arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · ทสกนิบาต

๔. จูฬปันถกเถรคาถา เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๗๓ (Royal Thai)4/7 in ทสกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๔. จูฬปันถกเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระจูฬปันถกเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทสกนิบาต จูฬปันถกเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๔ ทนฺธา มยฺหํ คตี อาสิ ปริภูโต ปุเร อหํ

ภาตา จ มํ ปณาเมสิ คจฺฉทานิ ตุวํ ฆรํ ฯ

โสหํ ปณามิโต สนฺโต สงฺฆารามสฺส โกฏฺฐเก

ทุมฺมโน ตตฺถ อฏฺฐาสึ สาสนสฺมึ อเปกฺขวา ฯ

ภควา ตตฺถ อาคจฺฉิ สีสํ มยฺหํ ปรามสิ

พาหายํ มํ คเหตฺวาน สงฺฆารามํ ปเวสยิ ฯ

อนุกมฺปาย เม สตฺถา ปาทาสิ ปาทปุญฺฉนึ

เอตํ สุทฺธํ อธิฏฺเฐหิ เอกมนฺตํ สฺวธิฏฺฐิตํ ฯ

ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา วิหาสึ สาสเน รโต

สมาธึ ปฏิปาเทสึ อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ฯ

ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

สหสฺสกฺขตฺตุํ อตฺตานํ นิมฺมินิตฺวาน ปนฺถโก

นิสีทิ อมฺพวเน ๑ รมฺเม ยาว กาลปฺปเวทนํ ฯ

ตโต เม สตฺถา ปาเหสิ ทูตํ กาลปฺปเวทกํ

ปเวทิตมฺหิ กาลมฺหิ เวหาสานุปสงฺกมึ ฯ

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท เอกมนฺตํ นิสีทหํ

นิสินฺนํ มํ วิทิตฺวาน อถ สตฺถา ปฏิคฺคหิ ฯ

อายาโค สพฺพโลกสฺส อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

ปุญฺญกฺเขตฺตํ มนุสฺสานํ ปฏิคฺคณฺหิตฺถ ทกฺขิณนฺติ ฯ

จูฬปนฺถโก เถโร ฯ

๑ ม. เตน ฯ ๒ ม. ยุ. นาสฺส ฯ

Royal Thai

เมื่อก่อน ญาณคติเกิดแก่เราช้า เราจึงถูกดูหมิ่น และพี่ชายจึงขับไล่เราว่า จงกลับไปเรือนเดี๋ยวนี้เถิด เราถูกพี่ชายขับไล่แล้วไปยืนร้องไห้อยู่ที่ใกล้ซุ้มประตูสังฆาราม เพราะยังมีความอาลัยในศาสนาพระผู้มีพระภาคได้เสด็จมา ณ ที่นั้น ทรงลูบศีรษะเรา ทรงจับแขนเราพาเข้าไปสู่สังฆาราม พระศาสดาทรงอนุเคราะห์ ประทานผ้าเช็ดพระบาทให้แก่เรา ตรัสว่า จงอธิษฐานผ้าสะอาดผืนนี้ให้ตั้งมั่นดีโดยมนสิการว่ารโชหรณํๆ ผ้าสำหรับเช็ดธุลีๆ จงตั้งจิตให้มั่น นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่งเราฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว เกิดความยินดีในศาสนา ได้บำเพ็ญสมาธิให้เกิดขึ้นเพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด เราระลึกถึงชาติ

ก่อนๆ ได้ ชำระทิพยจักษุให้หมดจดแล้ว ได้บรรลุวิชชา ๓คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำสำเร็จแล้ว พระจูฬปันถกเถระได้เนรมิตตนขึ้นพันหนึ่ง นั่งอยู่ที่ชีวกัมพวันอันรื่นรมย์ จนถึงเวลาเขามาบอกนิมนต์ ครั้งนั้น พระศาสดาทรงส่งทูตไปบอกเวลาภัตตาหารแก่เรา เมื่อทูตบอกเวลาภัตตาหารแล้ว เราได้เข้าไปเฝ้าโดยอากาศ ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว นั่งณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ลำดับนั้น พระศาสดาทรงรับรองเราผู้ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ เราเป็นผู้ควรบูชาของโลกทั้งปวง เป็นผู้ควรรับของอันเขานำมาบูชา เป็นนาบุญแห่งหมู่มนุษย์ ได้รับ

ทักษิณาทานแล้ว.

End of ๔. จูฬปันถกเถรคาถา