วรรคที่ ๔
Text layerBuddha’s wordsItems 288–297 (Royal Thai)4/5 in ทุกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เถรคาถาย ทุกนิปาตสฺส จตุตฺถวคฺโค
เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในทุกนิบาต วรรคที่ ๔
๑. มิคสิรเถรคาถา
สุภาษิตแสดงผลการบวช
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ มิคสิรเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๑ ยโต อหํ ปพฺพชิตฺวา ๖ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน
วิมุจฺจมาโน อุคฺคจฺฉึ กามธาตุํ อุปจฺจคํ ฯ
พฺรหฺมุโน เปกฺขมานสฺส ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม
อกุปฺปา เม วิมุตฺตีติ สพฺพสํโยชนกฺขยาติ ฯ
มิคสิโร เถโร ฯ
๑ ม. ยุ. วีรา ฯ ๒ ม. สวาหนึ ฯ ๓ ม. ยุ. วิตฺโต ฯ ๔ ม. ปิสทฺโท นตฺถิ ฯ
๕ ม. ยุ. ภรโต ฯ ๖ ม. ยุ. ปพฺพชิโต ฯ
เมื่อใด เราได้บวชในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว หลุดพ้นจากกิเลส ได้บรรลุธรรมอันผ่องแผ้วแล้ว ล่วงเสียซึ่งกามธาตุ เมื่อนั้นจิตของเราผู้เพ่งธรรมของพระผู้มีพระภาคผู้เป็นดังพรหม หลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง และมารู้ชัดว่า วิมุติของเราไม่กำเริบ เพราะความ
สิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวง.
๒. สิวกเถรคาถา
สุภาษิตเย้ยตัณหา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ สิวกเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๒ อนิจฺจานิ คหกานิ ตตฺถ ตตฺถ ปุนปฺปุนํ
คหการํ คเวสนฺโต ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ ฯ
คหการก ทิฏฺโฐสิ ปุน เคหํ น กาหสิ
สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา ๑ ถูณิรา จ ปทาลิตา
วิมริยาทิกตํ จิตฺตํ อิเธว วิธมิสฺสตีติ ฯ
สิวโก เถโร ฯ
เรือนคืออัตภาพที่เกิดในภพนั้นๆ บ่อยๆ เป็นของไม่เที่ยง เราแสวงหานายช่างคือตัณหาผู้สร้างเรือน เมื่อไม่พบ ได้ท่องเที่ยวไปสู่สงสารสิ้นชาติมิใช่น้อย การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ร่ำไป ดูกรนายช่างผู้สร้างเรือนบัดนี้ เราพบท่านแล้ว ท่านจักไม่ต้องสร้างเรือนให้เราอีก ซี่โครงคือกิเลสของท่าน เราหักเสียหมดแล้ว และช่อฟ้าคืออวิชชาแห่งเรือนท่านเราทำลายแล้ว จิตของเราไม่เกิดต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว จักดับอยู่ในภพ
นี้เอง
๓. อุปวาณเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญพระพุทธองค์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ อุปวาณเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๓ อรหํ สุคโต โลเก วาเตหาพาธิโต มุนิ
สเจ อุโณฺหทกํ อตฺถิ มุนิโน เทหิ พฺราหฺมณ ฯ
ปูชิโต ปูชเนยฺยานํ สกฺกเรยฺยาน สกฺกโต
อปจิโต อปจิเนยฺยานํ ๑ ตสฺส อิจฺฉามิ หาตเวติ ฯ
อุปวาโณ เถโร ฯ
ดูกรพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้เสด็จไปดีแล้วในโลกเป็นมุนี ถูกลมเบียดเบียนแล้ว ถ้าท่านมีน้ำร้อน ขอจงถวายแด่พระผู้มี-พระภาคผู้เป็นมุนีเถิด พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นผู้อันบุคคลบูชาแล้ว กว่าเทวดาและพรหมทั้งหลาย แม้บุคคลควรบูชา อันบุคคลสักการะแล้ว กว่าพระเจ้าพิมพิสารและพระเจ้าโกศล ผู้อันบุคคลพึงสักการะ อันบุคคลนอบน้อมแล้ว กว่าเหล่าพระขีณาสพที่บุคคลควร
นอบน้อม เราปรารถนาจะนำน้ำร้อนไปถวายพระองค์.
