พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · วีสตินิบาต
๒. ปาราสริยเถรคาถา เล่ม ๒๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๘๖ (Royal Thai)2/10 in วีสตินิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๒. ปาราสริยเถรคาถา
คาถาสุภาษิตของพระปาราสริยเถระ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา วีสตินิบาต ปาราสริยเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 53 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๒ สมณสฺส อหู จินฺตา ปาราสริยสฺส ๑ ภิกฺขุโน
เอกกสฺส นิสินฺนสฺส ปวิวิตฺตสฺส ฌายิโน
กิมานุปุพฺพํ ปุริโส กึ วตฺตํ กึ สมาจารํ ๒
อตฺตโน กิจฺจการิสฺส น จ กิญฺจิ วิเหฐเย ฯ
อินฺทฺริยานิ มนุสฺสานํ หิตาย อหิตาย จ
อรกฺขิตานิ อหิตาย รกฺขิตานิ หิตาย จ ฯ
อินฺทฺริยาเนว สารกฺขํ อินฺทฺริยานิ จ โคปยํ
อตฺตโน กิจฺจการิสฺส น จ กิญฺจิ วิเหฐเย ฯ
จกฺขุนฺทฺริยญฺจ รูเปสุ คจฺฉนฺตํ อนิวารยํ
อนาทีนวทสฺสาวี โส ทุกฺขา น หิ มุจฺจติ ฯ
โสตินฺทฺริยญฺจ ๓ สทฺเทสุ คจฺฉนฺตํ อนิวารยํ
อนาทีนวทสฺสาวี โส ทุกฺขา น หิ มุจฺจติ ฯ
อนิสฺสรณทสฺสาวี คนฺเธ เจ ปฏิเสวติ
น โส มุจฺจติ ทุกฺขมฺหา คนฺเธสุ อธิมุจฺฉิโต ฯ
อมฺพิลมธุรคฺคญฺจ ติตฺตกคฺคมนุสฺสรํ
รสตณฺหาย คธิโต หทยํ นาวพุชฺฌติ ฯ
สุภานยปฺปฏิกูลานิ โผฏฺฐพฺพานิ อนุสฺสรํ
รตฺโต ราคาธิกรณํ วิวิธํ วินฺทเต ทุกฺขํ ๔ ฯ
มนญฺเจเตหิ ธมฺเมหิ โย น สกฺโกติ รกฺขิตุํ
ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ สพฺพโสเตหิ ปญฺจหิ ฯ
ปุพฺพโลหิตสมฺปุณฺณํ พหุสฺส กุณปสฺส จ
นรวีรกตํ วคฺคุํ สมุคฺคมิว จิตฺติตํ ฯ
กฏุกํ มธุรสฺสาทํ ปิยนิพนฺธนํ ทุกฺขํ ๑
ขุรํว มธุนาลิตฺตํ อุลฺลิตฺตํ นาวพุชฺฌติ ฯ
อิตฺถิรูเป อิตฺถิรเส โผฏฺฐพฺเพปิจ อิตฺถิยา
อิตฺถิคนฺเธสุ สารตฺโต วิวิธํ วินฺทเต ทุกฺขํ ๑ ฯ
อิตฺถิโสตานิ สพฺพานิ สนฺทนฺติ ปญฺจปญฺจสุ
เตสมาวรณํ กาตุํ โย สกฺโกติ วิริยวา ฯ
โส อตฺถวา โส ธมฺมฏฺโฐ โส ทกฺโข โส วิจกฺขโณ
กเรยฺย รมมาโน หิ กิจฺจํ ธมฺมตฺถสํหิตํ ฯ
อโถ สีทติ สญฺญุตฺตํ วชฺเช กิจฺจํ นิรตฺถกํ
น ตํ กิจฺจนฺติ มญฺญิตฺวา อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ ฯ
ยญฺจ อตฺเถน สญฺญุตฺตํ ยา จ ธมฺมคตา รติ
ตํ สมาทาย วตฺเตถ สา หิ เว อุตฺตมา รติ ฯ
อุจฺจาวเจหุปาเยหิ ปเรสมภิชิคีสาติ
หนฺตฺวา วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา
อาโลปติ สาหสา โย ปเรสํ ฯ
ตจฺฉนฺโต อาณิยา อาณึ นิหนฺติ พลวา ยถา
อินฺทฺริยานินฺทฺริเยเหว นิหนฺติ กุสลา ตถา ฯ
สทฺธํ วิริยํ สมาธิญฺจ สติปญฺญญฺจ ภาวยํ
ปญฺจ ปญฺจหิ หนฺตฺวาน อนีโฆ ยาติ พฺราหฺมโณ ฯ
โส อตฺถวา โส ธมฺมฏฺโฐ กตฺวา วากฺยานุสาสนึ
สพฺเพน สพฺพํ พุทฺธสฺส โส นโร สุขเมธตีติ ฯ
ปาราสริโย ๑ เถโร ฯ
๑ ยุ. ปาราปริยสฺส ฯ ๒ โป. ยุ. สมาจรํ ฯ ๓ โป. ม. เจ ฯ ๔ ม. ยุ. ทุขํ ฯ
๑ ม. ยุ. ทุขํ ฯ
