arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ทุกนิบาต · สันถวรรค

๘. สกุณัคฆิชาดก เล่ม ๒๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๘๕–๑๘๖ (Royal Thai)8/10 in สันถวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค สกุณัคฆิชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 57 · Chaloem Phrakiat Volume 27)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 27, pp. 84–85

Page 84

๗. สมิทธิชาดก (๑๖๗)

ว่าด้วยผู้ไม่ประมาทเวลาตาย

(เทพธิดาประเล้าประโลมดาบสโพธิสัตว์ว่า)

{๑๘๓} [๑๘๓] ดูก่อนภิกษุ ท่านยังไม่ทันได้บริโภคกาม เลย ก็มาเที่ยวภิกษาเสีย ท่านจะบริโภคกามเสียก่อนแล้วจึงเที่ยวภิกษา ไม่ดีกว่าหรือ ดูก่อนภิกษุ ท่านจงบริโภคกามเสียก่อนแล้วจึงเที่ยวภิกษาเถิด เวลาบริโภคกามอย่าล่วงเลยท่านไปเสีย(ดาบสโพธิสัตว์กล่าวว่า)

{๑๘๔} [๑๘๔] เราไม่รู้เวลาตายโดยแท้ เวลาตายยังปกปิดอยู่ หาปรากฏไม่ เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บริโภคกามก่อนแล้วมาเที่ยวภิกษา เวลา ทำสมณธรรมอย่าล่วงเลยเราไปเสีย

๘. สกุณัคฆิชาดก (๑๖๘)

ว่าด้วยเหยี่ยวนกเขา

(พระบรมศาสดาตรัสเล่าเรื่องเหยี่ยวนกเขากับนกมูลไถว่า)

{๑๘๕} [๑๘๕] เหยี่ยวนกเขาบินโผลงเต็มที่ด้วยหมายใจว่าจะเฉี่ยวเอานกมูลไถ ซึ่งจับอยู่ที่ชายดงเพื่อหาเหยื่อ ได้ถึงก้อนดินโดยฉับพลัน เพราะเหตุนั้น จึงถึงความตาย

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า ภิกษุ ในที่นี้เป็นคำร้องเรียกดาบสโพธิสัตว์ ซึ่งมีความหมายว่า ผู้เที่ยวขอภิกษา
  2. ๒บริโภคกาม หมายถึงร่วมใช้สอยโภคสมบัติพร้อมกับบุตรภรรยาของตนหรือเสพกามครบทั้ง๒ ประเภท คือ วัตถุกามหรือกามคุณ ๕ และกิเลสกาม (นัย วิ.อ. ๑/๒๑๒, องฺ.ทุก.อ. ๕๐, ขุ.ชา.อ. ๓/๕๕) โดยปริยายหมายถึงคฤหัสถ์ผู้มีครอบครัวหรือมีคู่อยู่ครองเรือน ซึ่งต้องยุ่งอยู่กับกามคุณ ๕ ประจำ
Page 85

(นกมูลไถออกมายืนบนอกเหยี่ยวนกเขาที่ตายไปแล้วอุทานว่า)

{๑๘๖} [๑๘๖] เรานั้นเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอุบายวิธียินดีแล้วในที่หากินซึ่งสืบ เนื่องมาจากบิดา เห็นอยู่ซึ่งประโยชน์ของตน ปราศจากศัตรู เบิกบานใจอยู่

๙. อรกชาดก (๑๖๙)

ว่าด้วยศาสดาอรกะสอนการแผ่เมตตา

(พราหมณ์โพธิสัตว์ออกบวชเป็นฤๅษี เป็นผู้ได้ฌานที่มีพรหมวิหารธรรม ๔ เป็นอารมณ์ เป็นศาสดาชื่อว่าอรกะ อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ สั่งสอน หมู่ฤๅษีอยู่ เมื่อประกาศอานิสงส์เมตตา ได้กล่าว ๒ คาถาเหล่านี้ว่า){๑๘๗} [๑๘๗] ผู้ใดแลอนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวงด้วยจิตเมตตาหาประมาณมิได้ ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ และเบื้องขวาง โดยประการทั้งปวง

{๑๘๘} [๑๘๘] จิตเกื้อกูลหาประมาณมิได้ชื่อว่าผู้นั้นอบรมให้บริบูรณ์ดีแล้ว กรรม ใดที่เขาทําแล้วพอประมาณ กรรมนั้นจักไม่เหลืออยู่ในจิตของ บุคคลนั้น

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ในที่นี้ เบื้องบน หมายถึงตั้งแต่พื้นดินขึ้นไปจนถึงพรหมโลกชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ หรือ กำหนดเอาท้องฟ้าขึ้นไป เบื้องล่าง หมายถึงตั้งแต่พื้นดินลงไปจนถึงอุสสทมหานรก หรือกำหนด เอาพื้นดินลงไป เบื้องขวาง หมายถึงโลกมนุษย์ หรือกำหนดถึงทิศรอบตัวต่าง ๆ (ขุ.ชา.อ. ๓/๖๐, ที.ปา.อ. ๒๔๗, ม.ม.อ. ๑๙๐, องฺ.ทสก.อ. ๓๓๓)
  2. ๒กรรม ... พอประมาณ หมายถึงกามาวจรกรรม คือการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปในกามาวจรภูมิ หรือการ กระทำที่อยูในระดับจิตที่ท่องเที่ยวอยู่ในกามภพคืออบาย ๔ โลกมนุษย์ ๑ สวรรค์ ๖ (ขุ.ชา.อ. ๓/๖๐)

End of ๘. สกุณัคฆิชาดก