฺคณํ

ฉุฑฺฑํ วเน ฐสฺสติ ขตฺติเยหิ ฯ

เต นูน เม อสิเต เวลฺลิตคฺเค

เกเส มุทู จนฺทนสารลิตฺเต

สมากุเล สีวถิกาย มชฺเฌ

ปาเทหิ คิชฺฌา ปริกฑฺฒยนฺติ ๒ ฯ

ตา นูน เม ตมฺพนขา สุโลมา

พาหา มุทู จนฺทนสารลิตฺตา

ฉินฺนา วเน อุชฺฌิตา ขตฺติเยหิ

คยฺห ธงฺโก ๓ คจฺฉติ เยน กามํ ฯ

เต นูน ตาลูปนิเภ อลมฺเพ

นิเสวิเต กาสิกจนฺทเนน

ถเนสุ เม ลมฺพิสฺสติ สิคาโล

มาตูว ปุตฺโต ตรุโณ ตนุโช ฯ

ตํ นูน โสณึ ปุถุลํ สุโกฏฺฏิตํ

นิเสวิตํ กญฺจนเมขลาหิ

ฉินฺนํ วเน ขตฺติเยหิ อวตฺถํ

สิคาลสงฺฆา ปริกฑฺฒยนฺติ ๑ ฯ

โสณา ธงฺกา ๒ สิคาลา จ เย จญฺเญ สนฺติ ทาฐิโน

อชรา นูน เหสฺสนฺติ ภกฺขยิตฺวา ปภาวตึ ฯ

สเจ มํสานิ หรึสุ ขตฺติยา ทูรคามิโน

อฏฺฐีนิ อมฺม ยาจิตฺวา อนุปนฺเถ ทหาถ นํ ฯ

เขตฺตานิ อมฺม กาเรตฺวา กณิกาเรตฺถ โรปเย ๓

ยทา เต ปุปฺผิตา อสฺสุ เหมนฺตานํ หิมจฺจเย

สเรยฺยาถ มมํ อมฺม เอวํวณฺณา ปภาวตี ฯ

๑ สี. ยุ. ขณฺเฑ ฯ ๒ ม ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ ฯ ๓ ยุ. วโก ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมารดา หน้าของลูกอันผัดแล้วด้วยแป้ง ส่องแล้วที่กระจกเงางดงาม มีดวงเนตรคมคาย ผุดผ่องเป็นนวลใย จักถูกกษัตริย์ทั้งหลายโยนทิ้งเสียในป่าเป็นแน่ แล้วฝูงแร้งก็จะพากันเอาเท้ายื้อแย่งผมของลูกอันดำ

มีปลายงอนละเอียดอ่อน ลูบไล้ด้วยน้ำมันหอมแก่นจันทน์ ในท่ามกลาง

ป่าช้าอันเปรอะเปื้อน เป็นแน่ แขนอ่อนนุ่มทั้งสองของลูกอันมีเล็บแดงมีขนละเอียด ลูบไล้ด้วยจุรณ์จันทน์ก็จะถูกกษัตริย์ทั้งหลายตัดทิ้งเสียในป่า และฝูงกาก็จะโฉบคาบเอาไปตามความปรารถนาเป็นแน่ สุนัขจิ้งจอกมาเห็นถันทั้งสองของลูกเช่นกับผลตาลอันห้อยอยู่ ซึ่งลูบไล้ด้วยกระแจะจันทน์แคว้นกาสี ก็จะยืนคร่อมที่ถันทั้งสองของลูกเป็นแน่เหมือนลูกอ่อนที่เกิดแต่ตนของมารดา ตะโพกอันกลมผึ่งผายของลูก ผูกรัดด้วยสร้อยสอิ้งทอง ก็จะถูกกษัตริย์ทั้งหลายตัดเป็นชิ้นๆ แล้วโยนทิ้งไปในป่า ฝูงสุนัขจิ้งจอกก็จะพากันมาฉุดคร่าไปกิน ฝูงสุนัขป่า ฝูงกาฝูงสุนัขจิ้งจอกและสัตว์ที่มีเขี้ยวเหล่าอื่นซึ่งมีอยู่ ได้กินนางประภาวดีแล้ว คงไม่รู้จักแก่กันเป็นแน่ ข้าแต่พระมารดา ถ้ากษัตริย์ทั้งหลายผู้มาแต่ที่ไกลได้นำเอาเนื้อของลูกไปหมดแล้ว พระมารดาได้ทรงโปรดขอเอากระดูกมาเผาเสียในระหว่างทางใหญ่ ขอพระมารดาได้สร้างสวนดอกไม้แล้ว จงปลูกต้นกรรณิการ์ในสวนเหล่านั้น ข้าแต่พระมารดา ในกาลใดดอกกรรณิการ์เหล่านั้นบานแล้วในเวลาหิมะตกในฤดูเหมันต์ ในกาลนั้นขอพระมารดาพึงรำลึกถึงลูกว่า ประภาวดีมีผิวพรรณอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺสา มาตา อุทฏฺฐาสิ ขตฺติยา เทววณฺณินี

