พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · วีสตินิบาต
๖. เสลเถรคาถา เล่ม ๒๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๙๐ (Royal Thai)6/10 in วีสตินิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๖. เสลเถรคาถา
คาถาสุภาษิตของพระเสลเถระ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา วีสตินิบาต เสลเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 53 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๖ ปริปุณฺณกาโย สุรุจิ สุชาโต จารุทสฺสโน
สุวณฺณวณฺโณสิ ภควา สุสุกฺกทาโฐสิ วิริยวา ฯ
นรสฺส หิ สุชาตสฺส เย ภวนฺติ วิยญฺชนา
สพฺเพ เต ตว กายสฺมึ มหาปุริสลกฺขณา ฯ
ปสนฺนเนตฺโต สุมุโข พฺรหา อุชุ ปตาปวา
มชฺเฌ สมณสงฺฆสฺส อาทิจฺโจว วิโรจสิ ฯ
กลฺยาณทสฺสโน ภิกฺขุ กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ
กึ เต สมณภาเวน เอวํ อุตฺตมวณฺณิโน ฯ
ราชา อรหสิ ภวิตุํ จกฺกวตฺติ รเถสโภ
จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพุสณฺฑสฺส อิสฺสโร ฯ
ขตฺติยา โภชราชาโน อนุยนฺตา ภวนฺติ เต
ราชาภิราชา มนุชินฺโท รชฺชํ กาเรหิ โคตม ฯ
ราชาหมสฺมิ เสลาติ (ภควา) ธมฺมราชา อนุตฺตโร
ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ ฯ
สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสิ (อิติ เสโล พฺราหฺมโณ) ธมฺมราชา อนุตฺตโร
ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ อิติ ภาสสิ โคตม ฯ
โก นุ เสนาปติ โภโต สาวโก สตฺถุรนฺวโย
โก อิมํ อนุวตฺเตติ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ ฯ
มยา ปวตฺติตํ จกฺกํ (เสลาติ ภควา) ธมฺมจกฺกมนุตฺตรํ
สารีปุตฺโตนุวตฺเตติ อนุชาโต ตถาคตํ ฯ
อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ภาเวตพฺพญฺจ ภาวิตํ
ปหาตพฺพํ ปหีนํ เม ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ พฺราหฺมณ ฯ
วินยสฺสุ มยิ กงฺขํ อธิมุจฺจสฺสุ พฺราหฺมณ
ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพุทฺธานํ อภิณฺหโส ฯ
เยสํ เว ทุลฺลโภ โลเก ปาตุภาโว อภิณฺหโส
โสหํ พฺราหฺมณ พุทฺโธสฺมิ สลฺลกตฺโต อนุตฺตโร ฯ่
พฺรหฺมภูโต อติตุโล มารเสนปฺปมทฺทโน
สพฺพามิตฺเต วสีกตฺวา โมทามิ อกุโตภโย ฯ
อิทํ โภนฺโต นิสาเมถ ยถา ภาสติ จกฺขุมา
สลฺลกตฺโต มหาวีโร สีโหว นทตี วเน ฯ
พฺรหฺมภูตํ อติตุลํ มารเสนปฺปมทฺทนํ
โก ทิสฺวา นปฺปสีเทยฺย อปิ กณฺหาภิชาติโก ฯ
โย มํ อิจฺฉติ อเนฺวตุ โย วา นิจฺฉติ คจฺฉตุ
อิธาหํ ปพฺพชิสฺสามิ วรปญฺญสฺส สนฺติเก ฯ
เอตญฺเจ รุจฺจตี โภโต สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ
มยมฺปิ ปพฺพชิสฺสาม วรปญฺญสฺส สนฺติเก ฯ