๔. อิสิทินนเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษของกาม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ อิสิทินนเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๔ ทิฏฺฐา มยา ธมฺมธรา อุปาสกา
กามา อนิจฺจา อิติ ภาสมานา
สา รตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ
ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ เต อเปกฺขา ฯ
อทฺธาน ชานนฺติ ยโต ๒ จ ธมฺมํ
กามา อนิจฺจา อิติ จาปิ อาหุ
ราคญฺจ เตสํ น พลตฺถิ เฉตฺตุํ
ตสฺมา สิตา ปุตฺตทารํ ธนญฺจาติ ฯ
อิสิทินฺโน เถโร ฯ
๑ ม. ปเจยฺยานํ ฯ ๒ ยุ. ยถาว ธมฺมํ ฯ
อุบาสกทั้งหลายผู้ทรงธรรมกล่าวว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง เราได้เห็นแล้วอุบาสกเหล่านั้นเป็นผู้กำหนัด รักใคร่ห่วงใยในแก้วมณี บุตรธิดา และภรรยา เราได้เห็นแล้ว เพราะอุบาสกเหล่านั้น ไม่รู้ธรรมในพระพุทธศาสนานี้แน่แท้ แม้ถึงอย่างนั้นก็ได้กล่าวว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง แต่กำลังญาณเพื่อจะตัดราคะของอุบาสกเหล่านั้น ไม่มี เพราะฉะนั้น อุบาสก
เหล่านั้นจึงติดอยู่ในบุตรภรรยาและในทรัพย์.
๕. สัมพหุลกัจจานเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับผู้รักสงบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ สัมพหุลกัจจานเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๕ เทโว จ วสฺสติ เทโว จ คฬคฬายติ
เอกโก จาหํ เภรเว พิเล วิหรามิ
ตสฺส มยฺหํ เอกกสฺส เภรเว พิเล วิหรโต
นตฺถิ ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส วา ฯ
ธมฺมตา มเมสา ยสฺส เม เอกกสฺส เภรเว พิเล
วิหรโต นตฺถิ ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส วาติ ฯ
สมฺพุลกจฺจาโน เถโร ฯ
ฝนก็ตก ฟ้าก็กระหึ่ม เราอยู่ในถ้ำอันน่ากลัวแต่คนเดียว เมื่อเราอยู่ในถ้ำอันน่ากลัวคนเดียว ความกลัว ความสะดุ้ง หวาดเสียว หรือขนลุกขนพองมิได้มีเลย การที่เราอยู่ในถ้ำอันน่ากลัวแต่ผู้เดียว ไม่มีความกลัว
หรือสะดุ้งหวาดเสียวนี้ เป็นธรรมดาของเรา.
๖. ขิตณเถรคาถา
สุภาษิตแสดงผลการอบรมจิต
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ ขิตณเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๖ กสฺส เสลูปมํ จิตฺตํ ฐิตํ นานุปกมฺปติ
วิรตฺตํ รชนีเยสุ กุปฺปนีเย น กุปฺปติ ฯ
ยสฺเสวํ ภาวิตํ จิตฺตํ กุโต ตํ ทุกฺขเมสฺสติ ฯ
มม เสลูปมํ จิตฺตํ ฐิตํ นานุปกมฺปติ
วิรตฺตํ รชนีเยสุ กุปฺปนีเย น กุปฺปติ ฯ
มเมวํ ภาวิตํ จิตฺตํ กุโต มํ ทุกฺขเมสฺสตีติ ฯ
ขิตโก ๑ เถโร ฯ
จิตของใครตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ดังภูเขา ไม่กำหนัดแล้วในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคืองผู้ใดอบรมจิตได้อย่างนี้ ทุกข์จักมาถึงผู้นั้นแต่ที่ไหน จิตของเราตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ดังภูเขา จิตของเราไม่กำหนัดแล้วในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง เราอบรม
จิตได้แล้วอย่างนี้ ทุกข์จักมาถึงเราแต่ที่ไหนๆ
๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา
สุภาษิตแสดงการไม่ยอมแพ้กิเลส
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๗ น ตาว สุปิตุํ โหติ รตฺติ นกฺขตฺตมาลินี
ปฏิชคฺคิตุเมเวสา รตฺติ โหติ วิชานตา ฯ
หตฺถิกฺขนฺธาวปติตํ กุญฺชโร เจ อนุกฺกเม
สงฺคาเม เม มตํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว ปราชิโตติ ฯ
โสโณ โปฏิริยปุตฺโต ๑ เถโร ฯ
๑ ม. นิตโก ฯ
ราตรีอันประกอบด้วยฤกษ์มาลินีเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นราตรีเพื่อจะหลับโดยแท้ ราตรีเช่นนี้ ย่อมเป็นราตรีอันผู้รู้แจ้ง ปรารถนาแล้วเพื่อประกอบ
ความเพียร.
ครั้นพระโสณะได้ฟังดังนั้นก็สลดใจ ยังหิริและโอตตัปปะให้เข้าไปตั้งไว้แล้ว อธิษฐานอัพโภคาสิกังคธุดงค์ กระทำกรรมในวิปัสสนา ได้กล่าวคาถาที่ ๒ นี้ว่า
ถ้าช้างพึงเหยียบเราผู้ตกลงจากคอช้าง เราตายเสียในสงครามประเสริฐ
กว่า แพ้แล้ว เป็นอยู่จะประเสริฐอะไร.