ทิสฺวา อสิญฺจ สูนญฺจ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร ฯ

ฉบับหลวง

พระมารดาของพระนางประภาวดีเป็นขัตติยานี มีพระฉวีวรรณดังเทพอัปสรได้ประทับยืนอยู่แล้ว ทอดพระเนตรเห็นดาบและธนูวางอยู่ตรงพระพักตร์พระเจ้ามัททราช ภายในบุรี.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมินา นูน อสินา สุสญฺญํ ตนุมชฺฌิมํ

ธีตรํ มทฺท ๔ หนฺตฺวาน ขตฺติยานํ ปทสฺสสิ ๕ ฯ

ฉบับหลวง

จึงทรงพิลาปรำพันว่า พระองค์จะทรงฆ่าธิดาของหม่อมฉันบั่นให้เป็นท่อนๆ ด้วยดาบนี้ แล้วจะประทานแก่กษัตริย์ทั้งหลาย แน่หรือเพค๊ะ.

บาลี (สยามรัฐ)

น เม อกาสิ วจนํ อตฺถกามาย ปุตฺติเก

สาชฺช โลหิตสญฺฉนฺนา คจฺฉสิ ยมสาธนํ ฯ

เอวมาปชฺชติ โปโส ปาปิยญฺจ นิคจฺฉติ

โย เจ ๖ หิตานํ วจนํ น กโรติ อตฺถทสฺสินํ ฯ

สเจว อชฺช ธาเรสิ กุมารํ จารุทสฺสนํ

กุเสน ชาตํ ขตฺติยํ สุวณฺณมณิเมขลํ ฯ

ปูชิตํ ๑ ญาติสงฺเฆหิ น คจฺฉสิ ยมกฺขยํ

ยตฺถสฺสุ เภรี นทติ กุญฺชโร จ นิกูชติ

ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต ฯ

อสฺโส หสิยติ ๒ ทฺวาเร กุมาโร อุปโรทติ

ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต ฯ

มยูรโกญฺจาภิรุเท โกกิลาภินิกูชิเต

ขตฺติยานํ กุเล ภทฺเท กึ นุ สุขตรํ ตโต ฯ

๑ ม. ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ ฯ ๒ ยุ. วกา ฯ ๓ ม. โรปย ฯ ๔ ยุ. มทฺโท ฯ

๕ ยุ. ปทสฺสติ ฯ ๖ ม. เว ฯ

ฉบับหลวง

ลูกน้อยเอ๋ย พระบิดาไม่ทรงกระทำตามคำของแม่ผู้ใคร่ประโยชน์ เจ้านั้นเปรอะเปื้อนโลหิตไปสู่สำนักพระยายมในวันนี้ ถ้าบุรุษผู้ใดไม่ทำตามคำของบิดามารดาผู้เกื้อกูลมองเห็นประโยชน์ บุรุษนั้นย่อมได้รับโทษอย่างนี้ และจะต้องเข้าถึงโทษที่ลามกกว่า ในวันนี้ถ้าลูกจะทรงไว้ซึ่งกุมารทรงโฉมงดงามดังสีทอง เป็นกษัตริย์เกิดกับพระเจ้ากุสราช สวมสร้อยสังวาลย์แก้วมณีแกมทอง อันหมู่พระญาติบูชาแล้วไซร้ ลูกก็จะไม่ต้องไปยังสำนักพระยายม ลูกหญิงเอ่ย เสียงกลองชัยเภรีดังอยู่อึงมี่ และเสียงช้างร้องก้องอยู่ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลายใด ลูกเห็นอะไรเล่าหนอที่มีความสุขยิ่งกว่าตระกูลนั้น จึงได้มาเสีย เสียงม้าศึกคะนองร้องคำรณอยู่ที่ประตู เสียงกุมารร้องรำทำเพลงอยู่ในตระกูลกษัตริย์ทั้งหลายลูกเห็นอะไรเล่าหนอที่มีความสุขยิ่งไปกว่าตระกูลนั้น จึงได้มาเสีย ในตระกูลแห่งกษัตริย์ทั้งหลาย มีนกยูง นกกระเรียน และนกดุเหว่าส่งเสียงร้องก้องเสนาะเพราะจับใจ ลูกเห็นอะไรเล่าหนอที่จะมีความสุขยิ่งไปกว่าตระกูลนั้น จึงได้มาเสีย.

