arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สัตตตินิบาต

๒. โสณนันทชาดก เล่ม ๒๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๔–๑๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในสัตตตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕๓๒. โสณนนฺทชาตก (๒)

๒. โสณนันทชาดก (๕๓๒)

ว่าด้วยโสณนันทดาบส

(พระเจ้ามโนชะเมื่อทรงพิจารณาดาบสนั้นแล้ว จึงตรัสว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตตินิบาต โสณนันทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๘)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๒๘ หน้า ๔๘–๕๖ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๘ หน้า ๗๑–๘๔

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทุ (๑) สกฺโก ปุรินฺทโท

มนุสฺสภูโต อิทฺธิมา กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อทุ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านเป็นเทวดา คนธรรพ์ เป็นท้าวสักกปุรินททะ

หรือเป็นมนุษย์ผู้มีฤทธิ์กันแน่หนอ พวกเราจะรู้จักท่านได้อย่างไร

(นันทบัณฑิตดาบสกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นาปิ เทโว น คนฺธพฺโพ นาปิ สกฺโก ปุรินฺทโท

มนุสฺสภูโต อิทฺธิมา เอวํ ชานาหิ ภารถ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ภารธ, ม. ภารต
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อาตมภาพไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์

แม้ท้าวสักกปุรินททะก็ไม่ใช่

อาตมภาพเป็นมนุษย์ผู้มีฤทธิ์ ขอถวายพระพร

ขอพระองค์ทรงทราบอย่างนี้เถิด ภารถมหาบพิตร

(พระเจ้ามโนชะได้สดับดังนั้น จึงตรัสว่า)

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ภารถมหาบพิตร หมายถึงพระราชาผู้รับภาระปกครองแคว้น, ผู้บริหารราชการแผ่นดิน (ขุ.ชา.อ.๗/๙๓/๑๗๕)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

กตรูปมิทํ โภโต เวยฺยาวจฺจํ อนปฺปกํ

เทวมฺหิ วสฺสมานมฺหิ อโนวสฺสํ ภวํ อกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระคุณเจ้าได้ทำการขวนขวายช่วยเหลือมิใช่น้อยเห็นปานนี้

เมื่อฝนตก พระคุณเจ้าก็ได้ทำให้ฝนหยุด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต วาตาตเป โฆเร สีตจฺฉายํ ภวํ อกา

ตโต อมิตฺตมชฺเฌสุ สรตาณํ ภวํ อกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จากนั้นเมื่อลมแรง แดดกล้า พระคุณเจ้าก็ได้ทำเงาอันร่มเย็น

ต่อมาพระคุณเจ้าก็ได้ทำการป้องกันลูกศรในท่ามกลางศัตรู

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต ผีตานิ รฏฺฐานิ วสิโน เต ภวํ อกา

ตโต เอกสตํ ขเตฺย อนุยนฺเต ภวํ อกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ต่อมาพระคุณเจ้าก็ได้ทำแคว้นให้เจริญรุ่งเรืองแผ่ไพศาล

และได้นำประชาชนผู้อยู่ในแคว้นเหล่านั้นให้อยู่ในอำนาจของโยม

ต่อมาก็ได้ทำให้กษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ให้เป็นผู้ติดตามโยม

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปตีตาสฺสุ มยํ โภโต วร (๑) ตํ ภญฺชมิจฺฉสิ

หตฺถิยานํ อสฺสรถํ นาริโย จ อลงฺกตา

นิเวสนานิ รมฺมานิ มยํ โภโต ททามเส.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. วท
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โยมมีความพอใจต่อพระคุณเจ้าผู้เจริญ

พระคุณเจ้าประสงค์สิ่งปลื้มใจอันใด คือ

ยานพาหนะที่เทียมด้วยช้าง รถเทียมด้วยม้า

นารีที่ประดับด้วยเครื่องอลังการ

และหรือนิเวศน์อันรื่นรมย์สำราญ

ขอพระคุณเจ้าออกปากขอมาเถิด

โยมขอถวายแด่พระคุณเจ้าผู้เจริญ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อถวงฺเค วา มคเธ มยํ โภโต ททามเส

อถวา อสฺสกาวนฺตี สุมนา ทมฺม เต มยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หรือว่าพระคุณเจ้าประสงค์สิ่งใดในแคว้นอังคะก็ตาม

มคธก็ตาม โยมขอถวายแด่พระคุณเจ้าผู้เจริญ

หรือพระคุณเจ้าประสงค์แคว้นอัสสกะหรือแคว้นอวันตี

โยมก็เต็มใจถวายสิ่งนั้นแด่พระคุณเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุปฑฺฒํ วาปิ รชฺชสฺส มยํ โภโต ททามเส

สเจ เต อตฺโถ รชฺเชน อนุสาส ยทิจฺฉสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หรือแม้ราชสมบัติกึ่งหนึ่ง

โยมก็จะถวายแด่พระคุณเจ้าผู้เจริญ

ถ้าพระคุณเจ้าประสงค์ราชสมบัติ

นิมนต์แนะนำสิ่งที่พระคุณเจ้าประสงค์มาเถิด

(นันทบัณฑิตดาบสกราบทูลชี้แจงความประสงค์ของตนว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น เม อตฺโถปิ รชฺเชน นคเรน ธเนน วา

อโถปิ ชนปเทน อตฺโถ มยฺหํ น วิชฺชติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ราชสมบัติก็ตาม บ้านเมืองก็ตาม

ทรัพย์สมบัติก็ตาม อาตมภาพไม่ต้องการ

แม้ถึงชนบทอาตมภาพก็ไม่มีความต้องการ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โภโตว รฏฺเฐ วิชิเต อรญฺเญ อตฺถิ อสฺสโม

ปิตา มยฺหํ ชเนตฺตี จ อุโภ สมฺมนฺติ อสฺสเม.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในพระราชอาณาจักรของมหาบพิตรผู้เจริญ

มีอาศรมหลังหนึ่งอยู่ ณ ราวป่า

บิดามารดาทั้ง ๒ ของอาตมภาพพำนักอยู่ ณ อาศรมนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตสาหํ ปุพฺพาจริเยสุ ปุญฺญํ น ลภามิ กาตเว