ความคิดได้มีแล้วแก่ภิกษุผู้ชื่อว่าปาราสริยะ ผู้เป็นสมณะนั่งอยู่แล้วแต่ผู้เดียว มีจิตสงบสงัด เพ่งฌาน บุรุษพึงทำอะไรโดยลำดับ พึงประพฤติวัตรอย่างไร ประพฤติมารยาทอย่างไร จึงชื่อว่าเป็นผู้ทำกิจของตน และชื่อว่าไม่เบียดเบียนใครๆ อินทรีย์ทั้งหลายย่อมมีเพื่อประโยชน์และไม่ใช่ประโยชน์ แก่มนุษย์ทั้งหลาย อินทรีย์ที่ไม่รักษา ย่อมไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ อินทรีย์ที่รักษา ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ บุรุษผู้รักษาและคุ้มครองอินทรีย์นั่นแล จึงชื่อว่าเป็นผู้กระทำกิจของตน และชื่อว่าไม่เบียดเบียนใครๆ ถ้าผู้ใดไม่ห้ามจักขุนทรีย์ อันไปอยู่ในรูปทั้งหลายไม่เห็นโทษผู้นั้นย่อมไม่พ้นจากทุกข์ได้เลย
อนึ่ง ผู้ใดไม่ห้ามโสตินทรีย์อันเป็นไปอยู่ในเสียงทั้งหลาย ไม่เห็นโทษ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นจากทุกข์ได้เลย ถ้าผู้ใดไม่เห็นอุบายเครื่องสลักออก ซ่องเสพในกลิ่น ผู้นั้นเป็นผู้หมกมุ่นอยู่ในกลิ่นย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์ ผู้ใดมัวแต่คำนึงถึงรสเปรี้ยวรสหวานและรสขมเป็นผู้กำหนัดยินดีด้วยตัณหาในรส ไม่รู้สึกถึงความคิดในใจอันเกิดขึ้นในขณะบรรพชาว่า จักทำที่สุดทุกข์ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์ ผู้ใดมัวนึกถึงโผฏฐัพพะอันสวยงาม ไม่ปฏิกูล ยินดีแล้วผู้นั้นย่อมได้ประสบทุกข์มีประการต่างๆ อันมีราคะเป็นเหตุ ก็ผู้ใดไม่อาจจะรักษาใจจากธรรมเหล่านี้ ทุกข์อันเกิดจากกระแสอารมณ์ทั้ง ๕ นั้นย่อมติดตามผู้นั้นไป
เพราะการไม่รักษาใจนั้น ร่างกายนี้เต็มไปด้วยหนองเลือดและซากศพเป็นอันมาก เป็นของอันนายช่างผู้ฉลาดทำไว้ เป็นของเกลี้ยงเกลาวิจิตรงดงามแต่ภายนอก ภายในเต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีคูถเป็นต้น ดังสมุคฉะนั้น คนพาลย่อมไม่รู้สึกว่า ร่างกายนี้เป็นของเผ็ดร้อน มีรสหวานเป็นที่ยินดี เกี่ยวพันด้วยความรัก เป็นทุกข์ เป็นของฉาบไล้ไว้ด้วยสิ่งที่น่าชื่นใจ เหมือนมีดโกนอันทาแล้วด้วยน้ำผึ้งฉะนั้น บุคคลผู้กำหนัดยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะของหญิง ย่อมต้องประสบทุกข์มีประการต่างๆ กระแสตัณหาในหญิงทั้งปวงย่อมไหลไปในทวารทั้ง ๕ ของบุรุษ ผู้ใดมีความเพียร อาจทำการป้องกันกระแสตัณหาเหล่านั้นได้
ผู้นั้นตั้งอยู่ในอรรถ ตั้งอยู่ในธรรมเป็นผู้ขยันมีปัญญาเครื่องพิจารณา ก็บุคคลควรเป็นผู้ยินดีทำกิจอันประกอบด้วยอรรถและธรรม การประกอบด้วยกามารมณ์ย่อมทำให้จมอยู่ในโลกบุคคลพึงเว้นกิจอันไร้ประโยชน์เสีย เมื่อรู้ว่า สิ่งนั้นไม่ควรทำแล้วพึงเป็นผู้ไม่ประมาท มีปัญญาสอดส่องในสิ่งนั้น บุคคลพึงยึดเอาแต่กิจที่ประกอบด้วยประโยชน์ และความยินดีอันประกอบด้วยธรรม แล้วพึงประพฤติ เพราะว่าความยินดีในธรรมนั้นแล เป็นความยินดีสูงสุดผู้ใดปรารถนาจะชิงเอาสิ่งของของผู้อื่นด้วยอุบายใหญ่น้อย ฆ่าผู้อื่นเบียดเบียนผู้อื่น ทำคนอื่นให้เศร้าโศก ฉกชิงเอาสิ่งของของคนอื่นด้วยความทารุณร้ายกาจ การกระทำของผู้นั้น เป็นการกระทำอาศัยความยินดีในการประกอบด้วยความฉิบหาย บุคคลผู้มีกำลัง เมื่อผ่าไม้ ย่อมตอกลิ่มด้วยลิ่ม ฉันใด ภิกษุผู้ฉลาดย่อมกำจัดอินทรีย์ ด้วยอินทรีย์ฉันนั้น บุคคลผู้อบรมศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา กำจัดอินทรีย์ ๕ ด้วยอินทรีย์ ๕ แล้ว เป็นพราหมณ์ผู้ไม่มีทุกข์ไป บุคคลนั้นเป็นผู้ตั้งอยู่ในอรรถตั้งอยู่ในธรรม ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
ทั้งปวง โดยประการทั้งปวง ย่อมได้รับความสุข.
End of ๒. ปาราสริยเถรคาถา