arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · วีสตินิบาต

๘. องคุลิมาลเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในวีสตินิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๘. องคุลิมาลเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระองคุลิมาลเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา วีสตินิบาต องคุลิมาลเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๘ คจฺฉํ วเทสิ สมณ ฐิโตมฺหิ

มมญฺจ พฺรูสิ ฐิตมฏฺฐิโตติ

ปุจฺฉามิ ตํ สมณ เอตมตฺถํ

กสฺมา ฐิโต ตฺวํ อหมฏฺฐิโตมฺหิ ฯ

ฐิโต อหํ องฺคุลิมาล สพฺพทา

สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ

ตุวญฺจ ปาเณสุ อสญฺญโตสิ

ตสฺมา ฐิโตหํ ตุวมฏฺฐิโตสิ ฯ

จิรสฺสํ วต เม มหิโต มเหสิ

มหาวนํ สมโณ ปจฺจุปาทิ

โสหํ จชิสฺสามิ สหสฺสปาปํ

สุตฺวาน คาถํ ตว ธมฺมยุตฺตํ ฯ

อิจฺเจว โจโร อสิมาวุธญฺจ

โสพฺเภ ปปาเต นรเก อนฺวกาสิ

อวนฺทิ โจโร สุคตสฺส ปาเท

ตตฺเถว ปพฺพชฺชมยาจิ พุทฺธํ ฯ

พุทฺโธ จ โข การุณิโก มเหสิ

โย สตฺถา โลกสฺส สเทวกสฺส

ตเมหิ ภิกฺขูติ ตทา อโวจ

เอเสว ตสฺส อหุ ภิกฺขุภาโว ฯ

โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ๑ ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ

โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ

ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ กุสเลน ปิถียติ

โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ

โย หเว ทหโร ภิกฺขุ ยุญฺชตี พุทฺธสาสเน

โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา ฯ

ทิสา หิ เม ธมฺมกถํ สุณนฺตุ

ทิสา หิ เม ยุญฺชนฺตุ พุทฺธสาสเน จ ๒

ทิสา หิ เม เต มนุสฺเส ภชนฺตุ

เย ธมฺมเมวาทปยนฺติ สนฺโต ฯ

ทิสา หิ เม ขนฺติวาทานํ อวิโรธปฺปสํสินํ

สุณนฺตุ ธมฺมํ กาเลน ตญฺจ อนุวิธียนฺตุ ฯ

น หิ ชาตุ โส มมํ หึเส อญฺญํ วา ปน กญฺจินํ ๓

ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตึ รกฺเขยฺย ตสถาวเร ฯ

อุทกํ หิ นยนฺติ เนตฺติกา

อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ

ทารุํ นมยนฺติ ตจฺฉกา

อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา ฯ

ทณฺเฑเนเก ทมยนฺติ องฺกุเสหิ กสาหิ จ

อทณฺเฑน อสตฺเถน อหํ ทนฺโตมฺหิ ตาทินา ฯ

อหึสโกติ เม นามํ หึสกสฺส ปุเร สโต

อชฺชาหํ สจฺจนาโมมฺหิ น นํ หึสามิ กญฺจินํ ฯ

โจโร อหํ ปุเร อาสึ องฺคุลิมาโลติ วิสฺสุโต

วุยฺหมาโน มโหเฆน พุทฺธํ สรณมาคมํ ฯ

โลหิตปาณี ปุเร อาสึ องฺคุลิมาโลติ วิสฺสุโต

สรณาคมนํ ปสฺส ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ

ตาทิสํ กมฺมํ กตฺวาน พหุํ ทุคฺคติคามินํ

ผุฏฺโฐ กมฺมวิปาเกน อนโณ ภุญฺชามิ โภชนํ ฯ

ปมาทมนุยุญฺชนฺติ พาลา ทุมฺเมธิโน ชนา

อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ ฯ

มา ปมาทมนุยุญฺเชถ มา กามรติสนฺถวํ

อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ ปรมํ สุขํ ฯ

สฺวาคตํ นาปคตํ เนตํ ทุมฺมนฺติตํ มม

สํวิภตฺเตสุ ธมฺเมสุ ยํ เสฏฺฐํ ตทุปาคมํ ฯ

สฺวาคตํ นาปคตํ เนตํ ทุมฺมนฺติตํ มม

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

อรญฺเญ รุกฺขมูเล วา ปพฺพเตสุ คุหาสุ วา

ตตฺถ ตตฺเถว อฏฺฐาสึ อุพฺพิคฺคมนโส ตทา ฯ

สุขํ สยามิ ฐายามิ สุขํ กปฺเปมิ ชีวิตํ

อหตฺถปาโส มารสฺส อโห สตฺถานุกมฺปิโต ฯ

พฺรหฺมชจฺโจ ปุเร อาสึ อุทิจฺโจ อุภโต อหุํ ๑

โสชฺช ปุตฺโต สุคตสฺส ธมฺมราชสฺส สตฺถุโน ฯ

วีตตโณฺห อนาทาโน คุตฺตทฺวาโร สุสํวุโต

อฆมูลํ วธิตฺวาน ๒ ปตฺโต เม อาสวกฺขโย ฯ

ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ

โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตาติ ฯ

องฺคุลิมาโล เถโร ฯ

๑ ยุ. โย ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวาน ฯ ๒ ม. ยุ. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ โป ม. กิญฺจนํ ฯ

ฉบับหลวง

พระองคุลิมาลเถระ สมัยเมื่อยังเป็นโจร ได้กล่าวคาถากราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าดูกรสมณะ ท่านสิกำลังเดินอยู่ กลับกล่าวว่า เราหยุดแล้ว ส่วนข้าพเจ้าหยุดแล้ว ท่านกลับกล่าวว่าไม่หยุด ดูกรสมณะ ข้าพเจ้าขอถามความข้อนี้กะท่าน ท่านกำลังเดินอยู่เพราะเหตุไร ท่านจึงกล่าวว่าหยุดแล้ว

ข้าพเจ้าสิหยุดแล้ว ท่านกลับกล่าวว่าไม่หยุด?

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ดูกรองคุลิมาล เราวางอาชญาในสัตว์ทั้งปวงแล้ว ส่วนท่านสิยังไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย ฉะนั้น เราจึงชื่อว่าหยุดแล้ว ส่วนท่านชื่อว่ายังไม่หยุด.

องคุลิมาลโจรกราบทูลว่า

พระองค์เป็นสมณะที่ชาวโลกกับทั้งเทวโลกบูชาด้วยเครื่องบูชามากมาย ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เพิ่งจะเสด็จมาถึงป่าใหญ่เพื่อโปรดข้าพระองค์โดยกาลนานหนอ ข้าพระองค์ได้สดับพระคาถา ซึ่งประกอบด้วยเหตุผล

ของพระองค์แล้ว จักละเลิกบาปกรรมตั้งพันเสีย.

พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวคาถาไว้ ๒ คาถา ความว่า

ครั้นองคุลิมาลโจรกราบทูลดังนี้แล้ว ก็โยนดาบและอาวุธทั้งหมดทิ้งลงในหนองน้ำ บ่อน้ำและในเหว ได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระสุคตเจ้า แล้วทูลขอบรรพชากะพระพุทธเจ้า ณ ที่นั้นเอง ทันใดนั้นแลพระพุทธเจ้าประกอบไปด้วยพระมหากรุณา ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่เป็นศาสดาของโลกกับทั้งเทวโลก ได้ตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด เท่านี้ความเป็นภิกษุได้มีแก่องคุลิมาลโจรนั้น ในขณะนั้นทีเดียว.

เมื่อท่านพระองคุลิมาลได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว ได้บรรลุอรหัตแล้วเสวยวิมุตติสุขอยู่เกิดปีติโสมนัส ได้กล่าวคาถาด้วยสามารถอุทานนี้ ความว่า

ผู้ใดเคยประมาทในตอนต้น ภายหลังเขาไม่ประมาท ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอก ฉะนั้น บาปกรรมที่ทำไว้แล้ว อันผู้ใดย่อมปิดกั้นไว้ด้วยกุศล ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอก ฉะนั้น ภิกษุใดแล แม้จะยังหนุ่ม ประกอบความขวนขวายในพระพุทธศาสนา ภิกษุนั้น ย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอก ฉะนั้น ก็ผู้ที่เป็นข้าศึกต่อเรา ขอจงฟังธรรมกถาที่เราได้ฟังแล้วในสำนักของพระศาสดา ขอจงประกอบความขวนขวายในพระพุทธศาสนา ขอจงคบหากับมนุษย์ผู้เป็นสัตบุรุษ ซึ่งถือมั่นแต่ธรรมอย่างเดียว ก็ผู้ที่เป็นข้าศึกต่อเรา ขอเชิญฟังธรรมของท่านผู้กล่าวสรรเสริญความอดทน