บาลี (สยามรัฐ)

กหํ นุ โส สตฺตุมทฺทโน ปรรฏฺฐปฺปมทฺทโน

กุโส โสฬารปญฺญาโณ โย โน ทุกฺขา ปโมจเย ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากุสราชพระองค์ใด ผู้มีพระปรีชาอย่างยอดเยี่ยม ผู้ย่ำยีกษัตริย์ทั้งเจ็ดพระนคร ทรงปราบปรามแคว้นอื่นให้พ่ายแพ้ พึงทรงปลดเปลื้องเราทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์ได้ พระเจ้ากุสราชพระองค์นั้นประทับอยู่ที่ไหนหนอ.

บาลี (สยามรัฐ)

อิเธว โส สตฺตุมทฺทโน ปรรฏฺฐปฺปมทฺทโน

กุโส โสฬารปญฺญาโณ โย เน สพฺเพ วธิสฺสติ ๓ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากุสราชพระองค์ใด ผู้มีพระปรีชาอย่างยอดเยี่ยม ผู้ย่ำยีกษัตริย์ทั้งเจ็ดพระนคร ทรงปราบปรามแคว้นอื่นให้พ่ายแพ้ จักทรงกำจัดกษัตริย์เหล่านั้นทั้งหมดได้ พระเจ้ากุสราชพระองค์นั้น ประทับอยู่ที่นี่แหละ เพค๊ะ.

บาลี (สยามรัฐ)

อุมฺมตฺติกา นุ ภณสิ อนฺธพาลา ปภาสสิ

กุโส เจ อาคโต อสฺส กึ นุ ๔ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือจึงได้พูดอย่างนี้ หรือว่าเจ้าเป็นอันธพาลจึงได้พูดอย่างนี้ ถ้าพระเจ้ากุสราชพึงเสด็จมาจริง ทำไมพวกเราจะไม่รู้จักพระองค์เล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

เอโส อาฬาริโก โปโส กุมารีปุรมนฺตเร

ทฬฺหํ กตฺวาน สํเวลฺลํ ๕ กุมฺภึ โธวติ โอนโต ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากุสราชนั้นทรงปลอมพระองค์เป็นบุรุษพนักงานเครื่องต้น ทรงพระภูษาหยักรั้งมั่นคง กำลังก้มพระองค์ล้างหม้ออยู่ในระหว่างพระตำหนักของพระกุมารีทั้งหลายเพค๊ะ.

บาลี (สยามรัฐ)

เวณี ตฺวมสิ จณฺฑาลี อาทูสิ กุลคนฺธินี

กถํ มทฺทกุเล ชาตา ทาสํ กยิราสิ กามุกํ ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าเป็นหญิงชั่วช้าจัณฑาลหรือ หรือว่าเจ้าเป็นหญิงประทุษร้ายตระกูลเจ้าเกิดแล้วในตระกูลพระเจ้ามัททราช เหตุใดจึงกระทำพระสวามีให้เป็นทาส.

บาลี (สยามรัฐ)

นมฺหิ เวณี น จณฺฑาลี น จมฺหิ กุลคนฺธินี

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ

๑ ยุ. ปูชิตา ฯ ๒ ม. อสฺโส จ สิสติ ฯ ๓ สี. โย โน ทุกฺขา ปโมจเย ฯ

๔ ม. น ฯ ๕ ม. เวลฺลึ ฯ

ฉบับหลวง

หม่อมฉันไม่ได้เป็นหญิงชั่วช้าจัณฑาล ไม่ใช่เป็นหญิงประทุษร้ายตระกูลนั่นพระเจ้ากุสราชโอรสของพระเจ้าโอกกากราช ขอความเจริญจงมีแด่พระมารดา แต่พระมารดาทรงเข้าพระทัยว่าเป็นทาส.

