พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค
๒. อุจฉุวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในปาริฉัตตกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒. อุจฉุวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุจฉุวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค อุจฉุวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๒ โอภาสยิตฺวา ปฐวึ สเทวกํ
อติโรจสิ จนฺทิมสุริยา วิย
สิริยา จ วณฺเณน ยเสน เตชสา
พฺรหฺมาว เทวิ ติทเส สหินฺทเก
ปุจฺฉามิ ตํ อุปฺปลมาลธารินิ
อาเวฬินิ กญฺจนสนฺนิภตฺตเจ
อลงฺกเต อุตฺตมวตฺถธารินิ
กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ
กึ ตฺวํ ปุเร กมฺมํ อกาสิ อตฺตนา
มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา
ทานํ สุจิณฺณํ อถ สีลสญฺญมํ
เกนูปปนฺนา สุคตึ ยสสฺสินี
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ
อิทานิ ภนฺเต อิมเมว คามํ
ปิณฺฑาย อมฺหากํ ฆรํ อุปาคมิ
ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสึ ขณฺฑิกํ
ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยา
สสฺสู จ ปจฺฉา อนุยุญฺชเต มมํ
กหนฺนุ อุจฺฉฉ วธุเก อวากริ
น ฉฑฺฑิตํ น จ ขาทิตํ มยา
สนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส สยํ อทาสิหํ
ตุยฺหํ อิทํ อิสฺสริยํ อโถ มมํ
อิติสฺสา สสฺสุ ปริภาสเต มมํ
ปีฐํ คเหตฺวา ปหารํ อทาสิ เม
ตโต จุตา กาลกตมฺหิ เทวตา
ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา
สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา
เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ
โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ
ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา
สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา
เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา
สมปฺปิตา กามคุเณหิ ปญฺจหิ
เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ
มหาวิปากา มม อุจฺฉุทกฺขิณา
เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ
โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ
เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ
มหาชุติกา มม อุจฺฉุทกฺขิณา
เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา
สหสฺสเนตฺโตริว นนฺทเน วเน
ตุวญฺจ ภนฺเต อนุกมฺปกํ วิทุํ
อุเปจฺจ วนฺทึ กุสลญฺจ ปุจฺฉิยา
ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสึ ขณฺฑิกํ
ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยาติ ฯ
อุจฺฉุวิมานํ ทุติยํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามนางเทพธิดานั้นด้วยคาถาความว่าดูกรนางเทพธิดา ท่านมีศิริ มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง มียศและเดช สว่างไสวไพโรจน์ทั่วแผ่นดินรวมทั้งเทวโลกเหมือนกับพระจันทร์และพระอาทิตย์ เป็นผู้ประเสริฐเหมือนท้าวมหาพรหม รุ่งเรืองกว่าเทพเจ้าเหล่าไตรทศพร้อมทั้งอินทร์ อาตมาขอถามท่านผู้ทัดทรงดอกอุบล ยินดีแต่พวงมาลัยประดับเศียร มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับประดาอาภรณ์สวยงามนุ่งห่มผ้าอย่างดี ดูกรนางเทพธิดาผู้เลอโฉม ท่านเป็นใครมาไหว้อาตมาอยู่ เมื่อก่อน ครั้งเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ด้วยตน ได้ให้ทานหรือรักษาศีลอย่างไรไว้ ท่านได้เข้าถึงสุคติ มีเกียรติยศ เพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามแล้วขอจงบอก
ผลนี้แห่งกรรมอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว กล่าวตอบด้วยคาถาความว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระเถระรูปหนึ่งเข้ามายังบ้านของดิฉันเพื่อบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์นี้ ทันใดนั้น ดิฉันมีจิตเลื่อมใส เพราะปีติสุดที่จะหาสิ่งใดมาเทียมได้ จึงได้ถวายท่อนอ้อยแก่ท่าน ภายหลังแม่ผัวได้ถามถึงท่อนอ้อยที่หายไปว่า ท่อนอ้อยหายไปไหน จึงตอบว่า ท่อนอ้อยนั้นดิฉันไม่ได้ทิ้ง ทั้งไม่ได้รับประทาน แต่ดิฉันได้ถวายแก่ภิกษุผู้สงบระงับทันใดนั้นแม่ผัวได้บริภาษดิฉันว่า เธอหรือฉันเป็นเจ้าของท่อนอ้อยนั้นว่าแล้วก็คว้าเอาตั่งฟาดดิฉันจนถึงตาย เมื่อดิฉันจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว จึงมาเกิดเป็นนางเทพธิดา ดิฉันได้ทำกุศลกรรมนั้นไว้อย่างเดียวเพราะกรรมนั้นเป็นเหตุ
ดิฉันจึงมาเสวยความสุขด้วยตนเอง เพียบพร้อมด้วยเทพเจ้าผู้รับใช้ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณ อนึ่งดิฉันได้ทำกุศลกรรมนั้นเท่านั้น เพราะกรรมนั้นเป็นเหตุ ดิฉันจึงมาเสวยความสุขด้วยตนเอง เป็นผู้ที่ท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครองแล้ว และเป็นผู้อันเทพเจ้าชาวไตรทศอารักขาด้วย จึงเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายท่อนอ้อยของดิฉันมีผลอันยิ่งใหญ่ ดิฉันเพียบพร้อมด้วยเทพเจ้าผู้รับใช้ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณ ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายท่อนอ้อยของดิฉันมีผลรุ่งเรืองมาก ดิฉันเป็นผู้ที่ท้าวสักกะจอมเทพทรงคุ้มครองแล้ว ทั้งเทพเจ้าชาวไตรทศก็ให้อารักขาด้วย ดังท้าวสหัสสนัยน์ในสวนนันทวันฉะนั้นข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ดิฉันเข้ามานมัสการท่านผู้มีความกรุณา มีปัญญารู้แจ้งและถามถึงความไม่มีโรคภัยด้วย เพราะฉะนั้น ดิฉันมีใจเลื่อมใสด้วยปีติสุดที่จะหาสิ่งใดๆ มาเทียบเคียงได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแก่
พระคุณเจ้าในครั้งนั้น.
จบ อุจฉุวิมานที่ ๒
จบ ๒. อุจฉุวิมาน