ภวนฺตํภวนฺตํ อชฺฌาวรํ กตฺวา โสณํ ยาเจมุ สํวรํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อาตมภาพไม่ได้ทำบุญในท่านทั้ง ๒

ผู้เป็นบุรพาจารย์นั้นเลย

อาตมภาพจะทำการทูลเชิญมหาบพิตรผู้ทรงพระเจริญ

แล้วจะขอการสังวร (ขอโทษ) กับโสณบัณฑิต

(พระเจ้ามโนชะตรัสกับนันทบัณฑิตดาบสนั้นว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กโรมิ เต ตํ วจนํ ยํ มํ ภณสิ พฺราหฺมณ

เอตญฺจ โข โน อกฺขาหิ กีวนฺโต โหนฺตุ ยาจกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านพราหมณ์ โยมจะทำตามคำของพระคุณเจ้า

ตามที่พระคุณเจ้าพูดกับโยม

แต่เรื่องนั้นพระคุณเจ้าบอกโยมมาเถิดว่า

ผู้วิงวอนขอร้องมีจำนวนเท่าไร

(นันทบัณฑิตดาบสกราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปโรสตํ ชานปทา มหาสาลา จ พฺราหฺมณา

อิเม จ ขตฺติยา สพฺเพ อภิชาตา ยสสฺสิโน

ภวญฺจ ราชา มโนโช อลํ เหสฺสนฺติ ยาจกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คหบดี ชาวชนบทและพราหมณ์มหาศาลกว่าร้อยขึ้นไป

กษัตริย์ผู้อภิชาติผู้ทรงมีพระอิสริยยศเหล่านี้ทั้งหมด

และพระองค์ผู้ทรงพระเจริญทรงพระนามว่า พระเจ้ามโนชะ

ผู้วิงวอนขอร้อง ก็จักเพียงพอ

(พระเจ้ามโนชะตรัสกับนันทบัณฑิตดาบสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถี อสฺเส จ โยเชนฺตุ รถํ สนฺนยฺห สารถิ

อาพนฺธนานิ คณฺหาถ ปาทาสุสฺสารยทฺธเช

อสฺสมนฺตํ คมิสฺสามิ ยตฺถ สมฺมติ โกสิโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พนักงานทั้งหลายจงตระเตรียมช้างและม้า

นายสารถีจงเทียมรถ ท่านทั้งหลายจงถือเอาเครื่องผูก

จงยกธงขึ้นปักที่แท่นปักธง

เราจักไปยังอาศรมที่โกสิยดาบสพำนักอยู่

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต จ ราชา ปายาสิ เสนาย จตุรงฺคินี

อคมา อสฺสมํ รมฺมํ ยตฺถ สมฺมติ โกสิโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น พระราชาเสด็จไปพร้อมกับจาตุรงคเสนา

ได้เสด็จถึงอาศรมอันน่ารื่นรมย์ที่โกสิยดาบสอยู่

(พระเจ้ามโนชะทรงเห็นโสณดาบสโพธิสัตว์มา จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺส กาทมฺพโย กาโช เวหาสํ จตุรงฺคุลํ

อํสํ อสํผุสํ เอติ อุทหารสฺส (๑) คจฺฉโต.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อุทหาราย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หาบของใครผู้จะไปหาบน้ำ ทำด้วยไม้กระทุ่ม

ไม่ถูกต้องบ่า ลอยขึ้นสู่อากาศ

(ห่างบ่า)ประมาณ ๔ องคุลี

(โสณดาบสโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อหํ โสโณ มหาราช ตาปโส สหิตพฺพโต

ภรามิ มาตาปิตโร รตฺตินฺทิวมตนฺทิโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช อาตมภาพคือโสณดาบส

ผู้อดกลั้นประพฤติวัตร ไม่เกียจคร้าน

เลี้ยงดูมารดาบิดาอยู่ทุกคืนวัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วเน ผลญฺจ มูลญฺจ อาหริตฺวา ทิสมฺปติ

โปเสมิ มาตาปิตโร ปุพฺเพกตมนุสฺสรํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอถวายพระพร พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ

อาตมภาพระลึกถึงอุปการะที่ท่านทั้งสอง

ได้ทำไว้แล้วในกาลก่อนอยู่เนือง ๆ

จึงนำเอาผลไม้และเผือกมันในป่ามาเลี้ยงดูมารดาบิดา

(พระเจ้ามโนชะทรงประสงค์จะทำความคุ้นเคยกับโสณบัณฑิตดาบส จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิจฺฉาม อสฺสมํ คนฺตุํ ยตฺถ สมฺมติ โกสิโย

มคฺคํ โน โสณ อกฺขาหิ ยน คจฺเฉมุ อสฺสมํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โยมทั้งหลายปรารถนาจะไปยังอาศรมที่โกสิยดาบสอยู่

พระคุณเจ้าโสณะ นิมนต์พระคุณเจ้า

กรุณาบอกหนทางแก่พวกโยมด้วย

พวกโยมจะไปถึงอาศรมได้โดยหนทางใด

(โสณดาบสโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อยํ เอกปที ราช เยเนตํ เมฬสนฺนิภํ

โกวิลาเรหิ สญฺฉนฺนํ เอตฺถ สมฺมติ โกสิโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอถวายพระพรพระราชา

หนทางนี้เป็นทางเดินเท้าสำหรับคนผู้เดียว

ณ ที่ใด มีป่าสีเขียวครามคล้ายเมฆ

ดารดาษไปด้วยต้นทองกวาว

ท่านโกสิยดาบสพำนักอยู่ ณ ป่าแห่งนี้

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิทํ วตฺวาน ปกฺกามิ ตรมาโน มหาอิสิ

เวหาเส อนฺตลิกฺขสฺมึ อนุสาเสตฺวาน (๑) ขตฺติเย.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อนุสาสิตฺวาน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มหาฤๅษี ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว

จึงเหาะขึ้นในอากาศพร่ำสอนกษัตริย์ทั้งหลาย

แล้วรีบด่วนหลีกไปในอากาศ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสฺสมํ ปริมชฺชิตฺวา ปญฺญเปตฺวาน อาสนํ

ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา ปิตรํ ปฏิโพธยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปัดกวาดอาศรม ปูลาดอาสนะแล้วเข้าไปยังบรรณศาลา