บาลี (สยามรัฐ)

โย พฺราหฺมณสหสฺสานิ สทา โภเชติ วึสติ ๑

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ

ยสฺส นาคสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสติ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ

ยสฺส อสฺสสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสติ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ

ยสฺส รถสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสติ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ

[๒]

ยสฺส เธนุสหสฺสานิ สทา ทูหนฺติ วีสติ

โอกฺกากปุตฺโต ภทฺทนฺเต ตฺวํ นุ ทาโสติ มญฺญสิ ฯ

ฉบับหลวง

ขอความเจริญจงมีแด่พระมารดา พระราชาพระองค์ใด ทรงเชื้อเชิญพราหมณ์สองหมื่นคนให้บริโภคภัตตาหารในกาลทุกเมื่อ พระราชาพระองค์นั้น คือ พระเจ้ากุสราชโอรสแห่งพระเจ้าโอกกากราช แต่พระมารดาเข้าพระทัยว่าเป็นทาส เจ้าพนักงานเตรียมช้างไว้สองหมื่นเชือก ...

เตรียมม้าสองหมื่นตัว ... ขอความเจริญจงมีแด่พระมารดา เจ้าพนักงานรีดนมโคสองหมื่นตัวในกาลทุกเมื่อเพื่อพระราชาพระองค์ใด พระราชาพระองค์นั้น คือ พระเจ้ากุสราชโอรสของพระเจ้าโอกกากราช แต่พระมารดาเข้าพระทัยว่าเป็นทาส.

บาลี (สยามรัฐ)

ตคฺฆ เต ทุกฺกฏํ พาเล ยํ ขตฺติยํ มหพฺพลํ

นาคํ มณฺฑูกวณฺเณน น นํ อกฺขาสิ มาคตํ ๓ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรเจ้าผู้เป็นพาล เจ้ากระทำกรรมอันชั่วร้ายเหลือเกิน ที่เจ้าไม่บอกพ่อว่า พระเจ้ากุสราชผู้เป็นกษัตริย์มีทะแกล้วทหารมาก ผู้เป็นพระยาช้างมาด้วยเพศแห่งกบ.

บาลี (สยามรัฐ)

อปราธํ มหาราช ตฺวํ โน ขม รเถสภ

ยํ ตฺวํ ๔ อญฺญาตเวเสน นญฺญาสิมฺหา อิธาคตํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชผู้จอมทัพ ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดงดโทษแก่หม่อมฉัน ที่ไม่ทราบว่าพระองค์เสด็จมาในที่นี้ด้วยเพศที่ไม่มีใครรู้จักด้วยเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

มาทิสสฺส น ตํ ฉนฺนํ โยหํ อาฬาริโก ภเว

ตฺวญฺเญว เม ปสีทสฺสุ นตฺถิ เต เทว ทุกฺกฏํ ฯ

ฉบับหลวง

คนเช่นหม่อมฉันมิได้ปกปิดเลย หม่อมฉันนั้นเป็นพนักงานเครื่องต้นพระองค์เท่านั้นทรงเลื่อมใสแก่หม่อมฉัน ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐแต่พระองค์ไม่มีกรรมชั่วช้า ที่หม่อมฉันจะต้องอดโทษ.

บาลี (สยามรัฐ)

คจฺฉ พาเล ขมาเปหิ กุสราชํ มหพฺพลํ

ขมาปิโต กุสราชา โส เต ทสฺสติ ชีวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรเจ้าคนพาล เจ้าจงไปขอขมาโทษพระเจ้ากุสราชผู้มีกำลังมากเสียพระเจ้ากุสราชที่เจ้าขอขมาแล้ว จักประทานชีวิตให้เจ้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปิตุสฺส วจนํ สุตฺวา เทววณฺณี ปภาวตี

