พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · ทสกนิบาต
๖. อุปเสนวังคันตปุตตเถรคาถา เล่ม ๒๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๗๕ (Royal Thai)6/7 in ทสกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๖. อุปเสนวังคันตปุตตเถรคาถา
คาถาสุภาษิตของพระอุปเสนวังคันตปุตตเถระ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทสกนิบาต อุปเสนวังคันตปุตตเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๖ วิวิตฺตํ อปฺปนิคฺโฆสํ วาฬมิคนิเสวิตํ
เสเว เสนาสนํ ภิกฺขุ ปฏิสลฺลานการณา ฯ
สงฺการปุญฺชา อาหตฺวา สุสานา รถิยาหิ จ
ตโต สงฺฆาฏิกํ กตฺวา ลูขํ ธาเรยฺย จีวรํ ฯ
นีจํ มนํ กริตฺวาน สปทานํ กุลา กุลํ
ปิณฺฑิกาย จเร ภิกฺขุ คุตฺตทฺวาโร สุสํวุโต ฯ
ลูเขนปิ จ ๓ สนฺตุสฺเส นาญฺญํ ปตฺเถ รสํ พหุํ
รเสสุ อนุคิทฺธสฺส ฌาเน น รมตี มโน ฯ
อปฺปิจฺโฉ เจว สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต วเส มุนิ
อสํสฏฺโฐ คหฏฺเฐหิ อนาคาเรหิ จูภยํ ฯ
ยถา ชโฬ จ มูโค จ อตฺตานํ ทสฺสเย ตถา
นาติเวลํ ปภาเสยฺย ๑ สงฺฆมชฺฌมฺหิ ปณฺฑิโต ฯ
น โส อุปวเท กญฺจิ อุปฆาตํ วิวชฺชเย
สํวุโต ปาติโมกฺขสฺมึ มตฺตญฺญู จสฺส โภชเน ฯ
สุคฺคหีตนิมิตฺตสฺส จิตฺตสฺสุปฺปาทโกวิโท
สมถํ อนุยุญฺเชยฺย กาเลน จ วิปสฺสนํ ฯ
วิริยสาตจฺจสมฺปนฺโน ยุตฺตโยโค สทา สิยา
น จ อปฺปตฺวา ทุกฺขนฺตํ ๒ วิสฺสาสํ เอยฺย ปณฺฑิโต ฯ
เอวํ วิหรมานสฺส สุทฺธิกามสฺส ภิกฺขุโน
ขิยฺยนฺติ อาสวา สพฺเพ นิพฺพุติญฺจาธิคจฺฉตีติ ฯ
อุปเสโน วงฺคนฺตปุตฺโต เถโร ฯ
๑ ม. มรณาย ฯ ๒ ม. วตฺตเต ฯ ๓ ม. ลูเขนปิ วา ฯ
ภิกษุส้องเสพเสนาสนะอันสงัด ปราศจากเสียงอื้ออึง เป็นที่อยู่อาศัยแห่งสัตว์ร้ายเพราะการหลีกออกเร้นเป็นเหตุ ภิกษุพึงเก็บผ้ามาจากกองหยากเยื่อ จากป่าช้า จากตรอกน้อยตรอกใหญ่ แล้วทำเป็นผ้านุ่งห่มพึงทรงจีวรอันเศร้าหมอง ภิกษุควรทำใจให้ต่ำ คุ้มครองทวาร สำรวมดีแล้ว เที่ยวไปบิณฑบาต ตามลำดับตรอก คือ ตามลำดับสกุล ภิกษุพึงยินดีด้วยของๆ ตน แม้จะเป็นของเศร้าหมอง ไม่พึงปรารถนารสอาหารอย่างอื่นมาก เพราะใจของบุคคลผู้ติดในรสอาหาร ย่อมไม่ยินดีในฌาน ภิกษุควรเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย สันโดษ ชอบสงัด เป็นมุนี ไม่คลุกคลีด้วยพวกคฤหัสถ์ และพวกบรรพชิตทั้งสอง ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต ควรแสดงตนให้เป็นคนบ้าและคนใบ้
ไม่ควรพูดมากในท่ามกลางสงฆ์ ไม่ควรเข้าไปกล่าวว่าใครๆ ควรละเว้นการเข้ากระทบกระทั่ง เป็นผู้สำรวมในพระปาติโมกข์ และพึงเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ เป็นผู้ฉลาดในการเกิดขึ้นแห่งจิต มีนิมิตอันถือเอาแล้วพึงประกอบสมถะและวิปัสสนาตามเวลาอันสมควรอยู่เนืองๆ พึงเป็นบัณฑิตผู้ถึงพร้อมด้วยความเพียรเป็นนิตย์ เป็นผู้ประกอบภาวนาทุกเมื่อ ด้วยความตั้งใจว่า ถ้ายังไม่ถึงที่สุดทุกข์ ไม่พึงถึงความวางใจ อาสวะทั้งปวงของภิกษุ ผู้ปรารถนาความบริสุทธิ์
เป็นอยู่อย่างนี้ ย่อมสิ้นไป และภิกษุนั้นย่อมบรรลุนิพพาน.
End of ๖. อุปเสนวังคันตปุตตเถรคาถา