arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต · วรรคที่ ๓

๘. ภารตเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๘๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในวรรคที่ ๓มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๓ ภารตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๓๙๓–๓๙๔

หน้า ๓๙๓

๗. นันทกเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับความพลาดพลั้ง

นัยว่า ท่านพระนันทกเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า

{๒๘๔}[๑๗๓] โคอาชาไนยตัวงามถึงพลาดล้มแล้วก็ลุกตั้งตัวได้ ได้ความสังเวชอย่างยิ่งแล้ว ไม่ท้อถอยนำภาระต่อไป ฉันใด[๑๗๔] ท่านทั้งหลายจงทรงจำข้าพเจ้าว่าเป็นอาชาไนย ผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะ เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบุตรผู้เกิดแต่อุระของพระพุทธเจ้า ฉันนั้น

๘. ภารตเถรคาถา

สุภาษิตชี้ผลการบวช

นัยว่า ท่านพระภารตเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า

{๒๘๕}[๑๗๕] มาเถิด นันทกะ พวกเราไปยังสำนักของพระอุปัชฌาย์ กัน จักบันลือลีหนาทเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ[๑๗๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นมุนีทรงเอ็นดูบวชให้พวกเราเพื่อประโยชน์อันใด ประโยชน์อันนั้น ได้แก่ความสิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวงพวก เราก็ได้บรรลุแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พระอุปัชฌาย์ ในที่นี้หมายถืงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งควรที่จะเรียกว่า พระอุปัชฌาย์ตามความหมายที่แท้จริง เพราะทรงคอยเพ่งดูสิ่งที่เป็นโทษและมิใช่โทษของชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก ด้วย ทรงใช้พระสมันตจักษุและพระพุทธจักษุพิจารณาดูตามความเป็นจริงถีงอัธยาศัยและจริตเป็นต้น ของเหล่าสัตว์ (ขุ.เถร.อ. ๑/๔๖๔)
หน้า ๓๙๔

๙. ภารทวาชเถรคาถา

สุภาษิตเกี่ยวกับความชนะ

นัยว่า ท่านพระภารทวาชเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า

{๒๘๖}[๑๗๗] ธีรชนผู้มีปัญญาชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ชื่อว่าผู้พิชิตสงคราม ยอมบันลือสีหนาทดังราชสีห์ในถ้ำภูเขาฉะนั้น[๑๗๘] เราได้ทำความคุ้นเคยกับพระศาสดาแล้ว พระธรรมและ พระสงฆ์เราได้บูชาแล้ว และเราดีใจเพราะเห็นบุตร หมดอาสวะ

๑๐. กัณหทินนเถรคาถา

สุภาษิตชี้ผลการปฎิบัติธรรม

นัยว่า ท่านพระกัณหทินนเถระได้ภาษิตคาถาไว้ ๒ คาถาอย่างนี้ว่า

{๒๘๗}[๑๗๙] สัตบุรุษทั้งหลายเราเข้าไปหาแล้ว ธรรมทั้งหลายเราฟังแล้วเนืองนิจ ครั้นฟังธรรมแล้วจักดำเนินไปสู่ทางอันหยั่งลงสู่อมตธรรม[๑๘๐] เมื่อเรามีสติ กำจัดความกำหนัดยินดีในภพได้แล้ว ความกำหนัดยินดีในภพย่อมไม่มีแก่เราอีก ไม่ได้มีแล้วในอดีต จักไม่มีในอนาคต และแม้ในบัดนี้ก็ไม่มีแก่เราเลย

จบ ตติยวรรค

จบ ๘. ภารตเถรคาถา