พฺราหฺมณา ติสตา อิเม ยาจนฺติ ปญฺชลีกตา
พฺรหฺมจริยํ จริสฺสาม ภควา ตว สนฺติเก ฯ
สฺวากฺขาตํ พฺรหฺมจริยํ (เสลาติ ภควา) สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกํ
ยตฺถ อโมฆา ปพฺพชฺชา อปฺปมตฺตสฺส สิกฺขโต ฯ
ยนฺตํ สรณมาคมฺม อิโต อฏฺฐมิ ๑ จกฺขุม
สตฺตรตฺเตน ภควา ทนฺตมฺห ตว สาสเน ฯ
ตุวํ พุทฺโธ ตุวํ สตฺถา ตุวํ มาราภิภู มุนิ
ตุวํ อนุสเย เฉตฺวา ติณฺโณ ตาเรสิมํ ปชํ ฯ
อุปธี เต สมติกฺกนฺตา อาสวา เต ปทาลิตา
สีโหว อนุปาทาโน ปหีนภยเภรโว ฯ
ภิกฺขโว ติสตา อิเม ติฏฺฐนฺตี ปญฺชลีกตา
ปาเท วีร ปสาเรหิ นาคา วนฺทนฺตุ สตฺถุโนติ ฯ
เสโล เถโร ฯ
๑ ม. อฏฺฐเม ฯ
พระเสลเถระเมื่อครั้งยังเป็นพราหมณ์ได้กล่าวชมเชยพระผู้มีพระภาคด้วยคาถา ๖
คาถา ความว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์ผู้ทรงมีพระวิริยภาพ มีพระสรีระกายสมบูรณ์ มีพระรัศมีงดงามชวนให้น่าดูยิ่งนัก พระฉวีวรรณก็เปล่งปลั่งดังทองคำ พระเขี้ยวแก้วทั้งซ้ายขวาก็สุกใส ด้วยว่าลักษณะแห่งมหาบุรุษเหล่าใด ย่อมมีปรากฏแก่พระอริยเจ้า หรือพระบรมจักรพรรดิ ผู้เป็นนระเกิดแล้วโดยชอบ ลักษณะแห่งมหาบุรุษเหล่านั้น ย่อมมีปรากฏในพระกายของพระองค์ครบทุกสิ่ง พระองค์มีดวงพระเนตรแจ่มใส พระพักตร์ผุดผ่อง พระวรกายทั้งสูงทั้งกว้างและตั้งตรง มีพระเดชรุ่งโรจน์อยู่ในท่ามกลางแห่งหมู่พระสมณะ ปานดังดวงอาทิตย์ฉะนั้น พระองค์ทรงเป็นภิกษุที่มีคุณสมบัติงดงามน่าชม มีพระฉวีวรรณผุดผ่องงดงามดังทองคำ พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยพระวรรณะและพระลักษณะอันอุดมถึงอย่างนี้ จะมัวมาเป็นสมณะอยู่ทำไมกัน
พระองค์ควรจะเป็นพระราชาหรือไม่ก็จักรพรรดิราชันย์ผู้ประเสริฐ ทรงปราบปรามไพรีชนะแล้วเสด็จผ่านพิภพ เป็นบรมเอกราชในสากลชมพูทวีป มีสมุทรสาครสี่เป็นขอบเขต ข้าแต่พระโคดม ขอเชิญพระองค์เสด็จขึ้นผ่านราชสมบัติ เป็นองค์ราชาธิราชจอมมนุษย์นิกรทั้งหลาย ตามพระราชประเพณีของกษัตราธิราชโดยพระชาติที่ได้เสวยราชย์ อันมีหมู่เสวกามาตย์โดยเสด็จตามพระองค์
มาเถิด.
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ดูกรเสลพราหมณ์ เราเป็นพระราชาอยู่แล้ว คือ เป็นธรรมราชายอดเยี่ยม เรายังจักรอันใครๆ ให้เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปโดยธรรม.
เสลพราหมณ์ได้กราบทูลด้วยคาถา ๒ คาถาว่า
ข้าแต่พระโคดม พระองค์ทรงปฏิญาณว่า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม ทั้งยังได้ตรัสยืนยันว่า จะทรงยังจักรให้เป็นไปโดยธรรม ใครหนอเป็นเสนาบดีของพระองค์ เป็นสาวกผู้ประพฤติตามพระองค์ผู้เป็นศาสดา ใครจะประกาศธรรมจักรที่พระองค์ทรงประกาศ
แล้วให้เป็นไปตามได้.
