พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มัญชิฏฐกวรรค
๙. ปีตวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๒ ในมัญชิฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๙. ปีตวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปีตวิมาน
สมเด็จอัมรินทราธิราชตรัสถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรค ปีตวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๙ ปีตวตฺเถ ปีตธเช ปีตาลงฺการภูสิเต
ปีตจนฺทนลิตฺตงฺเค ปีตุปฺปลมธารินี
ปีตปาสาทสยเน ปีตาสเน ปีตโภชเน ๑
ปีตฉตฺเต ปีตรเถ ปีตสฺเส ปีตวีชเน
กึ กมฺมํ อกรี ภทฺเท ปุพฺเพ มานุสเก ภเว
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ
โกสาตกี ๑ นาม ลตตฺถิ ภนฺเต ติตฺติกา อนภิชฺฌิตา
ตสฺสา จตฺตาริ ปุปฺผานิ ถูปํ อภิหรึ อหํ่
สตฺถุ สรีรํ อุทฺทิสฺส วิปฺปสนฺเนน เจตสา
นาสฺส มคฺคํ อเวกฺขิสฺสํ ตทงฺคมนสา สตี
ตโต มํ อวธิ คาวี ถูปํ อปฺปตฺตมานสํ
ตญฺจาหํ อภิสญฺเจยฺยํ ภิยฺโย ๒ นูน อิโต สิยา
เตน กมฺเมน เทวินฺท มฆวา เทวกุญฺชร
ปหาย มานุสํ เทหํ ตว สหพฺยตมาคตาติ ฯ
อิทํ สุตฺวา ติทสาธิปติ มฆวา เทวกุญฺชโร
ตาวตึเส ปสาเทนฺโต มาตลึ เอตทพฺรวิ
ปสฺส มาตลิ อจฺเฉรํ จิตฺตํ กมฺมผลํ อิทํ
อปฺปกมฺปิ กตํ เทยฺยํ ปุญฺญํ โหติ มหปฺผลํ
นตฺถิ จิตฺเต ปสนฺนมฺหิ อปฺปกา นาม ทกฺขิณา
ตถาคเต วา สมฺพุทฺเธ อถ วา ตสฺส สาวเก
เอหิ มาตลิ อเมฺหปิ ภิยฺโย ภิยฺโย ๒ มเหมฺหเส ๓
ตถาคตสฺส ธาตุโย สุโข ปุญฺญานมุจฺจโย
ติฏฺฐนฺเต นิพฺพุเต วาปิ สเม จิตฺเต สมํ ผลํ
เจโตปณิธิเหตู หิ สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคฺคตึ
พหุนฺนํ วต อตฺถาย อุปฺปชฺชนฺติ ตถาคตา
ยตฺถ การํ กริตฺวาน สคฺคํ คจฺฉนฺติ ทายกาติ ฯ
ปีตวิมานํ นวมํ ฯ
๑ ม. ปีตภาชเน ฯ
๑ ยุ. โกสาติกี ฯ ๒ ยุ. ภีโย ฯ ๓ ม. ยุ. มเหมเส ฯ
ดูกรนางเทพธิดาผู้เจริญ ผู้นุ่งห่มผ้าล้วนแล้วด้วยสีเหลือง มีธงก็เหลืองตกแต่งด้วยเครื่องอลังการเหลือง มีกายอันลูบไล้ด้วยจุณจันทน์เหลืองทัดทรงดอกบัวหลวง มีปราสาทอันแล้วด้วยทองคำ มีที่นอนและที่นั่งสีเหลือง ทั้งภาชนะที่รองรับขาทนียะและโภชนียะสีเหลือง มีฉัตรสีเหลืองรถสีเหลือง มีม้าและพัดล้วนแล้วสีเหลือง เมื่อชาติก่อนท่านเป็นมนุษย์ได้กระทำบุญอะไรไว้ ฉันถามท่านแล้วขอท่านจงบอก นี้เป็นผล
แห่งกรรมอะไร
นางเทพธิดาตอบว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้น้อมนำเอาดอกบวบขมซึ่งมีรสขมไม่มีใครชอบ จำนวน ๔ ดอก ไปบูชาพระสถูปตั้งจิตอุทิศต่อพระบรมธาตุของพระบรมศาสดา ด้วยจิตอันเลื่อมใสกำลังส่งใจไปในพระบรมธาตุของพระศาสดานั้น ไม่ทันได้พิจารณาถึงหนทางที่มาแห่งแม่โค ทันใดนั้น แม่โคได้ขวิดหม่อมฉันผู้มีความปรารถนาแห่งใจยังไม่ถึงพระสถูปถ้าหม่อมฉันได้สั่งสมบุญนั้นไซร้ หม่อมฉันพึงได้ทิพยสมบัติยิ่งกว่านี้เป็นแน่ ข้าแต่ท้าวมัฆวานจอมเทพผู้เทพกุญชร เพราะบุญกรรมนั้นหม่อมฉันละอัตภาพมนุษย์แล้ว จึงได้มาอภิรมย์อยู่กับพระองค์ท้าวมัฆวานผู้เป็นอธิบดีแห่งทศเทพผู้ทรงเทพกุญชร ได้ทรงสดับเนื้อความนี้แล้ว เมื่อจะทรงยังทวยเทพเจ้าชาวดาวดึงส์สวรรค์ให้เลื่อมใส ได้ตรัสกะมาตลีเทพบุตรว่า
ดูกรมาตลี จงดูผลแห่งกรรมอันวิจิตรน่าอัศจรรย์นี้ ทานวัตถุแม้มีประมาณน้อยอันนางเทพธิดานี้ทำแล้ว ย่อมเป็นบุญมีผลมาก เมื่อจิตเลื่อมใสในพระตถาคตสัมพุทธเจ้า ในพระปัจเจกพุทธเจ้าหรือในสาวกของพระตถาคต ทักษิณา ย่อมไม่เชื่อว่ามีผลน้อยเลย มาเถิดมาตลี แม้เราทั้งหลายพึงรีบเร่งบูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระตถาคตให้ยิ่งๆ ขึ้นเถิด เพราะการสั่งสมบุญย่อมนำสุขมาให้ เมื่อพระตถาคตจะยังทรงพระชนม์อยู่ หรือเสด็จปรินิพพานไปแล้วก็ตาม เมื่อจิตสม่ำเสมอผลก็ย่อมสม่ำเสมอ เพราะเหตุที่ตั้งจิตไว้ชอบธรรม สัตว์ทั้งหลายย่อมไปสู่สุคติ ทายกทั้งหลายได้กระทำสักการะบูชาในพระตถาคตเหล่าใดไว้แล้ว ย่อมไปสู่สวรรค์ พระตถาคตเหล่านั้นย่อมเสด็จอุบัติขึ้น เพื่อ
ประโยชน์แก่ชนเป็นอันมากหนอ.
จบ ปีตวิมานที่ ๙.
จบ ๙. ปีตวิมาน