บอกกล่าวบิดาให้รู้ตัวว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิเม อายนฺติ ราชาโน อภิชาตา ยสสฺสิโน

อสฺสมา นิกฺขมิตฺวาน นิสีท ตฺวํ มหาอิเส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาฤๅษี กษัตริย์ผู้อภิชาติ

ทรงมีพระอิสริยยศทั้งหลายเหล่านี้

กำลังเสด็จมา ขอท่านพ่อจงออกไปนั่งนอกอาศรมเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ตรมาโน มหาอิสิ

อสฺสมา นิกฺขมิตฺวาน สทฺวารมฺหิ อุปาวิสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มหาฤๅษีสดับคำของโสณบัณฑิตนั้นแล้ว

รีบออกจากอาศรม นั่งอยู่ใกล้ประตูอาศรมของตน

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตญฺจ ทิสฺวาน อายนฺตํ ชลนฺตํริว เตชสา

ขตฺตสงฺฆปริยฺยฬฺหํ (๑) โกสิโย เอตทพฺรวิ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ขตฺยสงฺฆปริยฺยูฬฺหํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โกสิยดาบสได้เห็นพระเจ้ามโนชะนั้นมีหมู่กษัตริย์แวดล้อม

เป็นประดุจกองทัพรุ่งเรืองอยู่ด้วยเดชานุภาพ

กำลังเสด็จมา จึงได้กล่าวคาถานี้ว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺส เภรี มุทิงฺคา จ สงฺขา ปณวทินฺทิมา (๑)

ปุรโต ปฏิปนฺนานิ หาสยนฺตา รเถสภํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑สี.อิ. ปณวเฑณฺฑิมา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กระบวนกลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์

และมโหระทึกนำหน้าใครมา ยังพระราชาผู้จอมทัพให้ร่าเริง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺส กญฺจนปฏฺเฏน ปุถุนา วิชฺชุวณฺณินา

ยุวา กลาปสนฺนทฺโธ โก เอติ สิริยา ชลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ใครมีหน้าผากสวมกรอบอุณหิสทองคำอันหนา

มีวรรณะประดุจสายฟ้า

ใครหนอยังหนุ่มแน่นผูกสอดแล่งลูกศร

รุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุกฺกามุขปหฏฺฐํว ขทิรงฺคารสนฺนิภํ

มุขญฺจ รุจิราภาติ โก เอติ สิริยา ชลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนึ่ง ใบหน้าของใครงดงามผุดผ่อง

ดุจทองคำที่ละลายคว้างอยู่ปากเบ้า

มีสีดังถ่านเพลิงไม้ตะเคียน

ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺส ปคฺคหิตํ ฉตฺตํ สสลากํ มโนรมํ

อาทิจฺจรํสาวรณํ โก เอติ สิริยา ชลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฉัตรมีซี่น่ารื่นรมย์ใจ สำหรับกั้นบังแสงอาทิตย์

เขาประคองกั้นแล้วเพื่อใคร

ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺส องฺคํ ปริคฺคยฺห วาฬวีชนิมุตฺตมํ

จรนฺติ วรปุญฺญสฺส หตฺถิกฺขนฺเธน อายโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชนทั้งหลายถือพัดวาลวีชนีเครื่องสูง

เดินแวดล้อมเรือนร่างของใคร

ผู้มีบุญอันประเสริฐซึ่งกำลังมาบนคอช้าง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺส เสตานิ ฉตฺตานิ อาชานียา จ วมฺมิตา

สมนฺตา ปริกิรนฺติ โก เอติ สิริยา ชลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เศวตฉัตร ม้าอาชาไนย และทหารสวมเกราะ

ของใครเรียงรายอยู่โดยรอบ

ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺส เอกสตํ ขตฺยา อนุยนฺตา ยสสฺสิโน

สมนฺต อนุปริยนฺติ โก เอติ สิริยา ชลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ผู้ทรงมีพระอิสริยยศ

กำลังแวดล้อมติดตามใครอยู่โดยรอบ

ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถิอสฺสรถปตฺติ เสนา จ จตุรงฺคินี

สมนฺตา อนุปริยนฺติ โก เอติ สิริยา ชลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนึ่ง เสนา ๔ เหล่า คือ กองพลช้าง กองพลม้า

กองพลรถ และกองพลราบ แวดล้อมตามใครอยู่โดยรอบ

ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กสฺเสสา มหตี เสนา ปิฏฺฐิโต อนุวตฺตติ

อกฺโขภนี (๑) อปริยนฺตา สาครสฺเสว อูมิโย.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. อกฺโขภินี
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เสนาหมู่ใหญ่นั่นของใคร นับไม่ถ้วน

แวดล้อมติดตามมาข้างหลังประดุจคลื่นแห่งสาคร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ราชาภิราชา มโนโช อินฺโทว ชยตํ ปติ

นนฺทสฺสชฺฌาวรํ เอติ อสฺสมํ พฺรหฺมจารินํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเจ้ามโนชะผู้เป็นราชาธิราช

เหมือนพระอินทร์ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งเทพทั้งหลาย

ผู้มีชัยกำลังเสด็จมาสู่อาศรมของท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์

เพื่อทรงขอขมาโทษแทนนันทดาบส

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺเสสา มหตี เสนา ปิฏฺฐิโต อนุวตฺตติ

อกฺโขภนี อปริยนฺตา สาครสฺเสว อูมิโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นั้นเสนาหมู่ใหญ่ของพระองค์นับไม่ถ้วน

แวดล้อมติดตามมาข้างหลังประดุจคลื่นแห่งสาคร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนุลิตฺตา จนฺทเนน กาสิกุตฺตมธาริโน

สพฺเพ ปญฺจลิถา หุตฺวา อิสีนํ อชฺฌุปาคมํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชาทั้งหลายมีพระวรกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์

ทรงพระภูษากาสิกพัสตร์อันอุดม

ทุกพระองค์ต่างประนมมือเสด็จเข้าไปหาพระฤๅษี

(ต่อแต่นั้น พระเจ้ามโนชะตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ

กจฺจิ อุญฺเฉน ยาเปถ กจฺจิ มูลผลา พหู.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระคุณเจ้าผู้เจริญมีความสุขสำราญดี

ไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ

พระคุณเจ้ายังอัตภาพให้เป็นไป

ด้วยการแสวงหามูลผลาหารหรือ

เผือก มัน และผลไม้ยังมีอยู่มากหรือ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กจฺจิ ฑํสา มกสา จ อปฺปเมว สิรีสปา

วเน พาฬมิคากิณฺเณ กจฺจิ หึสา น วิชฺชติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยหรือ

ในป่าที่มีเนื้อร้ายอยู่พลุกพล่านไม่มีมาเบียดเบียนหรือ

(โสณดาบสโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กุสลญฺเจว โน ราช อโถ ราช อนามยํ

อโถ อุญฺเฉน ยาเปม อโถ มูลผลา พหู.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชา พวกอาตมภาพ

มีความสุขสำราญดี และไม่มีโรคเบียดเบียน

อนึ่ง อาตมภาพทั้งหลายยังอัตภาพ

ให้เป็นไปด้วยการแสวงหามูลผลาหาร

และเผือก มัน ผลไม้ก็ยังมีมากอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อโถ ฑํสา มกสา จ อปฺปเมว สิรีสปา

วเน พาฬมิคากิณฺเณ หึสา มยฺหํ น วิชฺชติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนึ่ง เหลือบยุงและสัตว์เลื้อยคลานก็มีน้อย

เนื้อร้ายอยู่พลุกพล่านในป่าก็ไม่มาเบียดเบียนอาตมภาพเลย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

พหูนิ วสฺสปูคานิ อสฺสเม สมฺมตํ อิธ

นาภิชานามิ อุปฺปนฺนํ อาพาธํ อมโนรมํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หลายปีมาแล้ว อาตมาอยู่ในอาศรมนี้

ยังไม่รู้จักความอาพาธที่ไม่ทำใจให้รื่นรมย์ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สฺวาคตนฺเต มหาราช อโถ เต อทุราคตํ

อิสฺสโรสิ อนุปฺปตฺโต ยํ อิธตฺถิ ปเวทย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่มหาราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว มิได้เสด็จมาร้าย

พระองค์ทรงเป็นใหญ่ เสด็จมาถึงโดยลำดับ

สิ่งใดที่ทรงพอพระทัย โปรดตรัสบอกสิ่งนั้นเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตินฺทุกานิ ปิยาลานิ มธุเก กาสมาริโย (๑)

ผลานิ ขุทฺทกปฺปานิ ภุญฺช ราช วรํ วรํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. กาสุมาริโย
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระราชา ผลมะพลับ ผลมะหาด

ผลมะซาง และผลหมากเม่า มีรสหวานเล็กน้อย

เชิญพระองค์เลือกเสวยผลดี ๆ เถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิทํปิ ปานียํ สีตํ อาภตํ คิริคพฺภรา

ตโต ปิว มหาราช สเจ ตฺวํ อภิกงฺขสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

น้ำดื่มนี้ก็เย็นสนิท ตักมาจากซอกเขา

มหาบพิตรหากพระองค์ประสงค์ ขอทรงดื่มเถิด

(พระเจ้ามโนชะตรัสว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปฏิคฺคหิตํ ยํ ทินฺนํ สพฺพสฺส อคฺฆิยํ กตํ

นนฺทสฺสาปิ นิสาเมถ วจนํ โส ปวกฺขติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิ่งที่พระคุณเจ้าให้โยมก็รับไว้แล้ว

พระคุณเจ้าทำให้มีค่าสำหรับคนทุกคน

ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายโปรดเงี่ยโสตสดับ

คำของนันทดาบสเถิด ท่านจะกล่าว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อชฺฌาวรมฺหา นนฺทสฺส โภโต สนฺติกมาคตา

สุณาตุ ภวํ วจนํ นนฺทสฺส ปริสาย จ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกโยมเป็นบริษัทของนันทดาบส

พากันมายังสำนักของพระคุณเจ้าผู้เจริญ

เพื่อจะขอขมาโทษ ขอพระคุณเจ้าผู้เจริญ

โปรดสดับฟังคำของนันทดาบสและของบริษัทเถิด

(นันทบัณฑิตเมื่อเจรจากับบริษัทของตน จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปโรสตํ ชานปทา มหาสาลา จ พฺราหฺมณา

อิเม จ ขตฺติยา สพฺเพ อภิชาตา ยสสฺสิโน

ภวญฺจ ราชา มโนโช อนุมญฺญนฺตุ เม วโจ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชาวชนบทและพราหมณ์มหาศาลกว่าร้อยขึ้นไป

กษัตริย์ผู้อภิชาติผู้ทรงมีพระอิสริยยศเหล่านี้ทั้งหมด

และพระราชาผู้เจริญทรงพระนามว่า มโนชะ

โปรดทรงสดับคำของอาตมภาพสักเล็กน้อย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เย จ สนฺติ สมิตาโร ยกฺขานิ อิธ มสฺสเม

อรญฺเญ ภูตพฺยานิ สุณนฺตุ วจนํ มม.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนึ่ง ยักษ์ ภูต และเทวดาทั้งหลายในป่า

ที่พากันมาประชุมอยู่ในอาศรมนี้

ขอจงฟังคำของข้าพเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นโม กตฺวาน ภูตานํ อิสึ วกฺขามิ สุพฺพตํ

โส ตฺยาหํ ทกฺขิณา พาหุ ตว โกสิย สมฺมโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าขอกระทำความนอบน้อมแก่ภูตทั้งหลาย

แล้วจะกล่าวกับโสณฤๅษีผู้มีวัตรดีงาม

ข้าพเจ้านั้นชาวโลกสมมติแล้วว่า

เป็นชาวโกสิยโคตรร่วมกับท่าน

จึงนับว่าเป็นแขนขวาของท่าน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปิตรํ เม ชเนตฺตึ จ ภตฺตุกามสฺส เม สโต

วีร ปุญฺญมิทํ ฐานํ มา มํ โกสิย วารย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่ท่านพี่โกสีย์ผู้กล้าหาญ

