arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มัญชิฏฐกวรรค

๙. ปีตวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๒ ในมัญชิฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรค ปีตวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๑๐๔–๑๐๖

หน้า ๑๐๔

[๗๙๒] อนึ่งในปราสาทของดิฉันนี้มีประทีปทองดวงใหญ่ส่องสว่างไสวเป็นนิจ ปราสาทของดิฉันรายล้อมไปด้วยต้นไม้ มีผลเป็นผ้าโดยรอบ[๗๙๓-๗๙๔] ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น ... และมีรัศมีกาย สว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น

จบ อัมพวิมานที่ ๘

๙. ปีตวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปีตวิมาน

(สมเด็จอัมรินทราธิราชตรัสถามนางเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

{๔๗}[๗๙๕] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้เจริญ ผู้มีผ้านุ่งห่มและธงล้วน แต่สีเหลือง ประดับประดาด้วยเครื่องอลังการเหลือง มีกาย อันลูบไล้ด้วยจุรณจันทน์เหลือง ทัดทรงดอก อุบลเหลือง[๗๙๖] มีปราสาท ที่นอน ที่นั่ง ภาชนะ ฉัตร รถ ม้า และ พัดล้วนแต่มีสีเหลือง

[๗๙๗] ดูก่อนแม่นางผู้เจริญ ชาติก่อนในภพมนุษย์เธอได้ทำกรรมอะไรไว้ ฉันถามเธอแล้ว ขอเธอจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร(นางเทพธิดานั้นทูลตอบว่า)

[๗๙๘] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มีเถาไม้ชนิดหนึ่งชื่อว่าบวบขม

หน้า ๑๐๕

ซี่งมีรสขม ไม่มีใครชอบ หม่อมฉันได้น้อมเอาดอกบวบขมนั้นจำนวน ๔ ดอก ไปบูชาพระสถูป

[๗๙๙] อุทิศต่อพระบรมสารีริกธาตุของพระบรมศาสดาด้วยจิตอันเลื่อมใส ส่งใจไปในพระบรมสารีริกธาตุของพระบรมศาสดานั้น จึงไม่ทันได้พิจารณาถึงหนทางที่มาแห่งแม่โค[๘๐๐] ทันใดนั้น แม่โคได้ขวิดหม่อมฉันผู้มีมโนรถยังไม่ถึงพระสถูปถึงตาย ถ้าหม่อมฉันได้สั่งสมบุญนั้นไซร้ หม่อมฉัน พึงได้ทิพยสมบัติยิ่งกว่านี้เป็นแน่[๘๐๑] ข้าแต่ท้าวมัฆวานจอมเทพผู้เทพกุญชร หม่อมฉันละอัตภาพมนุษย์แล้วจึงได้เข้าถึงความเป็นสหายกับพระองค์ เพราะกรรมนั้น[๘๐๒] ท้าวมัฆวานผู้เป็นอธิบดีแห่งไตรทศเทพ ผู้เทพกุญชร ได้ทรงสดับเนื้อความนี้แล้ว เมื่อจะทรงยังทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ให้เลื่อมใส จึงตรัสกะมาตลีเทพบุตรว่า[๘๐๓] ดูก่อนมาตลี ท่านจงดูผลแห่งกรรมอันวิจิตรน่าอัศจรรย์นี้ ทานวัตถุที่นางเทพธิดานี้ทำแล้ว แม้จะน้อย แต่บุญกลับมีผลมาก

[๘๐๔] เมื่อจิตเลื่อมใสในพระตถาคตสัมพุทธเจ้า ในพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือในสาวกของพระตถาคต ทักษิณาทาน ชื่อว่ามีผลไม่น้อยเลย

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ผู้เทพกุญชร หมายถึงท้าวสักกะผู้ทรงเป็นดุจกุญชร (ช้าง) ในหมู่ทวยเทพ เพราะทรงเป็นผู้มีความ พิเศษเหนือกว่าเทวดาทั่วไปด้วยพระกำลังและความเพียรพยายามเป็นต้น ( ขุ.วิ.อ. ๒๓๒)
หน้า ๑๐๖

[๘๐๕] มาเถิดมาตลี แม้เราทั้งหลายก็พึงรีบเร่งบูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระตถาคตให้ยิ่ง ๆ ขึ้นเถิด เพราะการสั่งสมบุญย่อมนำสุขมาให้

[๘๐๖] เมื่อพระตถาคตจะยังทรงพระชนม์อยู่หรือเสด็จปรินิพพาน ไปแล้วก็ตาม เมื่อจิตมีสมํ่าเสมอ ผลก็มีสมํ่าเสมอ เพราะเหตุที่ตั้งจิตไว้ชอบ สัตว์ทั้งหลายจึงไปสู่สุคติกัน

[๘๐๗] ทายกทายิกาทั้งหลาย ได้ทำสักการบูชาในพระตถาคต เหล่าใดไว้แล้วย่อมไปสู่สวรรค์ พระตถาคตเหล่านั้น ย่อมเสด็จอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมากหนอ

จบ ปีตวิมานที่ ๙

๑๐. อุจฉุวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุจฉุวิมาน

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

{๔๘}[๘๐๘] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านมีสิริ มีผิวพรรณเปล่งปสั่ง มียศและเดช สว่างไสวรุ่งเรืองทั่วแผ่นดินรวมทั้ง เทวโลก เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เหมือนท้าวมหาพรหม รุ่งเรืองอยู่ในหมู่เทพชั้นไตรทศพร้อมทั้งพระอินทร์[๘๐๙] อาตมาขอถามท่านผู้ทัดทรงดอกอุบล ประดับด้วยพวงมาลัยแก้ว มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับประดาอาภรณ์สวยงาม นุ่งห่มผ้าอย่างดี ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้เลอโฉม ท่านเป็นใครมาไหว้อาตมาอยู่

จบ ๙. ปีตวิมาน