arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา · จุททสกนิบาต

๑. เรวตเถรคาถา เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในจุททสกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เถรคาถาย จุทฺทสกนิปาโต

เถรคาถา จุททสกนิบาต

๑. เรวตเถรคาถา

คาถาสุภาษิตของพระเรวตเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา จุททสกนิบาต เรวตเถรคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑ ยทา อหํ ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ

นาภิชานามิ สงฺกปฺปํ อนริยํ โทสสํหิตํ ฯ

อิเม หญฺญนฺตุ วชฺฌนฺตุ ทุกฺขํ ปปฺโปนฺตุ ปาณิโน

สงฺกปฺปํ นาภิชานามิ อิมสฺมึ ทีฆมนฺตเร ฯ

เมตฺตญฺจ อภิชานามิ อปฺปมาณํ สุภาวิตํ

อนุปุพฺพํ ปริจิตํ ยถา พุทฺเธน เทสิตํ ฯ

สพฺพมิตฺโต สพฺพสโข สพฺพภูตานุกมฺปโก

เมตฺตํ จิตฺตญฺจ ภาเวมิ อพฺยาปชฺฌรโต สทา ฯ

อสํหีรํ อสํกุปฺปํ จิตฺตํ อาโมทยามหํ

พฺรหฺมวิหารํ ภาเวมิ อกาปุริสเสวิตํ ฯ

อวิตกฺกํ สมาปนฺโน สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก

อริเยน ตุณฺหีภาเวน อุเปโต โหติ ตาวเท ฯ

ยถาปิ ปพฺพโต เสโล อจโล สุปฺปติฏฺฐิโต

เอวํ โมหกฺขยา ภิกฺขุ ปพฺพโตว น เวธติ ฯ

อนงฺคณสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สุจิคเวสิโน

วาลคฺคมตฺตํ ปาปสฺส อพฺภมตฺตํว ขายติ ฯ

นครํ ยถา ปจฺจนฺตํ คุตฺตํ สนฺตรพาหิรํ

เอวํ โคเปถ อตฺตานํ ขโณ โว มา อุปจฺจคา ฯ

นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ

กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ นิพฺพิสํ ภตโก ยถา ฯ

นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ

กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโต ฯ

ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ

โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ

ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ

โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ

สมฺปาเทถปฺปมาเทน เอสา เม อนุสาสนี

หนฺทาหํ ปรินิพฺพิสฺสํ วิปฺปมุตฺโตมฺหิ สพฺพธีติ ฯ

เรวโต เถโร ฯ

ฉบับหลวง

นับแต่เราออกบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ไม่รู้สึกถึงความดำริอันไม่ประเสริฐประกอบด้วยโทษเลย ในระยะกาลนานที่เราบวชอยู่นี้ เราไม่รู้สึกถึงความดำริว่า ขอให้สัตว์เหล่านั้น จงถูกฆ่า ถูกเขาเบียดเบียน จงได้รับทุกข์ เรารู้สึกแต่การเจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ อบรมสั่งสมดีแล้วโดยลำดับ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว เราได้เป็นมิตรเป็นสหายของสัตว์ทั้งปวง เป็นผู้อนุเคราะห์สัตว์ทั้งปวง ยินดีแล้วในการไม่เบียดเบียน เจริญเมตตาจิตอยู่ทุกเมื่อ เรายังจิตอันไม่ง่อนแง่นไม่กำเริบให้บันเทิงอยู่ เจริญพรหมวิหารอันบุรุษผู้เลวทรามไม่ซ่องเสพสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้เข้าทุติยฌานอันไม่มีวิตกวิจารประกอบด้วยความเป็นผู้นิ่งเป็นอริยะ

โดยแท้จริง ภูเขาศิลาล้วนไม่หวั่นไหว ตั้งอยู่คงที่ แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น ย่อมไม่หวั่นไหวดุจบรรพตเพราะสิ้นโมหะ ความชั่วแม้มีประมาณเท่าปลายขนทราย ย่อมปรากฏเหมือนประมาณท่าหมอกเมฆ แก่ท่านผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ผู้แสวงหาความสะอาดเป็นนิตย์ เมืองหน้าด่านเป็นเมืองอันเขาคุ้มครองแล้วทั้งภายในและภายนอก ฉันใด ท่านทั้งหลายจงคุ้มครองตนฉันนั้นเถิดขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย เราไม่ยินดีต่อความตาย ไม่เพลิดเพลินต่อความเป็นอยู่ แต่เรารอเวลาตาย เหมือนลูกจ้างคอยให้หมดเวลาทำงานฉะนั้น เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะ รอท่าเวลาตาย พระศาสดาเราคุ้นเคยแล้วเราทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้วถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพแล้ว ได้บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการแล้ว บรรลุถึงความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด นี้เป็นคำสอนของเรา เราจักอำลาท่านทั้งหลายปรินิพพานในบัดนี้ เพราะเราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว

จากกิเลสทั้งปวง.

จบ ๑. เรวตเถรคาถา