พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มัญชิฏฐกวรรค
๑๐. อุจฉุวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๒ ในมัญชิฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๐. อุจฉุวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุจฉุวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรค อุจฉุวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๑๐ โอภาสยิตฺวา ปฐวึ สเทวกํ
อติโรจสิ จนฺทิมสุริยา วิย
สิริยา จ วณฺเณน ๑ ยเสน เตชสา
พฺรหฺมาว เทเว ติทเส สหินฺทเก
ปุจฺฉามิ ตํ อุปฺปลมาลธาริเนป
อาเวฬิเน กญฺจนสนฺนิภตฺตเจ
อลงฺกเต อุตฺตมวตฺถธาริเน
กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ ๒ [๓]
ทานํ สุจิณฺณํ อถ สีลสญฺญโม ๔
เกนูปปนฺนา สุคตึ ยสสฺสินี
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ
อิทานิ ภนฺเต อิมเมว คามํ
ปิณฺฑาย อมฺหาก ฆรํ อุปาคมิ
ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสึ ขณฺฑิกํ
ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยา
สสฺสุ จ ปจฺฉา อนุยุญฺชเต มมํ
กหํ นุ อุจฺฉฉ วธุ เต อวากริ
น ฉฑฺฑิตํ น ปน ขาทิตํ มยา
สนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส สยํ อทาสิหํ
ตุยฺหญฺจิทํ อิสฺสริยํ อโถ มม
อิติสฺส สสฺสุ ปริภาสเต มมํ
เลฑฺฑฑ คเหตฺวา ปหารํ อทาสิ เม
ตโต จุตา กาลกตมฺหิ เทวตา
ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา
สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา
เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ
โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ
ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา
สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา
เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา
สมปฺปิตา กามคุเณหิ ปญฺจหิ
เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ
มหาวิปากา มม อุจฺฉุทกฺขิณา
เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ
โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ
เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ
มหาชุติกา มม อุจฺฉุทกฺขิณา
เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา
สหสฺสเนตฺโตริว นนฺทเน วเน
ตุวญฺจ ภนฺเต อนุกมฺปกํ วิทุํ
อุเปจฺจ วนฺทึ กุสลญฺจ ปุจฺฉิมํ
ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสิ ขณฺฑิกํ
ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยาติ ฯ
อุจฺฉุวิมานํ ทสมํ ฯ
๑ สรีรวณฺเณนาติปิ ทิสฺสติ ฯ ๒ โป. ยุ. มม ฯ ๓ กึ ตฺวํ ปุเร กมฺมมกาสิ
อตฺตนา มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา ฯ ๔ ม. สีลสญฺญมํ ฯ
ท่านมีศิริ วรรณะ ยศ และเดช มีรัศมีส่องสว่างไปทั่วพื้นปฐพี ตลอดถึงเทวโลก งามไพโรจน์ ดังพระจันทร์และพระอาทิตย์และเหมือนท้าวมหาพรหม รวมทั้งสมเด็จอัมรินทราธิราช ผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพชั้นดาวดึงส์ อาตมาขอถามท่าน ดูกรนางเทพธิดาผู้งามทั่วสรรพรางค์ ทัดทรงพวงมาลัยอุบล มีช้องผมอันล้วนแล้วด้วยทอง มีผิวพรรณงดงามเปล่งปลั่งทอง ตกแต่งประดับประดาด้วยภูษาอันเป็นทิพย์ ท่านเป็นใครไหว้เราอยู่ ดูกรท่านผู้เรืองยศ ท่านได้บริจาคทาน หรือสำรวมในศีลอย่างไร จึงได้เข้าถึงสุคติ ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้วขอท่าน
โปรดบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร?
นางเทพธิดานั้นตอบว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ (เมื่อดิฉันอยู่ในมนุษยโลก) พระคุณเจ้าเข้าไปบิณฑบาตตามบ้านจนถึงเรือนของดิฉัน ขณะนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เต็มตื้นด้วยปีติหาประมาณมิได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า แต่ภายหลังแม่ผัวมาซักถามดิฉันว่า นางใจร้าย เจ้าเอาอ้อยไปไว้ที่ไหน ดิฉันตอบว่า ฉันไม่ได้เอาไปทิ้งและไม่ได้รับประทาน ได้ถวายแก่ภิกษุผู้มีความสงบด้วยตนเอง แม่ผัวได้บริภาษดิฉันว่า อ้อยนี้เป็นของข้าและข้าก็เป็นเจ้าของ ฉะนี้แล้ว คว้าได้ก้อนดินขว้างดิฉัน (จนตาย) เมื่อดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นแล้ว มาบังเกิดเป็นเทพธิดา เพราะเหตุที่ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้ ดิฉันจึงได้มาเสวยความสุขด้วยตนเอง ได้ร่วมบำรุงบำเรออยู่กับเทวดาทั้งหลาย
และร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ เพราะเหตุที่ดิฉันได้กระทำกุศลกรรมนั้น ดิฉันจึงมาเสวยสุขด้วยตนเอง อันท้าวเทวราชจอมเทพทรงคุ้มครอง อันเทวดาชาวไตรทศรักษาเพียบพร้อมด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ โอ ผลแห่งบุญนี้มิใช่นิดหน่อย การถวายอ้อยของดิฉันมีวิบากมากมาย ดิฉันได้ร่วมบำรุงบำเรออยู่กับเทวดาทั้งหลาย ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายอ้อยของดิฉัน มีผลอันรุ่งโรจน์มากดิฉันอยู่ในความคุ้มครองรักษาของท้าวเทวราช และชาวไตรทศทั้งหลายดังหนึ่งท้าวสหัสนัยน์ในสวนนันทวัน ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันระลึกถึงพระคุณเจ้าผู้มีพระคุณอนุเคราะห์ดิฉัน จึงเข้ามาสู่ที่ใกล้ถวายนมัสการถามถึงสุขทุกข์ ดิฉันมีจิตเลื่อมใสเต็มตื้นด้วยปีติเป็นล้นพ้น ได้ถวาย
ท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้าครั้งเป็นมนุษย์.
จบ อุจฉุวิมานที่ ๑๐
จบ ๑๐. อุจฉุวิมาน