เมื่อข้าพเจ้ามีความประสงค์

จะเลี้ยงดูมารดาและบิดาบังเกิดเกล้าของข้าพเจ้า

ฐานะนี้ชื่อว่าเป็นบุญ ขอท่านพี่จงอย่าห้ามข้าพเจ้าเลย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺภิเหตํ อุปญฺญาตํ มเมตํ อุปนิสฺสช

อุฏฺฐานปาริจริยาย ทีฆรตฺตํ ตยา กตํ

มาตาปิตูสุ ปุญฺญานิ มม โลกทโท ภว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แท้จริง การบำรุงมารดาและบิดานั้น

สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว

ขอท่านพี่จงสละการบำรุงมารดาบิดานั้นให้ข้าพเจ้าเถิด

ท่านพี่ได้กระทำกุศลมานานแล้ว

ด้วยการลุกขึ้นทำกิจวัตรและการบีบนวด

บัดนี้ ข้าพเจ้าใคร่จะทำบุญในมารดาบิดาทั้งหลายบ้าง

ขอท่านพี่จงมอบโลกสวรรค์ให้แก่ข้าพเจ้าเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตเถว สนฺติ มนุชา ธมฺเม ธมฺมปทํ วิทู

มคฺโค สคฺคสฺส โลกสฺส ยถา ชานาสิ ตฺวํ อิเส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่ท่านพี่ผู้เป็นฤๅษี มนุษย์ทั้งหลายผู้รู้บทแห่งธรรม

ในธรรมว่า เป็นหนทางแห่งโลกสวรรค์

เหมือนอย่างท่านพี่รู้ มีอยู่ในบริษัทนี้เหมือนกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุฏฺฐานปาริจริยาย มาตาปิตุสุขาวหํ

ตํ มํ ปุญฺญานิ วาเรติ อริยมคฺคาวโร นโร.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านโสณบัณฑิตผู้พี่ห้ามข้าพเจ้า

ผู้จะบำรุงมารดาและบิดาให้มีความสุขด้วยการอุปัฏฐาก

และการนวดเฟ้น จากบุญนั้น

ชื่อว่าเป็นคนปิดกั้นหนทางอันประเสริฐ

(เมื่อนันทบัณฑิตกล่าวอย่างนี้แล้ว โสณดาบสโพธิสัตว์ประกาศให้ทราบว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุณนฺตุ โภนฺโต วจนํ ภาตุรชฺฌาวรา มม

กุลวํสํ มหาราช โปราณํ ปริหาปยํ

อธมฺมจารี เชฏฺเฐสุ นิรยํ โส อุปปชฺชติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอถวายพระพรมหาราช กษัตริย์ผู้เจริญทั้งหลาย

ผู้จะขอขมาโทษแทนน้องชายของอาตมภาพ ขอทรงสดับคำ

ของอาตมภาพ ผู้ใดยังสกุลวงศ์อันเก่าแก่ให้เสื่อมไป

ไม่ประพฤติธรรมในบุคคลผู้เจริญในสกุลทั้งหลาย

ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เย จ ธมฺมสฺส กุสลา โปราณสฺส ทิสมฺปติ

จาริตฺเตน จ สมฺปนฺนา น เต คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอถวายพระพรพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ

ก็ชนเหล่าใดเป็นผู้ฉลาดในธรรมอันเก่าแก่

ถึงพร้อมด้วยจารีต

ชนเหล่านั้นจะไม่ไปสู่ทุคติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มาตา ปิตา จ ภาตา จ ภคินี ญาติพนฺธวา

สพฺเพ เชฏฺฐสฺส เต ภารา เอวํ ชานาหิ ภารถ. (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ภารธ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มารดาและบิดา พี่ชายน้องชาย

พี่สาวน้องสาว เครือญาติและพวกพ้อง

ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นภาระของพี่ชายใหญ่

ขอพระองค์ทรงทราบอย่างนี้เถิด ท่านภารถ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาทิยิตฺวา ครุํ ภารํ นาวิโก วิย อุสฺสเห

ธมฺมญฺจ นปฺปมชฺชามิ เชฏฺโฐ จสฺมิ รเถสภ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขอถวายพระพรพระองค์ผู้เป็นจอมทัพ

อาตมภาพต้องรับภาระอันหนักและไม่ละเลยธรรม

เหมือนนายเรือต้องรับภาระอันหนัก พยายามนำเรือไป

เพราะว่าอาตมภาพเป็นพี่ชายใหญ่

(พระราชาทุกพระองค์ทรงพอพระทัย ทรงชมเชยโสณดาบสโพธิสัตว์ว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อธิคมา ตเม ญาณํ ชาลํว ชาตเวทโต

เอวเมว โน ภวํ ธมฺมํ โกสิโย ปวิทํสยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราทั้งหลายได้บรรลุญาณคือปัญญาในความมืด

ท่านโสณโกสิยฤๅษีผู้เจริญได้แสดงธรรมอย่างชัดแจ้ง

แก่เราทั้งหลายเหมือนเปลวเพลิงจากไฟป่าในเวลามืดมิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยถา อุทยมาทิจฺโจ วาสุเทโว ปภงฺกโร

ปาณีนํ ปวิทํเสติ รูปํ กลฺยาณปาปกํ

เอวเมว โน ภวํ ธมฺมํ โกสิโย ปวิทํสยิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ดวงอาทิตย์เหล่ากอแห่งวาสุเทพเปล่งรัศมีอุทัยอยู่

ย่อมส่องแสงให้เห็นรูปทั้งดีทั้งชั่วอย่างแจ่มแจ้งแก่เหล่าสัตว์ฉันใด

ท่านโสณโกสิยฤๅษีผู้เจริญก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ได้แสดงธรรมอย่างชัดแจ้งแก่เราทั้งหลาย

(ลำดับนั้น นันทบัณฑิตกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ เม ยาจมานสฺส อญฺชลึ นาวพุชฺฌถ

ตว ปทฺธจโร เหสฺสํ วุฏฺฐิโต ปริจารโก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถ้าท่านพี่ไม่ยอมรับรู้

ถึงการประคองอัญชลีของข้าพเจ้าผู้วิงวอนอยู่อย่างนี้

ข้าพเจ้าจักประพฤติตามท่านพี่ จักตั้งใจปฏิบัติบำรุงท่านพี่

(โสณดาบสโพธิสัตว์เมื่อจะประกาศคุณของนันทบัณฑิต จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อทฺธา นนฺท วิชานาสิ สทฺธมฺมํ สพฺภิ เทสิตํ