สิรสา อคฺคหี ปาเท กุสราชํ มหพฺพลํ ฯ

๑ ม. วีสตึ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

๒ สี. ยุ. ยสฺส อุสภสหสฺสานิ สทา โยเชนฺติ วีสตึ ฯ

โอกฺกาก ... ... ... ... ... ... ... ทาโสติ มญฺญสิ ฯ

๓ ม. น นํ อกฺขาสิธาคตํ ฯ ๔ ม. ตํ ฯ

ฉบับหลวง

พระนางประภาวดีผู้มีผิวพรรณดังเทพธิดา ทรงรับดำรัสของพระบิดาแล้วได้ซบพระเศียรลงกอดพระบาทพระเจ้ากุสราชผู้มีพระกำลังมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

ยาว ๑ รตฺโย อติกฺกนฺตา ตามา เทว ตยา วินา

วนฺเท เต สิรสา ปาเท มา เม กุชฺฌ รเถสภ ฯ

สจฺจนฺเต ๒ ปฏิชานามิ มหาราช สุโณหิ เม

น จาปิ อปฺปิยํ ตุยฺหํ กเรยฺยามิ อหํ ปุน ฯ

เอวญฺจ ยาจมานาย วจนํ เม น กาหสิ

อิทานิ มํ ตาโต หนฺตฺวา ขตฺติยานํ ปทสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ราตรีเหล่านี้ที่ล่วงไป เว้นจากพระองค์นั้นเพียงใด หม่อมฉันขอถวายบังคมพระยุคลบาท ของพระองค์ด้วยเศียรเกล้า เพียงนั้น ขอพระองค์

โปรดอย่าทรงพิโรธหม่อมฉันเลย หม่อมฉันขอตั้งสัตย์ปฏิญาณแก่

พระองค์ โปรดทรงสดับหม่อมฉันเถิด เพค๊ะ หม่อมฉันจะไม่พึงทำความชิงชังแก่พระองค์อีกต่อไปละ ถ้าพระองค์จะไม่ทรงโปรดกระทำตามคำของหม่อมฉันผู้ทูลวิงวอนอยู่อย่างนี้ พระบิดาคงเข่นฆ่าหม่อมฉันแล้วทรงประทานแก่กษัตริย์ทั้งหลาย ณ กาลบัดนี้เป็นแน่.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวนฺเต ยาจมานาย กึ น กาหามิ เต วโจ

วิกุทฺโธ ตฺยสฺมิ กลฺยาณี มา ตฺวํ ภายิ ปภาวตี ฯ

สจฺจนฺเต ๒ ปฏิชานามิ ราชปุตฺตี สุโณหิ เม

น จาปิ อปฺปิยํ ตุยฺหํ กเรยฺยามิ อหํ ปุน ฯ

ตว กามา หิ สุสฺโสณิ พหุทุกฺขํ ติติกฺขิสํ

พหุมทฺทกุลํ หนฺตฺวา นยิตุํ ตํ ปภาวตี ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระน้องอ้อนวอนอยู่อย่างนี้ ไฉนพี่จักไม่ทำตามคำของพระน้องเล่าพี่ไม่โกรธพระน้องเลยนะคนงาม อย่ากลัวเลยประภาวดี พี่ขอตั้งสัตย์ปฏิญาณต่อพระน้อง โปรดขอจงทรงฟังพี่เถิดนะพระราชบุตรี พี่จะไม่พึงกระทำความเกลียดชังแก่พระน้องนางอีกต่อไปละ ดูกรน้องประภาวดีผู้มีตะโพกอันผึ่งผาย พี่สามารถจะทำลายตระกูลกษัตริย์มัททราชมากมายแล้วนำพระน้องนางไปได้ แต่เพราะความรักพระน้องนาง พี่จึงสู้ยอมทนทุกข์มากมายได้.

บาลี (สยามรัฐ)

โยชยนฺตุ รเถ อสฺเส นานาจิตฺเต สมาหิเต๕

อถ ทกฺขถ เม เวคํ วิธเมนฺตสฺส ๓ สตฺตโว ฯ

ตญฺจ ตตฺถ อุทิกฺขึสุ รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร ๔

วิชมฺภมานํ สีหํว โปเฐนฺตํ ทิคุณํ ภุชํ ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าพนักงานทั้งหลาย จงตระเตรียมรถและม้า อันวิจิตรด้วยเครื่องอลังการต่างๆ ทั้งมั่นคงแข็งแรง ท่านทั้งหลายจงเห็นความพยายามของเราผู้กำจัดศัตรูทั้งหลายให้พ่ายแพ้ไปในบัดนี้ ก็นารีทั้งหลายภายในพระราชวังของพระเจ้ามัททราชนั้น พากันมองดูพระโพธิสัตว์ผู้เสด็จเยื้องกรายดุจราชสีห์ ทรงปรบพระหัตถ์เสวยพระกระยาหารถึงสองเท่าพระองค์นั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

