arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · ปัญจกนิบาต

๔. สมุนเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๒ ในปัญจกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา ปัญจกนิบาต สมุนเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๔๓๕–๔๓๖

หน้า ๔๓๕

๔. สุมนเถรคาถา

สุภาษิตแสดงผลการปฏิบัติธรรม

นัยว่า ท่านพระสุมนเถระ(เมื่อพยากรณ์อรหัตตผล)ได้ภาษิตคาถาไว้ ๕ คาถาอย่างนี้ว่า

{๓๓๘}[๓๓๐] บรรดาธรรมทั้งหลาย ท่านพระอุปัชฌาย์ปรารถนาธรรมใดเพื่อกระผม จึงอนุเคราะห์กระผมผู้ปรารถนาอมตนิพพาน กิจที่ควรทำเพื่อบรรลุธรรมนั้น กระผมก็ได้ทำเสร็จแล้ว[๓๓๑] ธรรมคือมรรคและผลกระผมก็ได้บรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว เห็นประจักษ์แล้วด้วยตนเอง กระผมมีญาณอันบริสุทธิ์ หมดความสงสัย จึงได้พยากรณ์ในสำนักของท่าน[๓๓๒] กระผมรู้ขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน ชำระทิพยจักขุ ญาณหมดจดแล้ว บรรลุประโยชน์ของตนได้แล้ว ทำ ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว[๓๓๓] สิกขา ๓ กระผมผู้ไม่ประมาทอยู่ได้ศึกษาดีแล้วในคำสอนของท่าน อาสวะทั้งปวงของกระผมสิ้นแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีกต่อไป

[๓๓๔] ท่านเป็นผู้มีความเอ็นดู อนุเคราะห์สั่งสอนกระผมด้วย วัตรอันประเสริฐ โอวาทของท่านไม่ไร้ประโยชน์ กระผม ได้ศึกษาอยู่ในสำนักของท่าน

หน้า ๔๓๖

๕. วัฑฒเถรคาถา

สุภาษิตสรรเสริญมารดา

นัยว่า ท่านพระวัฑฒเถระ(เมื่อพยากรณ์อรหัตตผล)ได้ภาษิตคาถาไว้ ๕ คาถากึ่งอย่างนี้ว่า

{๓๓๙}[๓๓๕] ดีหนอ โยมแม่ภิกษุณีของเราที่ได้มอบปฏักคือคำเตือน แก่เรา ซึ่งเป็นเหตุให้เราผู้ถูกโยมแม่พร่ำสอนแล้วรับฟัง คำของท่านมาปรารภความเพียร มีจิตมุ่งพระนิพพาน จนได้บรรลุโพธิญาณอันสูงสุด[๓๓๖] เราเป็นพระอรหันต์ เป็นทักขิไณยบุคคล มีวิชชา ๓ ได้ เห็นอมตธรรม ชนะเสนาแห่งมาร ไม่มีอาสวะอยู่

[๓๓๗] อาสวะของเราที่มีแล้วทั้งภายในทั้งภายนอกเราได้ตัดขาด จนหมดสิ้นไม่มีเหลือแล้ว และจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

[๓๓๘] โยมแม่ภิกษุณีของเราเป็นผู้แกล้วกล้า จึงได้กล่าว ข้อความนี้กะเรา ท่านไม่เชยชมแม้ในเราผู้เป็นลูก กิเลส อันเป็นดังหมู่ไม้ในป่าของท่านคงจะไม่มีเป็นแน่[๓๓๙] ทุกข์เราทำให้สิ้นสุดได้แล้ว ร่างกายนี้เป็นชาติสุดท้าย สังสารวัฏคือการเกิดการตายก็เป็นครั้งสุดท้าย บัดนี้ภพ ใหม่ไม่มีอีกต่อไป

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑กิเลส อันเป็นดังหมู่ไม้ในป่า หมายถึงตัณหา (ขุ.เถร.อ. ๒)

จบ ๔. สมุนเถรคาถา