อริโย อริยสมาจาโร พาฬฺหํ ตฺวํ มม รุจฺจสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นันทะ เธอรู้แจ้งชัดถึงสัทธรรม

ที่สัตบุรุษทั้งหลายแสดงไว้แล้วอย่างแท้จริง

เธอเป็นผู้ประเสริฐ มีมารยาทงาม พี่พอใจเธอยิ่งนัก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ภวนฺตํ วทามิ โภติญฺจ สุณาถ วจนํ มม

นายํ ภาโร ภารมตฺโต อหุ มยฺหํ กุทาจนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พี่จะบอกท่านพ่อท่านแม่

ขอท่านทั้ง ๒ จงฟังคำของข้าพเจ้า

ภาระนี้เป็นเพียงภาระชั่วครั้งชั่วคราวของข้าพเจ้าหามิได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตํ มํ อุปฏฺฐิตํ สนฺตํ มาตาปิตุสุขาวหํ

นนฺโท อชฺฌาวรํ กตฺวา อุปฏฺฐานาย ยาจติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นันทดาบส กระทำการขอขมาโทษอ้อนวอนขอกับข้าพเจ้า

เพื่อบำรุงท่านทั้ง ๒ อันเป็นการอุปัฏฐาก

ที่นำความสุขมาให้แก่มารดาบิดานั้นบ้าง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย เว อิจฺฉติ กาเมน สนฺตานํ พฺรหฺมจารินํ

นนฺทํ โว วรถ เอโก กํ นนฺโท อุปติฏฺฐตุ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บรรดาท่านทั้ง ๒ ผู้สงบ ประพฤติพรหมจรรย์

ท่านผู้ใดปรารถนา ขอท่านคนหนึ่งจงปรารถนานันทะเถิด

ขอนันทะจงบำรุงใครคนหนึ่งในท่านทั้ง ๒ ตามต้องการเถิด

(มารดาของโสณดาบสโพธิสัตว์กล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตยา ตาต อนุญฺญาตา โสณ ตํ นิสฺสิตา มยํ

อุปฆาตุํ ลเภ นนฺทํ มุทฺธนิ พฺรหฺมจารินํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โสณะ แม่และพ่ออาศัยเธอ เธออนุญาตแล้ว

แม่พึงได้จุมพิตนันทะผู้ประพฤติพรหมจรรย์ที่กระหม่อมเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสฺสตฺถสฺเสว ตรุณํ ปวาลํ (๑) มาลุเตริตํ

จิรสฺสํ นนฺทํ ทิสฺวาน หทยํ เม ปเวธติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ปวาฬํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะนานเหลือเกินจึงได้เห็นนันทะ

หัวใจของแม่ย่อมหวั่นไหว

เหมือนใบอ่อนของต้นโพธิ์ถูกลมพัดไหวไปมา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยทา สุตฺตาปิ สุปฺปนฺเต (๑) นนฺทํ ปสฺสามิ อาคตํ

อุทคฺคา สุมนา โหมิ นนฺโท โน อาคโต อยํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. สุปิเน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อใดแม่หลับลงฝันเห็นนันทะมา

แม่ก็เบิกบานดีใจว่า ลูกนันทะของแม่มาแล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยทา จ ปฏิพุชฺฌิตฺวา นนฺทํ ปสฺสามิ นาคตํ

ภิยฺโย อาวิสติ โสโก โทมนสฺสญฺจนปฺปกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แต่เมื่อใดแม่ตื่นขึ้นแล้วไม่เห็นนันทะมา

ความเศร้าโศกและความเสียใจมิใช่น้อยกลับทับถมโดยยิ่ง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สาหํ อชฺช จิรสฺสํปิ นนฺทํ ปสฺสามิ อาคตํ

ภตฺตุจฺจ มยฺหญฺจ ปิโย นนฺโท โน ปาวิสิ ฆรํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม่เห็นนันทะกลับมาในวันนี้

ขอนันทะผู้เป็นที่รักของพ่อแม่จงเข้าไปยังเรือนของพวกเราเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปิตุปิ นนฺโท สุปฺปิโย ยํ นนฺโท นปฺปวเส ฆรํ (๑)

ลภตู ตาต นนฺโท ตํ มํ นนฺโท อุปติฏฺฐตุ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. ฆรา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นันทะเป็นลูกสุดที่รักแม้ของบิดา

นันทะไม่ควรจากเรือนนี้ไปอีก

พ่อโสณะ ขอนันทะจงได้สิ่งที่ตนปรารถนาเถิด

ขอนันทะจงบำรุงแม่เถิด

(โสณดาบสโพธิสัตว์ประกาศพระคุณของมารดาว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนุกมฺปกา (๑) ปติฏฺฐา จ ปุพฺเพ รสทที จ โน

มคฺโค สคฺคสฺส โลกสฺส มาตา ตํ วรเต อิเส.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อนุกมฺปิกา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พ่อฤๅษี มารดาเป็นผู้อนุเคราะห์ เป็นที่พึ่ง

และเป็นผู้ให้รส (คือ น้ำนม) แก่พวกเรามาก่อน

เป็นหนทางแห่งโลกสวรรค์ มารดาปรารถนาเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปุพฺเพ รสทที โคตฺตี มาตา ปุญฺญูปสญฺหิตา

มคฺโค สคฺคสฺส โลกสฺส มาตา ตํ วรเต อิเส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พ่อฤๅษี มารดาเป็นผู้ให้รสมาก่อน

เป็นผู้คุ้มครอง เป็นที่เข้าไปประกอบบุญกุศล

เป็นหนทางแห่งโลกสวรรค์ มารดาปรารถนาเจ้า

(โสณดาบสโพธิสัตว์เมื่อจะประกาศว่ามารดาเป็นผู้ทำกิจที่ทำได้ยากที่บุคคล อื่นจะทำได้ จึงกล่าวว่า)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อากงฺขมานา ปุตฺตผลํ เทวตาย นมสฺสติ