๘. นิสภเถรคาถา
สุภาษิตแสดงความมุ่งหมายของการบวช
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ นิสภเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๘ ปญฺจ กามคุเณ หิตฺวา ปิยรูเป มโนรเม
สทฺธาย ฆรา นิกฺขมฺม ๒ ทุกฺขสฺสนฺตกโร ภเว ฯ
นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโตติ ฯ
นิสโภ เถโร ฯ
วิญญูชนละเบญจกามคุณอันน่ารัก น่ารื่นรมย์ใจแล้ว ออกบวชด้วยศรัทธาแล้วพึงทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เราไม่อยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ และเรา
มีสติสัมปชัญญะรอเวลาอันควรเท่านั้น.
๙. อุสภเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความฝัน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ อุสภเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๙ อมฺพปลฺลวสงฺกาสํ อํเส กตฺวาน จีวรํ
นิสินฺโน หตฺถิคีวายํ คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ฯ
หตฺถิกฺขนฺธโต โอรุยฺห สํเวคํ อลภึ ตทา
โสหํ ทิตฺโต ตทา สนฺโต ปตฺโต เม อาสวกฺขโยติ ฯ
อุสโภ เถโร ฯ
เราฝันว่าได้ห่มจีวรสีอ่อนเฉวียงบ่า นั่งบนคอช้าง เข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้าน พอเข้าไปก็ถูกมหาชนพากันมารุมมุงดูอยู่ จึงลงจากคอช้างกลับลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ครั้งนั้น ได้ความสลดใจว่า ความฝันนี้เราไม่มีสติสัมปชัญญะนอนหลับฝันเห็นแล้ว ครั้งนั้น เราเป็นผู้กระด้างด้วยความมัวเมาเพราะชาติสกุล ได้ความสังเวชแล้ว ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ.
๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา
สุภาษิตเตือนตนมิให้ง่วงเหงา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ กัปปฏกุรเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 51 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๑๐ อยมิติ กปฺปโฏ กปฺปฏกุโร
อจฺฉาย อจฺจํภราย ๓
อมตฆฏิกายํ ธมฺมกฏปตฺโต ๔
กฏปทํ ฌานานิ โอเจตุํ ฯ
มา โข ตฺวํ กปฺปฏ ปจาเลสิ
มา ตํ ๕ อุปกณฺณกมฺหิ ๖ ตาเฬสฺสํ
น หิ ตฺวํ กปฺปฏ มตฺตมญฺญาสิ
สงฺฆมชฺฌมฺหิ ปจลายมาโนติ ฯ
กปฺปฏกุโร เถโร ฯ
อุทฺทานํ
มิคสิโร สิวโก จ อุปวาโณ จ ปณฺฑิโต
อิสิทินฺโน จ กจฺจาโน ขิตโก จ มหาวสี
โปฏิริยปุตฺโต นิสโภ อุสโภ กปฺปฏกุโรติ ฯ
วคฺโค จตุตฺโถ ฯ
๑ โป. คิริปุตฺโต ฯ ๒ ยุ. สทฺธาย อภินิกฺขมฺม ฯ ๓ ม. ยุ. อติภริตาย ฯ
๔ ม. ยุ. ธมฺมกฏมตฺโต ฯ ๕ ม. ตฺวํ ฯ ๖ ม. อุปกณฺณมฺหิ ฯ
กัปปฏกุรภิกษุเกิดความวิตกผิดว่า เราจักนุ่งห่มผ้าผืนนี้แล้วจักเลี้ยงชีพตามมีตามเกิด เมื่อน้ำใสคืออมตธรรมของเรา มีอยู่เต็มเปี่ยมในหม้ออมตะเราเอาบาตรตักน้ำคืออมตธรรมใส่หม้ออมตะ เพื่อสั่งสมณานทั้งหลายดูกรกัปปฏะ ท่านอย่ามานั่งโงกง่วงอยู่ด้วยคิดว่า จักฟังธรรม เมื่อเราแสดงธรรมอยู่ในที่ใกล้หูของท่านเช่นนี้ ท่านอย่ามัวนั่งโงกง่วงอยู่ ดูกรกัปปฏะ ท่านนั่งโงกง่วงอยู่ในท่ามกลางสงฆ์เช่นนี้ ไม่รู้จักประมาณเลย.
__________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระมิคสิรเถระ ๒. พระสิวกเถระ
๓. พระอุปวาณเถระ ๔. พระอิสิทินนเถระ
๕. พระสัมพหุลกัจจานเถระ ๖. พระขิตกเถระ
๗. พระโสณปฏิริยปุตตเถระ ๘. พระนิสภเถระ
๙. พระอุสภเถระ ๑๐. พระกัปปฏกุรเถร.
จบ วรรคที่ ๔
End of วรรคที่ ๔