arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต · วรรคที่ ๒

๔. โสมมิตตเถรคาถา เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๗๑ (Royal Thai)4/10 in วรรคที่ ๒4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ โสมมิตตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 26, pp. 385–386

Page 385

[๑๔๔] นรชนทำกรรมใดไว้ ไม่ว่าดีหรือชั่วก็ตาม เขาย่อมเป็นผู้รับผลแห่งกรรมที่ตนทำไว้นั้น ๆ โดยแท้

๓. เหรัญญกานิเถรคาถา

สุภาษิตชี้โทษคนพาล

นัยว่า ท่านพระเหรัญญกานิเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า

{๒๗๐}[๑๔๕] วันและคืนย่อมล่วงไป ๆ ชีวิตก็ดับไปทุกขณะ อายุของสัตว์ทั้งหลายย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำในแม่น้ำน้อยฉะนั้น

[๑๔๖] ถึงเป็นเช่นนั้น คนพาลผู้ทำบาปกรรมอยู่ก็ไม่รู้สึกตัว ต่อภายหลังความทุกข์อันเผ็ดร้อนย่อมมีแก่เขา เพราะบาปกรรมนั้นมีวิบากที่เลวทราม

๔. โสมมิตตเถรคาถา

สุภาษิตชี้โทษความเกียจคร้าน

นัยว่า ท่านพระโสมมิตตเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า

{๒๗๑}[๑๔๗] ผู้เกาะท่อนไม้เล็ก ๆ พึงจมลงในห้วงน้ำใหญ่ ฉันใด กุลบุตรอาศัยคนเกียจคร้านดำรงชีพย่อมจมลงในสังสารวัฏ ฉันนั้น เพราะฉะนั้น พึงเว้นคนเกียจคร้านผู้มีความเพียรตํ่าเสีย

Page 386

[๑๔๘] พึงอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลายผู้สงัด ผู้เป็นอารยชน มีใจมั่นคง มีความเพ่งพินิจอยู่เสมอ เป็นผู้ปรารภความเพียร เป็นนิจ

๕. สัพพมิตตเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับคน

นัยว่า ท่านพระสัพพมิตตเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า

{๒๗๒}[๑๔๙] คนผูกพันกับคน คนอาศัยคน คนถูกคนเบียดเบียน และ คนเบียดเบียนคน

[๑๕๐] ก็จักมีประโยชน์อะไรกับคนหรือกับคนที่ให้กำเนิดแล้ว แก่คนเล่า ควรละคนนั้นและโทษที่เบียดเบียนคนเป็นอันมากนั้นไปเสีย

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า คน ในเถรคาถานี้หมายถึงปุถุชนผู้ยังไม่รู้แจ้ง หรืออันธพาลปุถุชน คนผูกพันกับคน หมาย ถึง คนในโลกต่างผูกพันกันด้วยเครื่องผูกคือตัณหา กล่าวคือมีความเกี่ยวพันกันทางสายโลหิต เช่นเป็นบุตร เป็นมารดา เป็นต้น ซื่งจะมีจิตผูกพันรักใคร่ต่อกันว่า ‘คนเหล่านี้เลี้ยงดูเรา เรา อาศัยคนเหล่านี้เป็นอยู่, คนอาศัยคน หมายถึง คนในโลกต่างอาศัยประคับประคองดูแลกันเพราะตัณหาด้วยจิตสำนึกว่า ‘คนนี้เป็นบุตรเป็นธิดาของเรา, ดังนี้เป็นต้น คนถูกคนเบียดเบียน หมายถึง คนในโลกต่างไม่ทำความวางเฉยโดยคิดว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตนและเพราะขาดปัญญา ที่เข้าใจสภาพจริงจึงมีจิตผูกผันคนอื่นหรืออาศัยคนอื่นด้วยตัณหาชื่อว่าถูกคนเบียดเบียนทำให้ลำบาก เดือดร้อนด้วยโทษทุกข์ต่าง ๆ คนเบียดเบียนคน หมายถึง คนในโลกเมื่อมีภาวะที่ต้องผูกพันกัน อาศัยกันด้วยตัณหาเช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าตนเบียดเบียนผู้อื่นหรือผู้อื่นเบียดเบียนตน (ขุ.เถร.อ. ๑/๔๑๕)
  2. ๒ในเถรคาถานี้ หมายถึง คนอีกคนหนื่งจะหวังประโยชน์อะไรกับคนอื่นที่อาศัยกันด้วยตัณหา หรือ ที่เบียดเบียนกันด้วยโทษทุกข์นั้นไม่ได้ หรือแม้กับคนที่ให้กำเนิดคือคนที่เป็นมารดาบิดา ก็หวัง ประโยชน์อะไรไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ บุคคลก็ควรละคนนั้นและตัณหารวมทั้งโทษทุกข์ที่เบียดเบียน คนเป็นอันมาก ไปให้ถึงสถานที่ที่ไม่ถูกเบียดเบียนคือพระนิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๑/๔๑๖)

End of ๔. โสมมิตตเถรคาถา