นกฺขตฺตานิ จ ปุจฺฉติ อุตุสํวจฺฉรานิ จ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มารดาเมื่อหวังผลคือบุตรจึงนอบน้อมเทวดา

และไต่ถามถึงฤกษ์ ฤดู และปีทั้งหลาย

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑มารดานอบน้อมเทวดา หมายถึงทำการนอบน้อมคือบนบานต่อเทวดาว่า “ขอลูกจงเกิดขึ้นแก่เรา” ถามถึงฤกษ์ ฤดู และปีทั้งหลาย หมายถึงมารดาต้องการทราบว่าบุตรเกิดในฤกษ์ ฤดู และปีใด จะ มีอายุยืน อายุสั้นอย่างไร (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๖๕/๑๙๕-๑๙๖)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺสา อุตุมฺหิ นฺหาตาย โหติ คพฺภสฺสวกฺกโม

เตน โทหฬินี โหติ สุหทา เตน วุจฺจติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อมารดานั้นมีระดู การตั้งครรภ์จึงมีได้

เพราะการตั้งครรภ์นั้น มารดาจึงมีการแพ้ท้อง

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกท่านว่า สุหทา หญิงผู้มีใจดี

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑เมื่อมารดานั้นมีระดู หมายถึงเมื่อต่อมเลือด(ไข่สุก)เกิดแล้ว ระดูไม่มาตามกำหนด มารดาได้ชื่อว่า สุหทา หญิงผู้มีใจดี (เพราะในเวลานั้นมารดาจะเกิดความรักในบุตรที่เกิดในท้องของตน) (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๖๖/๑๙๖)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

สํวจฺฉรํ วา อูนํ วา ปริหริตฺวา วิชายติ

เตน สา ชนยนฺตีติ ชเนตฺติ เตน วุจฺจติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มารดาประคับประคองครรภ์อยู่หนึ่งปีหรือหย่อนกว่าบ้าง

แล้วจึงคลอดบุตร เพราะเหตุนั้น มารดานั้นจึงชื่อว่า

หญิงผู้ให้กำเนิดบุตร เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกท่านว่า

ชเนตตี หญิงผู้ยังบุตรให้เกิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ถนขีเรน คีเตน องฺคปาวุรเณน จ

โรทนฺตํ ปุตฺตํ โตเสติ โตเสนฺตี เตน วุจฺจติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อบุตรร้องไห้ มารดาก็ปลอบโยนให้ยินดีได้

ด้วยน้ำนมบ้าง ด้วยการร้องเพลงกล่อมบ้าง

ด้วยการกอดไว้แนบอกบ้าง

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกท่านว่า

โตเสนตี หญิงผู้ยังบุตรให้ร่าเริงยินดี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตโต วาตาตเป โฆเร มมฺมํ กตฺวา อุทิกฺขติ

ทารกํ อปฺปชานนฺตํ โปเสนฺตี เตน วุจฺจติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จากนั้น เมื่อลมแรงและแดดกล้า

มารดาก็กระทำความรักอย่างจับใจ

มองดูบุตรผู้ยังเป็นเด็กอ่อนไร้เดียงสาอยู่

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกว่า

โปเสนตี หญิงผู้เลี้ยงดูบุตร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยญฺจ มาตุธนํ โหติ ยญฺจ โหติ ปิตุทฺธนํ

อุภยมฺเปตสฺส โคเปติ อปิ ปุตฺตสฺส โน สิยา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรัพย์อันใดที่เป็นทรัพย์ของมารดาก็ดี

เป็นทรัพย์ของบิดาก็ดี

แม้ทรัพย์ทั้ง ๒ มารดาก็คุ้มครองรักษาไว้เพื่อบุตรนั้น

ด้วยหมายใจว่า แม้ทรัพย์ทั้ง ๒ นี้พึงเป็นของบุตรของเรา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ ปุตฺต อทุํ ปุตฺต อิติ มาตา วิหญฺญติ

ปมตฺตํ ปรทาเรสุ นิสฺสีเว (๑) ปตฺตโยพฺพเน

สายํ ปุตฺตํ อนายนฺตํ อิติ มาตา วิหญฺญติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. นิสีเว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มารดาเมื่อให้บุตรสำเหนียกว่า

อย่างนี้ซิลูก อย่างโน้นซิลูก ย่อมลำบาก

และทราบว่าบุตรของตนเมื่อถึงคราวเป็นหนุ่ม

ลุ่มหลงมัวเมาในภรรยาของผู้อื่นอยู่จนดึกดื่นเที่ยงคืน

ไม่กลับมาในเวลาเย็น ก็ย่อมเดือดร้อน ด้วยประการฉะนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ กิจฺฉาภโต โปโส มาตุ อปริจารโก

มาตริ มิจฺฉา จริตฺวาน นิรยํ โส อุปปชฺชติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุตรที่มารดาเลี้ยงดูมาแล้วด้วยความลำบากอย่างนี้

ไม่บำรุงมารดา บุตรคนนั้นชื่อว่า

ประพฤติผิดในมารดา ย่อมเข้าถึงนรก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ กิจฺฉาภโต โปโส ปิตุ อปริจารโก

ปิตริ มิจฺฉา จริตฺวาน นิรยํ โส อุปปชฺชติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุตรที่บิดาเลี้ยงดูมาแล้วด้วยความลำบากอย่างนี้

ไม่บำรุงบิดา บุตรคนนั้นชื่อว่า

ประพฤติผิดในบิดา ย่อมเข้าถึงนรก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ธนมฺปิ ธนกามานํ นสฺสติ อิติ เม สุตํ

มาตรํ อปริจริตฺวาน กิจฺฉํ วา โส นิคจฺฉติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้สดับมาว่า แม้ทรัพย์ที่เกิดขึ้น

แก่บุตรทั้งหลายผู้มีความต้องการทรัพย์ ก็พินาศไปบ้าง

บุตรนั้นย่อมถึงฐานะอันลำบากบ้าง เพราะไม่บำรุงมารดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ธนมฺปิ ธนกามานํ นสฺสติ อิติ เม สุตํ

ปิตรํ อปริจริตฺวาน กิจฺฉํ วา โส นิคจฺฉติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้สดับมาว่า แม้ทรัพย์ที่เกิดขึ้น

