arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

๑. สีลวนาคจริยา เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑ (Royal Thai)11/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๒. สีลปารมิตา

ปฐมํ สีลวนาคจริยํ

สีลวนาคจริยาที่ ๑

ว่าด้วยจริยาวัตรของพระยาช้างสีลวนาค

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก สีลวนาคจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ยทา อโหสึ ปวเน กุญฺชโร มาตุโปสโก

น ตทา อตฺถิ มหิยา คุเณน มม สาทิโส ฯ

ปวเน ทิสฺวา วนจโร รญฺโญ มํ ปฏิเวทยิ

ตวานุจฺฉโว มหาราช คโช อสติ ๑ กานเน ฯ

น ตสฺส ปริกฺขายตฺโถ นปิ อาฬฺหกกาสุยา ๒

สมาคหิเต โสณฺฑาย สยเมว อิเธหิติ ฯ

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา ราชาปิ ตุฏฺฐมานโส

เปเสสิ หตฺถิทมกํ เฉกาจริยํ สุสิกฺขิตํ ฯ

คนฺตฺวา โส หตฺถิทมโก อทฺทส ปทุมสฺสเร

ภิสมูฬาลํ ๓ อุทฺธรนฺตํ ยาปนตฺถาย มาตุยา ฯ

วิญฺญาย เม สีลคุณํ ลกฺขณํ อุปธารยิ

เอหิ ปุตฺตาติ วตฺวาน โสณฺฑาย มม อคฺคหิ ฯ

ยํ เม ตทา ปากติกํ สรีรานุคตํ พลํ(

อชฺช นาคสหสฺสานํ พเลน สมสาทิสํ ฯ

ยทิหนฺเตสํ ปกุปฺเปยฺยํ อุเปตํ ๔ คหณาย มํ

ปฏิพโล ภเว เตสํ ยาว รชฺชมฺปิ มานุสํ ฯ

อปิจาหํ สีลรกฺขาย สีลปารมิปูริยา

น กโรมิ จิตฺเต อญฺญถตฺตํ ปกฺขิปนฺตํ มมาฬฺหเก ๑ ฯ

ยทิ เต มํ ตตฺถ โกเฏยฺยุํ ผรสูหิ โตมเรหิ จ

เนว เตสํ ปกุปฺเปยฺยํ สีลขณฺฑภยา มมาติ ฯ

สีลวนาคจริยํ ๒ ปฐมํ ฯ

๑ ม. ยุ. วสติ ฯ ๒ ม. ยุ. อาฬก... ฯ ๓ ยุ. ภิสมูลํ ฯ ๔ ม. อุเปตานํ ฯ

Royal Thai

ในกาลเมื่อเราเป็นกุญชรเลี้ยงมารดาอยู่ในป่าหิมพานต์ ในกาลนั้นในพื้นแผ่นดินนี้ ไม่มีอะไรที่จะเสมอด้วยศีลคุณของเรา พรานป่าพบเราในป่าใหญ่แล้ว ได้กราบทูลแด่พระราชาว่า ข้าแต่พระราชาผู้ใหญ่ ช้างมงคลอันสมควรเป็นพระที่นั่งทรง มีอยู่ในป่าใหญ่ อันการจับช้างนั้นไม่ต้องขุดคู แม้การปักเสาตลุงและการขุดหลุมลวง ก็ไม่ต้องในขณะที่จับเข้าที่งวงเท่านั้น ช้างนั้นก็จะมา ณ ที่นี้เองพระเจ้าข้า ฝ่ายพระราชาได้ทรงฟังคำของพรานป่านั้นแล้วทรงดีพระทัย ทรงส่งไปซึ่งควาญช้างซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ฉลาดศึกษาดีแล้วควาญช้างนั้นไปแล้ว ได้พบช้างกำลังถอนเง่าบัวอยู่ในสระบัวหลวงเพื่อต้องการเลี้ยงมารดาควาญช้างรู้ศีลคุณของเรา

พิจารณาดูลักษณะแล้วกล่าวว่า มานี่แน่ะลูกแล้วได้จับเข้าที่งวงของเรา ในกาลนั้นกำลังของเราที่มีอยู่ในกายตามปรกติอันใด วันนี้กำลังของเรานั้นเสมอเหมือนกับกำลังของช้างหลายพัน ถ้าเราโกรธแก่ควาญช้างเหล่านั้นผู้เข้ามาใกล้เพื่อจับเราเราพึงสามารถจะเหยียบย่ำเขาเหล่านั้นได้แม้ตลอดราชสมบัติของมนุษย์แต่ถึงแม้เราจะถูกเขาใส่ไว้ในเสาตลุงเราก็ไม่ทำจิตโกรธเคือง เพื่อรักษาศีล เพื่อบำเพ็ญบารมีให้บริบูรณ์ถ้าเขาเหล่านั้นพึงทำลายเราที่เสาตลุงนี้ด้วยขวานและหอกซัด เราก็จะไม่โกรธเขาเหล่านั้นเลยเพราะเรากลัวศีลของเราจะขาด ฉะนี้แล.

จบสีลวนาคจริยาที่ ๑

End of ๑. สีลวนาคจริยา