พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค
๙. วิสาลักขิวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในปาริฉัตตกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค วิสาลักขิวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๘๖–๘๘
๙. วิสาลักขิวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิสาลักขิวิมาน
(สมเด็จอัมรินทราธิราชตรัสถามนางสุนันทาเทพธิดาว่า)
{๓๗}[๖๖๖] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีนัยน์ตางาม เธอชื่ออะไร จึงมีหมู่เทพนารีแวดล้อม เดินวนเวียนอยู่รอบ ๆ ในสวนจิตรลดาอันน่ารื่นรมย์
[๖๖๗] เมื่อพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์จะเข้ามายังสวนนี้ ทั้งหมดล้วน ขึ้นม้า ขึ้นรถ ตบแต่งร่างกายวิจิตรงดงาม มาในที่นี้กัน
[๖๖๘] แต่เมื่อเธอมาถึงในที่นี้ เที่ยวชมสวนอยู่ สวนจิตรลดา ก็สว่างไสวด้วยรัศมีกาย ด้วยเหตุผลใด เธอจึงมีรูปร่าง เช่นนี้ ดูก่อนแม่เทพธิดา ฉันถามเธอแล้ว ขอเธอจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร(นางสุนันทาเทพธิดาผู้เป็นอัครชายาทูลตอบว่า)
[๖๖๙] ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ ผู้ทรงบำเพ็ญทาน มาแต่เก่าก่อน รูปร่าง คติ ฤทธิ์ และอานุภาพของหม่อมฉันย่อมมีด้วยกรรมอันใด ขอพระองค์จงทรงสดับ กรรมอันนั้น[๖๗๐] หม่อมฉันเป็นอุบาสิกามีนามว่าสุนันทา อยู่ในพระนครราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์ ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ยินดีในการจำแนกแจกทานทุกเมื่อ
[๖๗๑] หม่อมฉันได้ถวายผ้านุ่งห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะ และ ประทีปโคมไฟ ด้วยจิตเลื่อมใสในพระอริยเจ้าผู้ซื่อตรง
[๖๗๒] หม่อมฉันเข้าจำอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ในวัน ๑๔ ค่ำ วัน ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ คํ่าแห่งปักษ์ และ ในปาฏิหาริยปักษ์[๖๗๓] หม่อมฉันระมัดระวังในศีลอย่างเคร่งครัดตลอดกาลทุกเมื่อ ขณะที่อยู่ในวิมานหม่อมฉันก็มีความสำรวมจำแนกแจกทาน
[๖๗๔] หม่อมฉันยินดีในสิกขาบททั้ง ๕ คือ งดเว้นห่างไกลจากการ ฆ่าสัตว์ ๑ จากการลักทรัพย์ ๑ จากการประพฤติล่วงประเวณี ๑ จากการพูดเท็จ ๑ จากการดื่มนํ้าเมา ๑[๖๗๕] หม่อมฉันเป็นผู้ฉลาดในอริยสัจจธรรม เป็นอุบาสิกาของพระโคดมผู้ทรงมีพระจักษุ ผู้เรืองพระยศ
[๖๗๖] มีคนนำดอกไม้จากตระกูลบิดามาให้หม่อมฉันทุกวัน ดอกไม้ นั้นทั้งหมดทีเดียวหม่อมฉันได้บูชาไว้ที่พระสถูปที่บรรจุ พระบรมธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้า[๖๗๗] ในวันอุโบสถ หม่อมฉันก็มีจิตเลื่อมใสได้นำเอาพวงมาลัย ของหอม และเครื่องลูบไล้ไปบูชาพระสถูปของพระผู้มี พระภาคเจ้านั้นด้วยมือทั้งสองของตน[๖๗๘] ข้าแต่พระองค์ผู้จอมเทพ รูปร่าง คติ ฤทธิ์ และ อานุภาพเช่นนี้เกิดขึ้นแก่หม่อมฉันเพราะกรรมนั้น คือ ที่หม่อมฉันได้นำดอกไม้ไปบูชาพระสถูป[๖๗๙] ส่วนกรรมที่หม่อมฉันเป็นผู้มีศีลยังไม่เผล็ดผลก่อน ก็เพราะว่าหม่อมฉันมีความปรารถนาว่า‘เราพึงได้เป็น สกทาคามีบุคคล,
จบ วิสาลักขิวิมานที่ ๙
๑๐. ปาริฉัตตกวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำใหไปเกิดในปาริฉัตตกวิมาน
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
{๓๘}[๖๘๐] ดูก่อนแม่เทพธิดา ท่านเก็บดอกทองกวาวอันมีนามว่า ปาริฉัตตกะ ซึ่งหอมหวนยวนใจมาร้อยเป็นทิพยมาลา พลางขับร้องสำราญอยู่[๖๘๑] เมื่อท่านฟ้อนรำอยู่ เลียงทิพย์อันน่าฟังวังเวงใจ เปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่พร้อม ๆ กัน
[๖๘๒] เมื่อท่านฟ้อนรำอยู่ กลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ ก็ฟุ้งขจรออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุก ๆ ส่วน
[๖๘๓] เมื่อท่านพริ้วกายไปมา เครื่องประดับที่ช้องผม ก็ส่งเสียง ไพเราะเหมือนเสียงดนตรีเครื่องห้า
[๖๘๔] ต่างหูที่กระทบลมเข้าก็อันไหว ส่งเสียงไพเราะเหมือนเสียง ดนตรีเครื่องห้า
[๖๘๕] แม้กลิ่นแห่งดอกไม้ประดับศีรษะท่านก็หอมหวนชวน ให้ชื่นใจ หอมฟุ้งขจรไปทั่วทุกทิศ ดังต้นอุโลกฉะนั้น
- ๑หรือ ต้นมัญชูสกะ เป็นต้นไม้ที่ผลิดอกเบ่งบานแล้วส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรไปทั่วทิศไกลหลายโยชน์ กล่าวกันว่า ต้นไม้นี้ตั้งอยู่ตรงกล่างพื้นที่ที่กำหนดเป็นมณฑลสำหรับทำอุโบสถของเหล่าพระปัจเจกพุทธเจ้า ณ ภูเขาคันธมาทน์ ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมยิ่งบรรดามีทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก ล้วนบังเกิดที่ปลายกิ่งของต้นไม้นี้ ดังนั้น ต้นมัณชูสกะนี้จีงกล่าวกันว่าเป็นต้นไม้มีกลิ่นหอมหาที่ เปรียบมิได้ หรือต้นไม้ประจำสวรค์ (ขุ.วิ.อ. ๑๙๗) ต้นอุโสก ชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง เนื้อไม้ขาว ใช้ทำ ยาได้ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๑๕ หน้า ๙๕๘)
จบ ๙. วิสาลักขิวิมาน