แก่บุตรทั้งหลายผู้มีความต้องการทรัพย์ ก็พินาศไปบ้าง

บุตรนั้นย่อมถึงฐานะอันลำบากบ้าง เพราะไม่บำรุงบิดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อานนฺโท จ ปโมโท จ สทา หสิตกีฬิตํ

มาตรํ ปริจริตฺวาน ลพฺภเมตํ วิชานโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ความเพลิดเพลินยินดี ความรื่นเริงบันเทิงใจ

และการหัวเราะเล่นหัวกันในกาลทุกเมื่อนั้น

บัณฑิตผู้รู้แจ้งจะพึงได้เพราะบำรุงมารดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อานนฺโท จ ปโมโท จ สทา หสิตกีฬิตํ

ปิตรํ ปริจริตฺวาน ลพฺภเมตํ วิชานโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ความเพลิดเพลินยินดี ความรื่นเริงบันเทิงใจ

และการหัวเราะเล่นหัวกันในกาลทุกเมื่อนั้น

บัณฑิตผู้รู้แจ้งจะพึงได้เพราะบำรุงบิดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ อตฺถจริยา จ ยา อิธ

สมานตฺตตา จ ธมฺเมสุ ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ

เอเต โข สงฺคหา โลเก รถสฺสาณีว ยายโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สังคหวัตถุ ทั้งหลาย คือ

๑. ทาน (การให้) ๒. ปิยวาจา (การเจรจาถ้อยคำที่น่ารัก)

๓. อัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์)

๔. สมานัตตตา (ความเป็นผู้มีตนเสมอในธรรมทั้งหลายตาม สมควรในที่นั้น ๆ)ทั้ง ๔ ประการนี้ยังมีอยู่ในโลกนี้

เหมือนเพลารถยังมีแก่รถที่กำลังแล่นไป

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑สังคหวัตถุ หมายถึงหลักการสงเคราะห์หรือธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจกันไว้ได้ ในที่นี้หมายถึงบุตรพึง ปรนนิบัติมารดาบิดาด้วยหลัก ๔ ประการ คือ (๑) ทาน การให้(สิ่งของ)แก่มารดาบิดา (๒) เปยยวัชชะ พึงเจรจาแต่คำที่น่ารัก (๓) อัตถจริยา พึงประพฤติประโยชน์ด้วยการทำหน้าที่(ของท่าน)ที่เกิดขึ้นให้สำเร็จ (๔) สมานัตตตา ความเป็นผู้มีตนเสมอในธรรมทั้งหลายตามสมควร หมายถึงความประพฤติยำเกรงต่อผู้ ใหญ่ทั้งหลาย (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๗๘/๑๙๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอเต จ สงฺคหา นาสฺสุ น มาตา ปุตฺตการณา

ลเภถ มานํ ปูชํ วา ปิตา วา ปุตฺตการณา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หากว่าสังคหวัตถุเหล่านี้ไม่พึงมีไซร้

มารดาไม่พึงได้การนับถือหรือการบูชาเพราะเหตุแห่งบุตรเลย

หรือบิดาไม่พึงได้การนับถือหรือการบูชาเพราะเหตุแห่งบุตรเลย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยสฺมา จ สงฺคหา เอเต สมฺมเวกฺขนฺติ (๑) ปณฺฑิตา

ตสฺมา มหตฺตํ ปปฺโปนฺติ ปาสํสา จ ภวนฺติ เต.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. สมฺมเปกฺขนฺติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็เพราะบัณฑิตทั้งหลายพิจารณาเห็นสังคหวัตถุเหล่านี้โดยชอบ

เพราะฉะนั้น จึงบรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่

ทั้งบัณฑิตเหล่านั้นยังเป็นผู้น่าสรรเสริญอีกด้วย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร

อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ ปชาย อนุกมฺปกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มารดาและบิดาทั้งหลายบัณฑิตกล่าวว่า

๑. เป็นพรหมของบุตร

๒. เป็นบุรพาจารย์ของบุตร

๓. เป็นผู้ควรของต้อนรับบูชาของบุตร

๔. เป็นผู้อนุเคราะห์หมู่สัตว์คือบุตร

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑มารดาและบิดาเป็นพรหมของบุตร เพราะเป็นผู้เสมอด้วยพรหม คือ สูงสุด ประเสริฐสุดของบุตร เป็น บุรพาจารย์ คือ เป็นอาจารย์คนแรกของบุตร เป็นผู้ควรของต้อนรับบูชา คือ สมควรแก่สักการะ อย่างใดอย่างหนึ่งของบุตร (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๘๑/๑๙๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺมา หิ เน นมสฺเสยฺย สกฺกเรยฺย จ ปณฺฑิโต

อนฺเนน อโถ ปาเนน วตฺเถน สยเนน จ

อุจฺฉาทเนน นฺหาเนน (๑) ปาทานํ โธวเนน จ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. นฺหาปเนน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงนอบน้อมและพึงสักการะ

มารดาและบิดาทั้ง ๒ นั้นด้วยข้าวและน้ำ

ด้วยผ้านุ่งผ้าห่มและที่นอน ด้วยการอบตัวและอาบน้ำให้

และด้วยการล้างเท้าทั้ง ๒ ให้ท่าน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตาย นํ ปาริจริยาย มาตาปิตูสุ ปณฺฑิตา

อิเธว นํ ปสํสนฺติ เปจฺจ สคฺเค ปโมทตีติ. (๓๗๑๘)

โสณนนฺทชาตกํ ทุติยํ. สตฺตตินิปาตํ นิฏฺฐิตํ. ตสฺสุทฺทานํ

อถ สตฺตติมมฺหิ นิปาตวเร

สภาวนฺตุ กุสาวติราชวโร

อถ โสณสุนนฺทวโร จ ปุน

อภิวาสิตสตฺตติมมฺหิ สุเตติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะการบำรุงมารดาและบิดาทั้ง ๒ นั้น

บัณฑิตทั้งหลายจึงสรรเสริญเขาในโลกนี้ทีเดียว

เขาตายไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์ ดังนี้แล

โสณนันทชาดกที่ ๒ จบ

รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้

๑. กุสชาดก ๒. โสณนันทชาดก

สัตตตินิบาตจบ

จบ ๒. โสณนันทชาดก