arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ · มัญชิฏฐกวรรค

๖. วิหารวิมาน เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๒ ในมัญชิฏฐกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๖. วิหารวิมาน

ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิหารวิมาน

ท่านพระอนุรุทธเถระได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มัญชิฏฐกวรรค วิหารวิมาน (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๖ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต

... เป ... โอสธี วิย ตารกา

ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส

ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา

ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส

ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ สุจิคนฺธา มโนรมา

วิวตฺตมานา กาเยน ยา เวณีสุ ปิลนฺธนา

เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา

วฏํสกา วาตธูตา วาเตน สมฺปกมฺปิตา

เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา

ยาปิ เต สิรสิ มาลา สุจิคนฺธา มโนรมา

วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา

ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ

สาวตฺถิยํ มยฺห สขี ภทนฺเต

สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ

ตตฺถ ปสนฺนา อหมานุโมทึ

ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมตํ

ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนาย

ลทฺธํ วิมานพฺภูตทสฺสเนยฺยํ

สมนฺตโต โสฬสโยชนานิ

เวหาสยํ คจฺฉติ อิทฺธิยา มม

กูฏาคารา นิเวสา เม วิภตฺตา ภาคโส มิตา

ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา สตโยชนํ

โปกฺขรญฺโญ จ เม เอตฺถ ปุถุโลมนิเสวิตา

อจฺโฉทกา วิปฺปสนฺนา โสวณฺณวาลุกสนฺถตา

นานาปทุมสญฺฉนฺนา ปุณฺฑรีกสโมตตา

สุรภี สมฺปวายนฺติ มนุญฺญมาลุเตริตา

ชมฺพุโย ปนสา ตาลา นาฬิเกรา วนานิ จ

อนฺโต นิเวสเน ชาตา นานารุกฺขา อโรปิตา ๑

นานาตุริยสงฺฆุฏฺฐํ อจฺฉราคณโฆสิตํ

โยปิ มํ สุปิเน ปสฺเส โสปิ วิตฺโต สิยา นโร

เอตาทิสํ อพฺภูตทสฺสเนยฺยํ วิมานํ สพฺพโส ปภํ

มม กมฺเมหิ นิพฺพตฺตํ อลํ ปุญฺญานิ กาตเว

ตาเยว เต สุทฺธนุโมทนาย

ลทฺธํ วิมานพฺภูตทสฺสเนยฺยํ

ยา เจว สา ทานมทาสิ นารี

ตสฺสา คตึ พฺรูหิ กุหึ อุปฺปนฺนา สาติ ฯ

ยา สา อหุ มยฺห สขี ภทนฺเต

สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ

วิญฺญาตธมฺมา สา อทาสิ ทานํ

อุปฺปนฺนา นิมฺมานรตีสุ เทเวสุ

ปชาปตี ตสฺส สุนิมฺมิตสฺส

อจินฺติยา กมฺมวิปาก ตสฺสา

ยเมตํ ปุจฺฉสิ กุหึ อุปฺปนฺนา สาติ

ภนฺเต วิยากาสึ ๑ อนญฺญถา อหํ

เตน หญฺเญปิ สมาทเปถ

สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา

ธมฺมญฺจ สุณาถ ปสนฺนมานสา

สุทุลฺลโภ ลทฺโธ มนุสฺสลาโภ

ยํ มคฺคํ มคฺคาธิปตี อเทสยิ

พฺรหฺมสฺสโร กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ

สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา

มหปฺผลา ยตฺถ ภวนฺติ ทกฺขิณา

เย ปุคฺคลา อฏฺฐสตํ ปสฏฺฐา

จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ

เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา

เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ

จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา

เอส สงฺโฆ อุชุภูโต ปญฺญาสีลสมาหิโต

ยชมานานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ

กโรนฺตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ

เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺฆโต

เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร

เอเตหิ เสฏฺฐา นรวิริยสาวกา ๑

ปภงฺกรา ธมฺมมุทีรยนฺติ

เตสํ สุทินฺนํ สุหุตฺตํ สุยิฏฺฐํ

เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ

สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา

มหปฺผลา โลกวิทูหิ วณฺณิตา

เอตาทิสํ ปุญฺญมนุสฺสรนฺตา

เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก

วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ

อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐานนฺติ ฯ

วิหารวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ

ภาณวารํ ทุติยํ ฯ

๑ ม. เอกสฺส ฯ ๒ โป. ยุ. จ ทีปานํ ฯ ม. ทีปานํ ฯ

๑ โป. ม. ยุ. อโรปิมา ฯ

๑ โป. พยากาสึ ฯ

๑ ม. ยุ. นรวีรสาวกา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เมื่อท่านฟ้อนอยู่ เสียงอันเป็นทิพย์น่าฟัง รื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน ทั้งกลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ ก็ฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนเมื่อท่านไหวกายกลับไปมา เสียงของเครื่องประดับช้องผมก็ดังเสียงไพเราะ ดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕ อนึ่ง เสียงมงกุฎที่ถูกลมรำเพยพัดให้หวั่นไหว ก็กังวานไพเราะดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕ แม้พวงมาลัยบนเศียรเกล้าของท่าน มีกลิ่นหอมชวนให้เบิกบานใจ หอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศดุจต้นอุโลก ฉะนั้น ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ขอท่าน

จงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร?

นางเทพธิดาตอบว่า

ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นสหายของดิฉันอยู่ในเมืองสาวัตถี ได้สร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ ดิฉันเห็นมหาวิหารนั้นแล้ว มีจิตเลื่อใสอนุโมทนา ก็วิมานอันเป็นที่รักนี้อันดิฉันได้แล้วเพราะการอนุโมทนาด้วยจิตบริสุทธิ์แต่อย่างเดียวเท่านั้น วิมานนี้เป็นวิมานอัศจรรย์น่าดูน่าชม โดยรอบสูง ๑๖ โยชน์ เลื่อนลอยไปในอากาศได้ตามความปรารถนาของดิฉัน ดิฉันมีปราสาทเป็นที่อยู่อาศัย อันบุญกรรมจัดแจงเนรมิตให้เป็นส่วนๆ งามรุ่งโรจน์ตลอดร้อยโยชน์โดยรอบทิศ อนึ่ง ที่วิมานของดิฉัน มีสระโบกขรณีเป็นที่อาศัยของหมู่มัจฉาชาติมีน้ำใสสะอาด มีท่าอันลาดด้วยทรายทอง ดารดาษไปด้วยปทุมชาตินานาชนิดพร้อมทั้งบัวขาว เกษรแห่งบัวทั้งหลายอันลมรำเพยพัด ย่อมหอมฟุ้งเจริญใจ มีรุกขชาติต่างๆ อันบุญกรรมปลูกไว้ใกล้วิมาน คือ ไม้หว้าขนุน ตาล มะพร้าว วิมานนี้กึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีต่างๆ และกึกก้องไปด้วยหมู่นางอัปสร แม้นรชนใดได้เห็นวิมานนี้ด้วยความฝันนรชนนั้นก็พึงปลื้มใจ วิมานอันมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ น่าอัศจรรย์น่าดูน่าชมเช่นนี้ เกิดแต่ดิฉันเพราะกุศลกรรมทั้งหลาย ควรทำบุญโดยแท้.

พระอนุรุทธเถระ เมื่อจะให้นางเทพธิดาบอกที่เกิดของนางวิสาขามหาอุบาสิกา จึงกล่าวถามด้วยคาถาความว่า

วิมานอันอัศจรรย์น่าดูน่าชมนี้ ท่านได้แล้ว เพราะการอนุโมทนาด้วยจิตอันบริสุทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น นางนารีอันมีนามว่าวิสาขา ได้ถวายทานและได้สร้างมหาวิหาร ไปเกิดที่ไหน ขอท่านจงบอกคติของนาง

วิสาขานั้น แก่อาตมาด้วยเถิด?

