พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก
๓. กุรุธรรมจริยา เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๓ (Royal Thai)3/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ตติยํ กุรุธมฺมจริยํ ๖
กุรุธรรมจริยาที่ ๓
ว่าด้วยพระจริยาวัตรของพระเจ้าธนญชัย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก กุรุธรรมจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปุนาปรํ ยทา โหมิ อินฺทปตฺเถ ปุรุตฺตเม
ราชา ธนญฺชโย นาม กุสเลหิ ทสหุปาคโต ฯ
กาลิงฺครฏฺฐวิสยา พฺราหฺมณา อุปคจฺฉุ มํ
อยาจุํ มํ หตฺถินาคํ ธญฺญํ มงฺคลสมฺมตํ ฯ
อวุฏฺฐิโก ชนปโท ทุพฺภิกฺโข ฉาตโก มหา
ททาหิ ปวรํ นาคํ นีลํ อญฺชนสวฺหยํ ฯ
น เม ยาจกมนุปฺปตฺเต ปฏิกฺเขโป อนุจฺฉโว
มา เม ภิชฺชิ สมาทานํ ทสฺสามิ วิปุลํ คชํ ฯ
นาคํ คเหตฺวา โสณฺฑาย ภิงฺคาเร รตนามเย
ชลํ หตฺเถ อากิริตฺวา พฺราหฺมณานํ อทํ คชํ ฯ
ตสฺส ๑ นาเค ปทินฺนมฺหิ อมจฺจา เอตทพฺรวว
กึ นุ ตุยฺหํ วรํ นาคํ ยาจกานํ จ ทสฺสสิ ฯ
ธญฺญํ มงฺคลสมฺปนฺนํ สงฺคามวิชยุตฺตมํ
ตสฺส ๒ นาเค ปทินฺนมฺหิ กินฺเต รชฺชํ กริสฺสติ ฯ
รชฺชมฺปิ เม ทเท สพฺพํ สรีรํ ทชฺชมตฺตโน
สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา นาคํ อทาสหนฺติ ฯ
กุรุธมฺมจริยํ ตติยํ ฯ
๑ ม. ยุ. ตตฺถ ฯ ๒ ม. ยุ. มุทฺทิกาโม ฯ ๓ ม. ยุ. มุทฺทิโต ฯ ๔ ม. ยุ. ... ตสฺส
ทานํ น ททามิ ฯ ๕ ม. ยุ. เตเนวาหํ ฯ ๖ ม. กุรุราชจริยํ ฯ
อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเราเป็นพระราชามีนามว่าธนญชัย อยู่ในอินทปัตถบุรีอันอุดม ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการในกาลนั้น พวกพราหมณ์ชาวกาลิงครัฐ ได้มาหาเรา ขอพระยาคชสารทรง อันประกอบด้วยมงคลหัตถี กะเราว่าชนบทฝนไม่ตกเลยเกิดทุพภิกขภัย อดอยากอาหารมาก ขอพระองค์จงทรงพระราชทานพระยาคชสารตัวประเสริฐมีสีกายเขียวชื่ออัญชนะเถิด เราคิดว่าการห้ามยาจกทั้งหลายที่มาถึงแล้ว ไม่สมควรแก่เราเลย กุศลสมาทานของเราอย่าทำลายเสียเลย เราจักให้คชสารตัวประเสริฐเราได้รับงวงพระยาคชสาร วางลงบนมือพราหมณ์ แล้วจึงหลั่งน้ำในเต้าทองลงบนมือได้ให้พระยาคชสารแก่พราหมณ์ เมื่อเราได้ให้พระยาคชสารแล้ว พวกอำมาตย์ได้กล่าวดังนี้ว่า เหตุไรหนอพระองค์จึงพระราชทานพระยาคชสารตัวประเสริฐ อันประกอบด้วยธัญญลักษณ์ สมบูรณ์ด้วยมงคล ชนะในสงครามอันสูงสุด แก่ยาจกเมื่อพระองค์ทรงพระราชทานคชสารแล้ว พระองค์จักเสวยราชสมบัติได้อย่างไร [เราได้ตอบว่า] แม้ราชสมบัติทั้งหมดเราก็พึงให้ ถึงสรีระของตน เราก็พึงให้ เพราะสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเราฉะนั้น เราจึงได้ให้พระยาคชสาร ดังนี้แล.
จบกุรุธรรมจริยาที่ ๓
End of ๓. กุรุธรรมจริยา