arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · ทสกนิบาต

๓. มหากัปปินเถรคาถา เล่ม ๒๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๗๒ (Royal Thai)3/7 in ทสกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๓. มหากัปปินเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระมหากัปปินเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทสกนิบาต มหากัปปินเถรคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 52 · Chaloem Phrakiat Volume 26)

Pali (Siam Rath)

๓ อนาคตํ โย ปฏิกจฺจ ปสฺสติ

หิตญฺจ อตฺถํ อหิตญฺจ ตํ ทฺวยํ

วิทฺเทสิโน ตสฺส หิเตสิโน วา

รนฺธํ น ปสฺสนฺติ สเมกฺขมานา ฯ

อานาปานสตี ยสฺส ปริปุณฺณา สุภาวิตา

อนุปุพฺพํ ปริจิตา ยถา พุทฺเธน เทสิตา

โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ

โอทาตํ วต เม จิตฺตํ อปฺปมาณํ สุภาวิตํ

นิพทฺธํ ปคฺคหีตญฺจ สพฺพา โอภาสเต ทิสา ฯ

ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา

ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ ฯ

ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี ปญฺญา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี

ปญฺญาสหิโต นโร อิธ อปิ ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ ฯ

นายํ อชฺชตโน ธมฺโม นจฺเฉโร นปิ อพฺภุโต

ยตฺถ ชาเยถ มีเยถ ตตฺถ กึ วิย อพฺภุตํ ฯ

อนนฺตรํ หิ ชาตสฺส ชีวิตา มรณํ ธุวํ

ชาตา ชาตา มรนฺตีธ เอวํธมฺมา หิ ปาณิโน ฯ

น เหตทตฺถาย มตสฺส โหติ

ยํ ชีวิตตฺถํ ปรโปริสานํ

มตมฺหิ รุณฺณํ น ยโส น โสกฺยํ ๑

น วณฺณิตํ สมณพฺราหฺมเณหิ ฯ

จกฺขุํ สรีรํ อุปหนฺติ โรณฺณํ ๑

นิหิยฺยติ วณฺณพลํ มตี จ

อานนฺทิโน ตสฺส ทิสา ภวนฺติ

หิเตสิโน จสฺส ๒ สุขี ภวนฺติ ฯ

ตสฺมา หิ อิจฺเฉยฺย กุเล วสนฺเต

เมธาวิโน เจว พหุสฺสุเต จ

เยสํ หิ ปญฺญาวิภเวน กิจฺจํ

ตรนฺติ นาวาย นทึว ปุณฺณนฺติ ฯ

มหากปฺปิโน เถโร ฯ

๑ ม. ยุ. โลกยํ ฯ

Royal Thai

ผู้ใดพิจารณาเห็นแจ้งหรือแสวงหาประโยชน์ ย่อมพิจารณาเห็นกิจทั้งสอง คือ ที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ อันยังไม่มาถึงได้ก่อนอมิตรหรือศัตรูของผู้นั้น ซึ่งคอยแสวงหาช่องอยู่ไม่ทันเห็น ผู้นั้นเรียกว่า ผู้มีปัญญา ผู้ใดเจริญอานาปาณสติให้บริบูรณ์ด้วยดีแล้วอบรมแล้วโดยลำดับ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์เพ็ญออกจากกลีบเมฆฉะนั้นจิตของเราผ่องใสแล้วหนอ อบรมดีแล้ว หาประมาณมิได้ เป็นจิตประคองไว้แล้วเป็นนิตย์ ย่อมยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว บุคคลผู้มีปัญญาถึงจะสิ้นทรัพย์ ก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นได้แน่แท้ ส่วนบุคคลผู้ไม่มีปัญญาถึงจะมีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้ ปัญญาเป็นเครื่องตัดสินสิ่งที่ตนฟังมาแล้ว เป็นเครื่องเจริญชื่อเสียงและความสรรเสริญ นรชน

ในโลกนี้ ผู้ประกอบด้วยปัญญา แม้ในเวลาที่ตนตกทุกข์ ก็ย่อมได้รับความสุข ธรรมนี้มิใช่มีในวันนี้ ไม่ใช่น่าอัศจรรย์และไม่ใช่เคยมีมาแล้ว แต่ดูเหมือนเป็นของที่ไม่เคยมีในโลก ซึ่งเป็นที่เกิดที่ตาย เมื่อสัตว์เกิดมาแล้ว ก็มีความเป็นอยู่กับความตายแน่แท้ สัตว์ที่เกิดมาแล้วๆ ในโลกนี้ ย่อมตายไปทั้งนั้นเพราะสัตว์ทั้งหลายมีอย่างนี้เป็นธรรมดา ชีวิตอันใดเป็นประโยชน์แก่บุรุษเหล่าอื่น ชีวิตอันนั้นย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ตายไปแล้วอันการร้องไห้ถึงผู้ที่ตายไปแล้ว ย่อมไม่ทำให้เกิดผล ไม่ทำให้เกิดความสรรเสริญ สมณะและพรหมณ์ไม่สรรเสริญเลย การร้องไห้ย่อมเบียดเบียนจักษุและร่างกาย ทำให้เสื่อมวรรณะ กำลังและความคิด ชนทั้งหลายผู้เป็นข้าศึกย่อมมีจิตยินดี ส่วนชนผู้เป็นมิตรก็พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย เพราะฉะนั้น บุคคลพึงปรารถนาท่านผู้เป็นนักปราชญ์ เป็นพหูสูต ให้อยู่ในสกุลของตน เพราะกิจทุกอย่างจะสำเร็จได้ ด้วยกำลังปัญญาของท่านที่เป็นนักปราชญ์และเป็นพหูสูตเท่านั้น เหมือนบุคคลข้ามแม่น้ำอันเต็มฝั่ง ด้วยเรือ

ฉะนั้น.

End of ๓. มหากัปปินเถรคาถา