หตฺถิกฺขนฺธญฺจ อารุยฺห อาโรเปตฺวา ปภาวตึ

สงฺคามํ โอตริตฺวาน สีหนาทํ นที กุโส ฯ

ตสฺส ตํ นทโต สุตฺวา สีหสฺเสวีตเร มิคา

ขตฺติยา วิปลายึสุ กุสสทฺทภยฏฺฏิตา ๑ ฯ

หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา

อญฺญมญฺญสฺส ฉินฺทนฺติ กุสสทฺทภยฏฺฏิตา ฯ

ตสฺมึ สงฺคามสีสสฺมึ ปสฺสิตฺวา หฏฺฐมานโส ๒

กุสสฺส รญฺโญ เทวินฺโท อทา เวโรจนํ มณึ ฯ

โส ตํ วิชิตฺวา สงฺคามํ ลทฺธา เวโรจนํ มณึ

หตฺถิกฺขนฺธคโต ราชา ปาเวกฺขิ นครํ ปุรํ ฯ

ชีวคฺคาหํ คเหตฺวาน พนฺธิตฺวา สตฺต ขตฺติเย

สสฺสุรสฺสูปนาเมสิ อิเม เต เทว สตฺตโว ฯ

สพฺเพว เต วสํ คตา อมิตฺตา วิหตา ตว

กามํ กโรหิ เต ตยา มุญฺจ วา เต หนสฺสุ วา ฯ

๑ ม. ยามา ฯ ๒ ม. สพฺพํ เต ฯ ๓ ม. วิธมนฺตสฺส ฯ ๔ สี. มทฺทสฺส ถีปุเร ฯ

ฉบับหลวง

ก็พระเจ้ากุสราช ครั้นเสด็จขึ้นประทับบนคอช้างสาร โปรดให้นางประภาวดีประทับเบื้องหลังแล้ว เสด็จเข้าสู่สงคราม ทรงบันลือพระสุรสีหนาท กษัตริย์เจ็ดพระนครทรงสดับพระสุรสีหนาทของพระเจ้ากุสราช ผู้บันลืออยู่ ผู้อันความกลัวแต่เสียงของพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้วพากันแตกหนีไปเหมือนดังฝูงมฤคได้ยินเสียงแห่งราชสีห์ก็พากันหนีไปฉะนั้น พวกพลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า ผู้อันความกลัวแต่เสียงพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้ว ก็พากันแตกตื่นเหยียบย่ำกันและกัน ท้าวสักกะจอมเทพ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ทรงมีชัยในท่ามกลางสงครามนั้น มีพระทัยชื่นชมยินดี ทรงพระราชทานแก้วมณีอันรุ่งโรจน์ดวงหนึ่งแก่พระเจ้ากุสราช พระเจ้ากุสราชทรงชนะสงคราม ได้แก้วมณีอันรุ่งโรจน์ แล้วเสด็จประทับบนคอช้างสารเสด็จเข้าสู่พระนคร รับสั่งให้จับกษัตริย์เจ็ดพระนครทั้งเป็น ให้มัดนำเข้าถวายพระสัสสุระ ทูลว่าขอเดชะ กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์ ศัตรูทั้งหมดซึ่งคิดจะกำจัดพระองค์เสียนี้ ตกอยู่ในอำนาจของพระองค์แล้ว เชิญทรงกระทำตามพระประสงค์เถิด พระองค์ทรงกระทำกษัตริย์เหล่านั้นให้เป็นทาสแล้ว จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารเสียตามแต่พระทัยเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ตุเยฺหว สตฺตโว เอเต นหิ เต มยฺห สตฺตโว

ตฺวญฺเญว โน มหาราช มุญฺจ วา เต หนสฺสุ วา ฯ

ฉบับหลวง

กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์ มิได้เป็นศัตรูของหม่อมฉัน ข้าแต่พระมหาราช พระองค์ (เป็นอิสระ) กว่าหม่อมฉัน จะทรงปล่อยหรือจะทรงประหารศัตรูเหล่านั้นก็ตามเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมา เต ธีตโร สตฺต เทวกญฺญูปมา สุภา

