พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · ปาริฉัตตกวรรค
๘. มัลลิกาวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในปาริฉัตตกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปาริฉัตตกวรรค มัลลิกาวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๖ หน้า ๘๔–๘๖
[๖๕๖] ดิฉันมีใจชื่นบาน ได้บูชาพระอุปติสสธรรมเสนาบดี (คือ พระสารีบุตร) ผู้ฉลาดในอรรถและธรรมที่น่ายกย่อง ผู้ที่ ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายบูชากันแล้ว มากไปด้วยคุณความดีมีศีลเป็นต้นหาประมาณมิได้ ซึ่งนิพพานไปแล้ว ด้วยสักการะคือดอกคำ[๖๕๗] ก็แหละครั้นบูชาพระเถระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้ถึงคติอันสูงสุดคืออนุปาทิเสสนิพพานธาตุแล้ว ผู้ดำรงร่าง เป็นชาติสุดท้าย ละกายมนุษย์นั้นแล้วจึงได้มาเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ชั้นไตรทศอยู่ประจำวิมานในเทวโลกนี้
จบ เสสวดีวิมานที่ ๗
๘. มัลลิกาวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในมัลลิกาวิมาน
(พระนารทเถระถามนางมัลลิกาเทพธิดาว่า)
{๓๖}[๖๕๘] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีผ้านุ่งห่มและธงล้วนสีเหลือง ประดับประดาด้วยเครื่องอลังการสีเหลือง ท่านถึงจะไม่ ประดับด้วยเครื่องผ้านุ่งเหลืองอร่ามเช่นนี้ ก็ยังงามโดยธรรมชาติ
[๖๕๙] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้สวมเกยูรทอง ประดับด้วยเครื่องประดับศีรษะทอง ปกปิดร่างด้วยข่ายทอง คล้องมาลัย รัตนะชนิดต่าง ๆ ท่านเป็นใครกันเล่า
[๖๖๐] มาลัยเหล่านั้นทำด้วยทองบ้าง ทับทิมบ้าง มุกดาบ้าง ไพฑูรย์บ้าง เพชรตาแมวผสมทับทิมบ้าง มาลัยรัตนะที่ ศีรษะและที่มือของท่านนี้มีความงามวิจิตรจากแก้วมณี ที่คล้ายตานกพิราบ[๖๖๑] ในพวงมาลัยเหล่านี้ เสียงแต่ละเสียงไพเราะเหมือนเสียงนกยูง เหมือนเสียงพญาหงส์ทองหรือเสียงนกการะเวก เสียงแห่งพวงมาลัยเหล่านั้นฟังเพราะพริ้งดุจเสียง ดนตรี เครื่องห้าที่พวกคนธรรพ์พากันบรรเลงแล้ว[๖๖๒] อนึ่ง รถของท่านก็งดงามมาก รูปทรงงามวิจิตรด้วยรัตนชาติต่าง ๆ ถูกจัดแต่งงดงามด้วยชิ้นส่วนหลายหลากสี
[๖๖๓] ท่านยืนอยู่บนรถซึ่งเหลืองอร่ามด้วยทองนั้นแล้ว ก็ทำให้ภูมิประเทศนั้นสว่างไสวไปด้วย ดูก่อนแม่เทพธิดา อาตมา ถามท่านแล้ว ขอให้ตอบด้วย นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร
(นางมัลลิกาเทพธิดาตอบว่า)
[๖๖๔] ข้าแต่พระคุณเจ้า สรีระของดิฉันนี้มีข่ายทองคำ งามด้วยแก้วมณีและทองคำ งามด้วยแก้วมุกดา ปกปิดด้วย ข่ายทองคำ ก็เพราะดิฉันมีจิตเลื่อมใสได้ปลูกศรัทธาบูชา พระโคดมบรมครูผู้ทรงพระคุณหาประมาณมิได้ ซึ่งเสด็จนิพพานไปแล้ว[๖๖๔] ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญแล้ว จึงสร่างโศก หมดโรคภัย ได้รับแต่ความ สุขกาย สุขใจ รื่นเริง บันเทิงใจเป็นนิจ
จบ มัลลิกาวิมานที่ ๘
๙. วิสาลักขิวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิสาลักขิวิมาน
(สมเด็จอัมรินทราธิราชตรัสถามนางสุนันทาเทพธิดาว่า)
{๓๗}[๖๖๖] ดูก่อนแม่เทพธิดาผู้มีนัยน์ตางาม เธอชื่ออะไร จึงมีหมู่เทพนารีแวดล้อม เดินวนเวียนอยู่รอบ ๆ ในสวนจิตรลดาอันน่ารื่นรมย์
[๖๖๗] เมื่อพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์จะเข้ามายังสวนนี้ ทั้งหมดล้วน ขึ้นม้า ขึ้นรถ ตบแต่งร่างกายวิจิตรงดงาม มาในที่นี้กัน
[๖๖๘] แต่เมื่อเธอมาถึงในที่นี้ เที่ยวชมสวนอยู่ สวนจิตรลดา ก็สว่างไสวด้วยรัศมีกาย ด้วยเหตุผลใด เธอจึงมีรูปร่าง เช่นนี้ ดูก่อนแม่เทพธิดา ฉันถามเธอแล้ว ขอเธอจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร(นางสุนันทาเทพธิดาผู้เป็นอัครชายาทูลตอบว่า)
[๖๖๙] ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ ผู้ทรงบำเพ็ญทาน มาแต่เก่าก่อน รูปร่าง คติ ฤทธิ์ และอานุภาพของหม่อมฉันย่อมมีด้วยกรรมอันใด ขอพระองค์จงทรงสดับ กรรมอันนั้น[๖๗๐] หม่อมฉันเป็นอุบาสิกามีนามว่าสุนันทา อยู่ในพระนครราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์ ถึงพร้อมด้วยศรัทธาและศีล ยินดีในการจำแนกแจกทานทุกเมื่อ
[๖๗๑] หม่อมฉันได้ถวายผ้านุ่งห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะ และ ประทีปโคมไฟ ด้วยจิตเลื่อมใสในพระอริยเจ้าผู้ซื่อตรง
จบ ๘. มัลลิกาวิมาน