พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · จิตตลดาวรรค
๒. ลขุมาวิมาน เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๑ ในจิตตลดาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๒. ลขุมาวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในลขุมาวิมาน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ จิตตลดาวรรค ลขุมาวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๒ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา
เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ...
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ
เกวฏฺฏทฺวารา นิกฺขมฺม อหุ มยฺหํ นิเวสนํ
ตตฺถ สํสรมานานํ สาวกานํ มเหสินํ
โอทนํ กุมฺมาสํ ฑากํ โลณโสวีรกญฺจหํ
อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา
จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี
ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ
อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเลสุ สํวุตา
สญฺญมา สํวิภาคา จ วิมานํ อาวสามหํ
ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา
เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา
ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจานโกวิทา
อุปาสิกา จกฺขุมโต โคตมสฺส ยสสฺสิโน
เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ...
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ
มม จ ภนฺเต วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺเทยฺยาสิ ลขุมา นาม ภนฺเต อุปาสิกา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ ภนฺเต ยํ มํ ภควา อญฺญตรสฺมึ สามญฺญผเล พฺยากเรยฺย ตํ ภควา สกทาคามิผเล พฺยากาสีติ ฯ
ลขุมาวิมานํ ทุติยํ ฯ
๑ โป. ม. ยุ. อลมฺพุสา มิสฺสเกสี จ ฯ
พระมหาโมคคัลลานเถระ เมื่อขณะท่องเที่ยวอยู่ ณ เทวสถานได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
ดูกรนางเทพธิดา ท่านเป็นผู้มีรัศมีงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทิศสถิตอยู่ ประดุจดาวประจำรุ่ง ฉะนั้น ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญกรรมอะไร ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เพราะบุญกรรมอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลื้มใจ ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่บ้านของดิฉันตั้งอยู่ใกล้กับประตูบ้านชาวประมง ดิฉันได้ถวายข้าวสุกขนมกุมมาส ผักดอง และน้ำเครื่องดื่ม เจือด้วยรสต่างๆ แก่พระสาวกทั้งหลายผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ยิ่ง ซึ่งออกจากประตูบ้านชาวประมงกำลังท่องเที่ยวไปในบ้านของดิฉันนั้น ประการหนึ่ง ดิฉันเป็นผู้มีจิตเลื่อมใสในพระอริยสาวกผู้มีจิตอันซื่อตรง ได้เข้ารักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรด้วยดีในองค์ศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน จึงได้ครอบครองวิมานนี้ เป็นผู้เว้นจากปาณาติบาตเว้นขาดจากการเอาสิ่งของของผู้อื่นด้วยไถยจิต จากการประพฤติล่วงละเมิดในกาม สำรวมจากมุสาวาท และจากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ยินดีในเบญจศีล ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดมผู้มีพระจักษุ และพระเกียรติยศ ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญกรรมนั้น ฯลฯ
และมีรัศมีสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศ ประการหนึ่ง ขอท่านผู้เจริญพึงถวายบังคมพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า แล้วทูลตามคำของดิฉันว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุบาสิกาชื่อลขุมา ถวายบังคมพระบาททั้งคู่ของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็การที่พระผู้มีพระภาคพึงทรงพยากรณ์ดิฉันในสามัญผล อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นไม่น่าอัศจรรย์ แต่การที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ดิฉัน ในสกทาคามิผล
นั้น น่าอัศจรรย์แท้จริง.
จบ ลขุมาวิมานที่ ๒.
จบ ๒. ลขุมาวิมาน