ผู้มีปกติสรรเสริญความไม่พิโรธ ตามเวลาอันสมควร และขอจงปฏิบัติตามธรรมอันสมควรแก่ธรรมนั้นเถิด ขออย่าเบียดเบียนเราและชาวประชาหรือว่าสัตว์อื่นใดเลย พึงบรรลุความสงบอย่างเยี่ยม และพึงรักษาสัตว์ทั้งปวงให้เป็นเหมือนบุตรที่รักเถิด ก็ชาวนาที่ต้องการน้ำย่อมไขน้ำไปช่างศรย่อมดัดลูกศร ช่างไม้ย่อมถากไม้ บัณฑิตย่อมฝึกตน คนบางพวกฝึกช้างและม้าเป็นต้น ด้วยท่อนไม้บ้าง ด้วยขอบ้าง ด้วยแซ่บ้าง ส่วนเราเป็นผู้อันพระศาสดาผู้คงที่ทรงฝึกแล้ว โดยไม่ได้ทรงใช้อาญาและศาตรา เมื่อก่อนเรามีชื่อว่า อหิงสกะ ผู้ไม่เบียดเบียน แต่เรายังเบียดเบียนผู้อื่นอยู่ วันนี้เราเป็นผู้มีชื่อจริง ไม่เบียดเบียนใคร

แต่ก่อนเราเป็นโจรลือชาทั่วไปว่า องคุลิมาล ถูกห้วงน้ำใหญ่พัดไปจนได้มาพบพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งเข้า ครั้งก่อน เรามีมือเปื้อนด้วยโลหิตลือชื่อไปทุกทิศว่า องคุลิมาล แต่บัดนี้ องคุลิมาลได้มาพบพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งเข้าแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพน้อยภพใหญ่ขึ้นได้แล้ว เราได้ทำกรรมเช่นนั้นอันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติเป็นอันมาก จึงต้องมารับผลกรรมที่ทำไว้ แต่บัดนี้เราบริโภคโภชนะโดยไม่เป็นหนี้ คนพาลผู้มีปัญญาทราม ย่อมประกอบตามความประมาท ส่วนนักปราชญ์ ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐสุด ฉะนั้น ท่านทั้งหลายอย่าประกอบตามความประมาท อย่าประกอบความสนิทสนมด้วยความยินดีในกาม

เพราะว่าผู้ไม่ประมาทเพ่งพินิจอยู่ ย่อมถึงความสุขอันไพบูลย์ การที่เรามาสู่สำนักของพระศาสดาเป็นการมาดีแล้ว มิใช่ว่าเป็นการมาไม่ดี การที่เราคิดจะบวชในสำนักของพระศาสดานี้ ก็ไม่ใช่เป็นความคิดที่เลวเลย เพราะเป็นการเข้าถึงธรรมอันประเสริฐ ในธรรมทั้งหลายที่พระศาสดาทรงจำแนกดีแล้ว การที่เรามาสู่สำนักของพระศาสดานี้ เป็นการมาดีแล้ว มิใช่ว่าเป็นการมาไม่ดี การที่เราคิดจะมาบวชในสำนักของพระศาสดานี้ ก็ไม่ใช่เป็นความคิดที่เลวเลย เพราะเราได้บรรลุวิชชา ๓ ตามลำดับ ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้วแต่ก่อนเราอยู่ในป่า โคนไม้ ภูเขา หรือในถ้ำทุกๆ แห่ง มีใจหวาดเสียวอยู่เป็นนิตย์ เราผู้อันพระศาสดาทรงอนุเคราะห์แล้วไม่ไปในบ่วงมาร จะยืนเดินนั่งนอนก็เป็นสุข เมื่อก่อนเรามีเชื้อชาติเป็นพราหมณ์มีครรภ์เป็นที่ถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย บัดนี้ เราเป็นโอรสของพระสุคตศาสดา ผู้เป็นธรรมราชา เราเป็นผู้ปราศจากตัณหาแล้ว ไม่ถือมั่น คุ้มครองทวารสำรวมดีแล้ว เราตัดรากเง่าของทุกข์ได้แล้ว บรรลุถึงความสิ้นอาสวะแล้ว เรามีความคุ้นเคยกับพระศาสดา ทำคำสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำ

ไปสู่ภพขึ้นแล้ว.

จบ ๘. องคุลิมาลเถรคาถา