ททาหิ เนสํ เอเกกํ โหนฺตุ ชามาตโร ตว ฯ

ฉบับหลวง

พระราชธิดาของพระองค์ ล้วนทรงงดงามดังเทพกัญญามีอยู่ถึง ๗ พระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดพระราชทานแก่กษัตริย์ทั้ง ๗ นั้นองค์ละองค์ขอกษัตริย์เหล่านั้นจงเป็นพระชามาตาของพระองค์เถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อมฺหากญฺเจว ตาสญฺจ ตฺวํ โน สพฺเพสมิสฺสโร

ตฺวญฺเญว โน มหาราช เทหิ เนสํ ยทิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราช พระองค์เป็นใหญ่กว่าหม่อมฉันทั้งหลาย และกว่าพวกลูกของหม่อมฉันทั้งหมด เชิญพระองค์นั่นแหละทรงพระราชทานพวกลูกของหม่อมฉันแก่กษัตริย์เหล่านั้น ตามพระราชประสงค์เถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

เอกเมกสฺส เอเกกํ อทา สีหสฺสโร กุโส

ขตฺติยานํ ตทา เตสํ รญฺโญ มทฺทสฺส ธีตโร ฯ

ปีณิตา เตน ลาเภน ตุฏฺฐา สีหสฺสเร กุเส

สกรฏฺฐานิ ปายึสุ ขตฺติยา สตฺต ตาวเท ฯ

ปภาวติญฺจ อาทาย มณึ เวโรจนํ สุภํ ๑

กุสาวตึ กุโส ราชา อคมาสิ มหพฺพโล ฯ

ตฺยสฺสุ เอกรเถ ยนฺตา ปวิสนฺตา กุสาวตึ

สมานา วณฺณรูเปน นาญฺญมญฺญาติโรจิสุํ ๒ ฯ

มาตา ปุตฺเตน สงฺคญฺฉิ อุภโย จ ชยมฺปตี

สมคฺคา เต ตทา อาสุํ ผีตํ ธรณิมาวสุนฺติ ฯ

กุสชาตกํ ปฐมํ ฯ

๑ ยุ. กุสสทฺทภยฏฺฐิตา ฯ ๒ สี. ตุฏฺฐมานโส ฯ

ฉบับหลวง

ในกาลนั้น พระเจ้ากุสราชผู้มีพระสุรเสียงดังเสียงราชสีห์ ได้ทรงยกพระราชธิดาของพระเจ้ามัททราช ประทานให้แก่กษัตริย์ ๗ พระองค์นั้นองค์ละองค์ กษัตริย์ทั้ง ๗ พระองค์ทรงอิ่มพระทัยด้วยลาภนั้น ทรงขอบพระคุณพระเจ้ากุสราชผู้มีพระสุรเสียงดังเสียงราชสีห์ แล้วพากันเสด็จกลับไปยังนครของตนๆ ในขณะนั้นทีเดียว ฝ่ายพระเจ้ากุสราชผู้มีพระกำลังมาก ทรงพาพระนางประภาวดีและดวงแก้วมณีอันงามรุ่งโรจน์เสด็จกลับยังกรุงกุสาวดี เมื่อพระเจ้ากุสราชและพระนางประภาวดีทั้ง ๒ พระองค์นั้น ประทับอยู่ในพระราชรถคันเดียวกันเสด็จเข้ากรุงกุสาวดี มีพระฉวีวรรณและพระรูปพระโฉมทัดเทียมกัน มิได้ทรงงดงามยิ่งหย่อนกว่ากันเลย พระมารดาของพระมหาสัตว์และพระชยัมบดีราชกุมารทั้ง ๒พระองค์ได้เสด็จไปต้อนรับถึงนอกพระนคร แล้วเสด็จกลับพระนครพร้อมด้วยพระราชโอรส ในกาลนั้น พระเจ้ากุสราชและพระนางประภาวดี ก็ทรงสมัครสมานกัน ได้ทรงปกครองราชอาณาจักรกุสาวดีให้รุ่งเรืองตลอดมา.

จบ กุสชาดกที่ ๑

จบ ๑. กุสชาดก