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ดูกรเสลพราหมณ์ สารีบุตรผู้อนุชาตบุตรของตถาคต จะประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยมที่เราประกาศแล้ว ดูกรพราหมณ์ เรารู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่งแล้ว เจริญธรรมที่ควรเจริญแล้ว ละธรรมที่ควรละแล้ว เหตุนั้นเราจึงเป็นพระพุทธเจ้า ดูกรพราหมณ์ ท่านจงนำความเคลือบแคลงในเราออกเสีย จงน้อมใจเชื่อเถิด เพราะการเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนืองๆที่ปรากฏขึ้นในโลก เป็นการหาได้ยาก ดูกรพราหมณ์ เราเป็นพระพุทธเจ้าเป็นหมอผ่าตัดลูกศร คือ กิเลสชั้นเยี่ยม เราเป็นผู้ประเสริฐดังพรหมไม่มีผู้เสมอเหมือน เป็นผู้ย่ำยีมารและเสนามาร ทำให้หมู่สัตว์ผู้มิใช่มิตรทุกๆ จำพวกไว้ในอำนาจได้ เป็นผู้มีภัยแต่ที่ไหนๆ เบิกบานอยู่.
เสลพราหมณ์กราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระองค์ทรงสดับคำของข้าพระองค์นี้ก่อนพระตถาคตผู้มีพระจักษุเป็นแพทย์ผ่าตัดลูกศร ทรงมีความเพียรยิ่งใหญ่ได้ตรัสพระวาจาเหมือนราชสีห์บันลือสีหนาทในป่า ใครได้เห็นพระองค์ผู้ประเสริฐดังพรหม ไม่มีใครเสมอเหมือน ทรงย่ำยีมารและเสนามารได้แล้ว จะไม่พึงเลื่อมใสเล่า แม้คนที่เกิดในเหล่ากอคนดำ ก็ย่อมเลื่อมใส ผู้ใดปรารถนาจะตามฉันมา ก็เชิญตามมา หรือไม่ปรารถนาก็จงกลับไปเถิด แต่ตัวฉันจะบวชในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญา
อย่างประเสริฐนี้ละ.
พอเสลพราหมณ์ผู้อาจารย์พูดจบลง ทันใดนั้นเอง มาณพอันเตวาสิก ๓๐๐ คนเป็นผู้มุ่งจะบวชเหมือนกัน จึงกล่าวคาถาว่า
ถ้าท่านอาจารย์ชอบใจคำสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ แม้ข้าพเจ้าทั้งหลายก็จะพากันบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้มีพระปัญญาอย่าง
ประเสริฐ.
เสลพราหมณ์กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้ พากันประนมอัญชลีทูลขอบรรพชาว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายจักประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระ
องค์ พระเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด พรหมจรรย์เรากล่าวดีแล้ว อันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เพราะการบวชในศาสนานี้ ไม่ไร้ผล
แก่บุคคลผู้ไม่ประมาทศึกษาอยู่.
ครั้นพระเสลเถระได้บรรลุอรหัตแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อจะประกาศอรหัตผลที่ตนได้บรรลุ จึงกล่าวคาถา ๔ คาถา ความว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ นับแต่วันที่ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงสรณคมน์ล่วงไปแล้วได้ ๗ วัน ครบ ๘ วันเข้าวันนี้ ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นผู้มีอินทรีย์อันฝึกแล้ว ในศาสนาของพระองค์ พระองค์เป็นผู้ตื่นแล้วและยังทรงปลุกผู้อื่นให้ตื่นได้อีกด้วย พระองค์เป็นครูผู้สั่งสอนแก่ทวยเทพแลมนุษย์ทั้งหลาย เป็นจอมปราชญ์ ทรงครอบงำมารและเสนามาร ทรงตัดอนุสัยได้แล้ว ทรงข้ามห้วงแห่งสังสารวัฏได้แล้ว ทรงยังหมู่สัตว์นี้ให้ข้ามห้วงแห่งสังสารวัฏได้ด้วย ทรงก้าวล่วงอุปธิได้แล้วทรงทำลายอาสวะทั้งหลายได้แล้ว ทรงเป็นผู้ไม่มีความยึดมั่น ทรงละความขลาดกลัวต่อภัยได้แล้ว เหมือนสีหราชผู้ไม่ครั่นคร้ามต่อหมู่เนื้อฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า ภิกษุ ๓๐๐ รูปเหล่านี้ พากันมายืนประนมอัญชลีอยู่พร้อมหน้า ขอพระองค์โปรดทรงเหยียดฝ่าพระบาททั้งสองมาเถิด ภิกษุผู้ประเสริฐทั้งหลายจะขอถวายบังคมพระองค์ผู้เป็น
ศาสดา.
End of ๖. เสลเถรคาถา