arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๑๑. สุเมธพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๒ (Royal Thai)12/28 in พุทธวงศ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๑๑. สุเมธพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระสุเมธพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ สุเมธพุทธวงศ์ (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 73 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 33, pp. 645–649

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ได้มีพระชินเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก ทรงมีพระเดชรุ่งเรือง

ทรงประเสริฐสุดในบรรดาสัตว์โลกทั้งปวง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงมีพระเนตรสุกใส มีพระพักตร์ชื่นบาน

มีพระวรกายสูงสง่า ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์

ทรงเปลื้องสัตว์เป็นจำนวนมากให้หลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าทรงบรรลุพระโพธิญาณอันอุดม

ทรงประกาศพระธรรมจักรที่สุทัสสนนคร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้ในการที่พระองค์ทรงแสดงธรรม

ได้มีการบรรลุธรรม ๓ ครั้ง

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๑

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อีกเรื่องหนึ่ง พระชินเจ้าทรงทรมานยักษ์ชื่อว่ากุมภกรรณ์

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อีกเรื่องหนึ่ง พระองค์ผู้มีพระยศนับไม่ได้

ทรงประกาศอริยสัจ ๔

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ได้มีการประชุมแห่งพระขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน

มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกาลที่พระชินเจ้าเสด็จเข้าไปยังสุทัศนนคร

พระขีณาสพจำนวน ๑๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อภิกษุทั้งหลายกรานกฐิน ณ เทวกูฏบรรพต

พระขีณาสพประมาณ ๙๐ โกฏิ มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่พระทศพลเสด็จจาริกไป

พระขีณาสพประมาณ ๘๐ โกฏิ มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น เราเป็นมาณพมีชื่อว่าอุตตระ

มีทรัพย์ที่เก็บสะสมไว้ในเรือนถึง ๘๐ โกฏิ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ถวายทรัพย์สมบัติทั้งสิ้นแด่พระชินเจ้า

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพร้อมทั้งพระสงฆ์

ถึงพระองค์เป็นสรณะแล้ว พอใจการบรรพชา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้นนั้น แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เมื่อทรงทำอนุโมทนา

ก็ทรงพยากรณ์เราว่า

ใน ๓๐,๐๐๐ กัป มาณพนี้จักเป็นพระพุทธเจ้า

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร

บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวีจักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มีพระยศพระองค์นั้นจักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีผู้เสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง

ได้อธิษฐานวัตรเพื่อการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้เล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย

อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวงแล้ว

ช่วยประกาศศาสนาของพระชินเจ้าให้รุ่งเรือง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ในคำสั่งสอนนั้น

ทั้งในเวลานั่ง ยืน และเดิน

ถึงความสำเร็จอภิญญาแล้วได้ไปเกิดในพรหมโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรุงชื่อว่าสุทัสสนะ กษัตริย์พระนามว่าสุทัตตะเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าสุทัตตาเป็นพระชนนี

ของพระชินเจ้าพระนามว่าสุเมธะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๙,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือสุจันทปราสาท กัญจนปราสาท และสิริวัฑฒปราสาท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีนางสนมกำนัล ๔๘,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าสุมนา

พระราชโอรสพระนามว่าปุนัพพะ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงราชพาหนะคือช้างออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหาวีระพระนามว่าสุเมธะ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร

ที่พระอุทยานสุทัศนอันประเสริฐ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสรณเถระและพระสัพพกามเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าสาคระเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระชินเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระรามาเถรีและพระสุรามาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นสะเดา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อุรุเวลาอุบาสกและยสวาอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

ยโสธราอุบาสิกาและสิริมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหามุนีทรงมีพระวรกายสูง ๘๘ ศอก

ทรงเปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เหมือนดวงจันทร์ในหมู่ดาว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระรัตนะ ของพระองค์แผ่ไปตลอดโยชน์หนึ่งโดยรอบ

เหมือนแก้วมณีของพระเจ้าจักรพรรดิแผ่ไปโยชน์หนึ่ง

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1พระรัตนะ หมายถึงพระรัศมี (ขุ.พุทธ.อ. ๒๗/๒๙๓)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๙๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ศาสนาของพระองค์คับคั่งไปด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย

ล้วนแต่ผู้ได้วิชชา ๓ อภิญญา ๖ และพละ ผู้คงที่

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1พละ หมายถึงกำลังฤทธิ์ (ขุ.พุทธ.อ. ๒๗/๒๙๓)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้ท่านทั้งหมดนั้นล้วนมียศนับไม่ถ้วน หลุดพ้นแล้ว

ไม่มีอุปธิมีพระยศอันยิ่งใหญ่ แสดงแสงสว่างแห่งญาณแล้วนิพพาน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระนามว่าสุเมธะ

เสด็จดับขันธปรินิพพานที่เมธาราม

พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์

แผ่ไปอย่างกว้างขวางในนานาอารยประเทศ ฉะนี้แล

สุเมธพุทธวงศ์ที่ ๑๑ จบ

End of ๑๑. สุเมธพุทธวงศ์