arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๓ (Royal Thai)3/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระโกณฑัญญพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ โกณฑัญญพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 33, pp. 596–601

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร

ได้มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงมีพระเดชหาที่สุดมิได้

มีพระยศประมาณมิได้ มีพระคุณประมาณมิได้

และยากที่จะกระทบกระทั่งได้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงเปรียบดังแผ่นดินโดยขันติธรรม

เปรียบดังสาครโดยศีล

เปรียบดังภูเขาสิเนรุโดยสมาธิ

เปรียบดังท้องฟ้าโดยปัญญา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงประกาศธรรมที่ควรประกาศคืออินทรีย์ พละ โพชฌงค์ มรรค

อริยสัจ ในกาลทุกเมื่อ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงประกาศพระธรรมจักร

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๑

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จากนั้น เมื่อทรงแสดงพระธรรมในสมาคมของเทวดาและมนุษย์

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ

ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคราวที่พระองค์เมื่อทรงแสดงธรรมย่ำยีพวกเดียรถีย์

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ได้มีการประชุมพระสาวกผู้เป็นขีณาสพ

ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระขีณาสพจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๑

พระขีณาสพจำนวน ๑,๐๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๒

พระขีณาสพจำนวน ๙๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น เราเป็นพระมหากษัตริย์มีนามว่าวิชิตาวี

แผ่ความเป็นใหญ่ไปโดยมีมหาสมุทรสาครเป็นขอบเขต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้อังคาสภิกษุประมาณ ๑๐,๐๐๐ โกฏิ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้ปราศจากมลทิน

พร้อมด้วยพระผู้ทรงเป็นที่พึ่งอันเลิศของสัตว์โลก

ให้อิ่มหนำด้วยอาหารอันประณีต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้พระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะพระองค์นั้น

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ก็ทรงพยากรณ์เราว่า

ในกัปอันนับประมาณมิได้นับจากกัปนี้ไป

เขาจักเป็นพุทธเจ้าในโลก

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร

บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้น จักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราเมื่อจะทำประโยชน์นั้นให้สำเร็จ

จึงได้ถวายราชสมบัติอันใหญ่หลวงแก่พระชินเจ้า

ครั้นแล้วก็ออกบวชในสำนักของพระองค์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้เล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย

อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวง

แล้วช่วยประกาศศาสนาของพระชินเจ้าให้รุ่งเรือง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ในคำสั่งสอนนั้นทั้งในเวลานั่ง

ยืนและเดิน ถึงความสำเร็จอภิญญาแล้ว ได้ไปเกิดยังพรหมโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรุงชื่อว่ารัมมวดี กษัตริย์พระนามว่าสุนันทะเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าสุชาดา เป็นพระชนนี

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๑๐,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือสุจิปราสาท สุรุจิปราสาท และสุภปราสาท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีนางสนมกำนัล ๓๐๐,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่ารุจิเทวี

พระราชโอรสพระนามว่าวิชิตเสนะ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงราชพาหนะคือรถออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหาวีระพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักรแก่เทวดา

และมนุษย์ทั้งหลาย ณ ป่ามหาวัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระภัททเถระและพระสุภัททเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอนุรุทธะเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระติสสาเถรีและพระอุปติสสาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นขานางเป็นต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โสณอุบาสกและอุปโสณอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทาอุบาสิกาและสิริมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหามุนีพระองค์นั้นทรงมีพระวรกายสูง ๘๘ ศอก

ทรงงดงามดังดวงจันทร์ในวันเพ็ญ

และดังดวงอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมทนีดลงามวิจิตรด้วยพระขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน

เมทนีนั้นงามเหมือนท้องฟ้าที่วิจิตรไปด้วยหมู่ดาว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระอรหันต์ผู้ประเสริฐแม้เหล่านั้น

มีคุณหาประมาณมิได้ ไม่กำเริบ หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก

ท่านผู้มียศเหล่านั้น แสดงประดุจสายฟ้าฟาด ปรินิพพานแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฤทธิ์ของพระชินเจ้าไม่มีที่เปรียบ

สมาธิอันปัญญาอบรมดีแล้ว

ทุกอย่างอันตรธานไปพร้อมกันแล้ว

สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ ผู้ทรงพระสิริ

เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ นันทาราม

พระเจดีย์ของพระองค์สูง ๗ โยชน์

ณ นันทารามนั้น ฉะนี้แล

โกณฑัญญพุทธวงศ์ที่ ๒ จบ

End of ๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์