นางเทพธิดานั้นตอบว่า

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นสหายของดิฉัน ได้สร้างมหาวิหารถวายแด่สงฆ์และได้ถวายทานแด่สงฆ์ เป็นผู้รู้ธรรมแจ่มแจ้งเธอได้บังเกิดในหมู่ทวยเทพชั้นนิมมานรดี เป็นประชาบดีของท้าวสุนิมมิตวดี ผู้เป็นใหญ่ในชั้นนิมมานรดีนั้น วิบากแห่งกรรมของนางวิสาขามหาอุบาสิกานั้น อันใครไม่ควรคิด ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันได้พยากรณ์ที่เกิดของนางวิสาขาที่พระคุณเจ้าถามว่า นางวิสาขานั้นบังเกิด ณ ที่ไหนโดยถูกต้องแล้ว ถ้าอย่างนั้น ขอพระคุณเจ้าได้ชักชวนแม้ชนเหล่าอื่นว่าท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทานแด่สงฆ์เถิด และจงมีใจเลื่อมใสฟังธรรม การได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์เป็นการได้ด้วยแสนยาก อันพวกท่านได้แล้ว

พระพุทธเจ้ามีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม มีพระฉวีวรรณดุจทองคำ เป็นอธิบดีแห่งมรรคา ได้ทรงแสดงธรรมใดไว้ว่า เป็นทางสวรรค์ ทางนั้นเป็นทางอันประเสริฐ ท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทานแด่สงฆ์ ที่บุคคลถวายทักษิณาแล้วมีผลมาก บุคคลเหล่าใดอันพระพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญแล้วว่า คู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ เหล่านี้บุคคลเหล่านั้นเป็นพระทักขิไณยบุคคล สาวกแห่งพระสุคต ทานอันบุคคลถวายแล้วในพระทักขิไณยบุคคลเหล่านั้น มีผลมาก ท่านผู้ปฏิบัติเพื่ออริยมรรค ๔ จำพวก และท่านผู้ตั้งอยู่ในอริยผล ๔ จำพวก พระอริยบุคคล ๘ จำพวกนี้ ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติซื่อตรง ดำรงมั่นอยู่ในปัญญาและศีล เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญ

ถวายทานในท่านเหล่านี้หรือทำบุญปรารภการเวียนเกิดเวียนตาย ทานที่ถวายในสงฆ์ย่อมมีผลมากพระสงฆ์นี้ เป็นผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ยังผลให้เกิดแก่ผู้ถวายทานในท่านอย่างไพบูลย์ ยากที่จะปริมาณได้ว่าเท่านี้ๆ เหมือนทะเลยากที่จะคาดคะเนได้ว่ามีน้ำเท่านี้ๆ ฉะนั้น พระสงฆ์เหล่านี้แล เป็นผู้ประเสริฐ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร เป็นเยี่ยมในหมู่นรชน เป็นแหล่งสร้างแสงสว่าง คือ ญาณของชาวโลก ได้แก่ นำเอาแสงสว่าง คือ พระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้แล้วมาชี้แจง ปวงชนผู้ใคร่ต่อบุญเหล่าใด ถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักษิณาของเขาเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นทักษิณาที่ถวายดีแล้ว เป็นยัญวิธีที่เซ่นสรวงถูกต้อง จัดเป็นบูชากรรมที่บูชาแล้วชอบ เพราะทักษิณานั้นจัดเป็นสังฆทาน มีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้แจ้งโลก ทรงสรรเสริญ ชนเหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก มาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้ เกิดปีติโสมนัส ก็จะกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่ พร้อมทั้งความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความลังเลใจ และการตีตนเสมอท่าน อันเป็นมูลฐานเสียได้ ทั้งจะไม่เป็นผู้อันผู้รู้ติเตียน แต่นั้นก็จะเข้าถึงสถานที่

อันเป็นแดนสวรรค์.

จบ วิหารวิมานที่ ๖

จบ ภาณวารที่ ๒.

จบ ๖. วิหารวิมาน