arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · จิตตลดาวรรค

๕. ภัททิตถิกาวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๑ ในจิตตลดาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕. ภัททิตถิกาวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในภัททิตถิกาวิมาน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ จิตตลดาวรรค ภัททิตถิกาวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๕ นีลา ปีตา จ กาฬา จ มญฺชิฏฺฐา อถ โลหิตา

อุจฺจาวจานํ วณฺณานํ กิญฺชกฺขปริวาริตา

มนฺทารวานํ ปุปฺผานํ มาลํ ธาเรสิ มุทฺธนิ

นยิเม อญฺเญสุ กาเยสุ รุกฺขา สนฺติ สุเมธเส

เกน กายํ อุปปนฺนา ตาวตึสํ ยสสฺสินี

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ

ภทฺทิตฺถิกาติ มํ อญฺญึสุ กิมฺพิลายํ อุปาสิกา

สทฺธาสีเลน สมฺปนฺนา สํวิภาครตา สทา

อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปิยํ

อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา

จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ

อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเล สุสํวุตา

ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา

เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา

ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจาน โกวิทา

อุปาสิกา จกฺขุมโต อปฺปมาทวิหารินี

กตาวกาสา กตกุสลา ตโต จุตา

สยมฺปภา อนุวิจรามิ นนฺทนํ

ภิกฺขู จาหํ ปรมหิตานุกมฺปเก

อโภชยึ ตปสฺสิยุคํ มหามุนึ

กตาวกาสา กตกุสลา ตโต จุตา

สยมฺปภา อนุวิจรามิ นนฺทนํ

อฏฺฐงฺคิกํ อปริมิตํ สุขาวหํ

อุโปสถํ สตฺตตมุปาวสึ อหํ

กตาวกาสา กตกุสลา ตโต จุตา

สยมฺปภา อนุวิจรามิ นนฺทนนฺติ ฯ

ภทฺทิตฺถิกาวิมานํ ปญฺจมํ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสถามถึงบุรพกรรมที่นางภัททาเทพธิดานั้นได้กระทำไว้ว่าท่านผู้มีกายอันมีรัศมีสีสรรต่างๆ บ้างเขียว บ้างเหลือง บ้างดำ หงสบาทและแดง แวดล้อมด้วยกลีบเกสรดอกไม้ มีเกศเกล้าอันแพรวพราวด้วยพวงมณฑาทิพย์ ดูกรนางผู้มีปัญญาดี ต้นไม้เหล่านี้ย่อมไม่มีในหมู่เทวดาเหล่าอื่น ดูกรนางผู้เลอยศ ท่านได้บังเกิดในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ เพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดา ขอท่านจงแถลงข้อที่เราถาม ผลเช่นนี้แห่ง

กรรมอะไร?

นางเทพธิดา เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามอย่างนี้แล้ว จึงกราบทูลพยากรณ์ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

หม่อมฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในกิมพิลนคร ชนทั้งหลายรู้จักหม่อมฉันชื่อว่า ภัททิตถิกา หม่อมฉันเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธา และศีล ยินดีในการจำแนกทานทุกเมื่อ มีจิตอันผ่องใส ได้ถวายผ้านุ่งห่ม ภัตตาหารเสนาสนะ และประทีปพร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์ ในพระอริยเจ้าผู้ปฏิบัติซื่อตรง หม่อมฉันได้เข้ารักษาอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการในดิถีที่ ๑๔-๑๕ และดิถีที่ ๘ ของปักษ์ ตลอดปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สำรวมแล้วด้วยดีในศีลทุกเมื่อ คือ งดเว้นจากปาณาติบาต เป็นผู้เว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของของผู้อื่นด้วยไถยจิต จากการประพฤติผิดในกามสำรวมจากมุสาวาท และจากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ยินดีในสิกขาบททั้ง

๕และเป็นผู้ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระพุทธเจ้าผู้มีพระสมันตจักษุ มีปกติเป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาท หม่อมฉันได้บำเพ็ญสุจริตธรรมความชอบสำเร็จแล้ว จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว เป็นนางเทพธิดาผู้มีรัศมีกายอันรุ่งโรจน์ เที่ยวเชยชมอยู่ในสวนนันทวัน อนึ่ง หม่อมฉันได้เลี้ยงดูท่านภิกษุผู้เป็นอัครสาวกทั้งสอง ผู้อนุเคราะห์ชาวโลกด้วยประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง ผู้เพรียบพร้อมด้วยตบะธรรม เป็นจอมปราชญ์และได้บำเพ็ญสุจริตธรรมความชอบไว้มาก ครั้นจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว ได้บังเกิดเป็นเทพธิดา ผู้มีรัศมีกายอันสว่างไสว เที่ยวเชยชมอยู่ในสวนนันทวัน หม่อมฉันได้เข้ารักษาอุโบสถ อันประกอบด้วยองค์๘ ประการ มีคุณอันกำหนดมิได้ นำมาซึ่งความสุขเนืองนิตย์ และได้สร้างกุศลธรรมความชอบไว้บริบูรณ์แล้ว ครั้นจุติจากมนุษยโลกนั้นแล้วได้บังเกิดเป็นนางเทพธิดาผู้มีรัศมีกายอันรุ่งเรือง เที่ยวเชยชมอยู่ในเทพ

อุทยานนันทวัน.

จบ ภัททิตถิกาวิมานที่ ๕.

จบ ๕. ภัททิตถิกาวิมาน