arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

๔. จูฬโพธิจริยา เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔ (Royal Thai)14/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุตฺถํ จูฬโพธิจริยํ

จูฬโพธิจริยาที่ ๔

ว่าด้วยจริยาวัตรของจูฬโพธิปริพาชก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก จูฬโพธิจริยา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปุนาปรํ ยทา โหมิ จูฬโพธิ สุสีลวา

ภวํ ทิสฺวาน ภยโต เนกฺขมฺมํ อภินิกฺขมึ ฯ

ยา เม ทุติยิกา อาสิ พฺราหฺมณี กนกสนฺนิภา

สาปิ ๒ วฏฺเฏ อนเปกฺขา เนกฺขมฺมํ อภินิกฺขมิ ฯ

นิราลยา ฉินฺนพนฺธุ อนเปกฺขา กุเล คเณ

จรนฺตา คามนิคมํ พาราณสึ อุปาคมม ฯ

ตตฺถ วสาม นิปกา อสํสฏฺฐา กุเล คเณ

นิรากุเล อปฺปสทฺเท ราชุยฺยาเน วสามุโภ ฯ

อุยฺยานทสฺสนํ คนฺตฺวา ราชา อทฺทส พฺราหฺมณึ

อุปสงฺคมฺม ๓ มํ ปุจฺฉิ ตุเยฺหสา กา กสฺส ภริยา ฯ

เอวํ วุตฺเต อหนฺตสฺส อิทํ วจนมพฺรวึ

น มยฺหํ ภริยา เอสา สหธมฺมา เอกสาสนี ฯ

ตสฺสา ๔ สารตฺต ๕ คธิโต คาหาเปตฺวาน เจฏเก

นิปฺปีฬยนฺโต พลสา อนฺเตปุรํ ปเวสยิ ฯ

โอทปตฺติกิยา ๖ มยฺหํ สหชาตา ๗ เอกสาสนี

อากฑฺฒิตฺวา นยนฺติยา โกโป เม อุปฺปชฺชถ ฯ

สห โกเป สมุปฺปนฺเน สีลพฺพตมนุสฺสรึ

ตตฺเถว โกปํ นิคฺคณฺหึ นาทาสึ วฑฺฒิตูปริ ๑ ฯ

ยทิ ตํ พฺราหฺมณึ โกจิ โกฏฺเฏยฺย ติณฺหสตฺติยา

เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ โพธิยา เยว การณา ฯ

น เม สา พฺราหฺมณี เทสฺสา นปิ เม พลํ น วิชฺชติ

สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา สีลานุรกฺขิสฺสนฺติ ฯ

จูฬโพธิจริยํ จตุตฺถํ ฯ

๑ ม. ยุ. เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ ฯ ๒ ยุ. สา วิวฏฺเฏ ฯ ๓ ม. ยุ. อุปคมฺม ฯ

๔ ม. ติสฺสา ฯ ๕ ยุ. สารตฺตาธิคโต ฯ ๖ ม. โอทปตฺตกิยา ฯ ๒ ม. ยุ. สหชา ฯ

Royal Thai

อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นปริพาชกชื่อจูฬโพธิ มีศีลงามเราเห็นภพโดยเป็นสิ่งน่ากลัว จึงออกบวชเป็นดาบส นางพราหมณีผู้มีผิวพรรณดังทองคำ ซึ่งเป็นภรรยาของเราแม้นางก็มิได้อาลัยในวัฏฏะออกบวชเป็นตาปสินี เราทั้งสองไม่มีความอาลัย ตัดพวกพ้องขาดไม่ห่วงใยในตระกูลและหมู่ญาติเที่ยวไปยังบ้านและนิคม มาถึงยังพระนครพาราณสี เราทั้งสองอยู่ ณ ที่นั้น มีปัญญาไม่เกี่ยวข้องในตระกูลและคณะ เราทั้งสองอยู่ในพระราชอุทยานอันไม่เกลื่อนกล่นสงัดเสียงพระราชาเสด็จทอดพระเนตรพระราชอุทยานได้ทอดพระเนตรเห็นนางพราหมณี จึงเสด็จเข้ามาหาเราแล้วตรัสถามว่า นางพราหมณีคนนี้เป็นอะไรกับท่าน เป็นภริยาของใครเมื่อพระราชาตรัสถามอย่างนี้เราได้ทูลแก่พระองค์ดังนี้ว่า

นางพราหมณีนี้มิใช่ภริยาของอาตภาพ เป็นผู้ประพฤติธรรมร่วมกันเป็นผู้มีคำสอนร่วมกัน พระ-ราชาทรงกำหนัดหนักหน่วงในนางพราหมณีนั้นจึงรับสั่งให้พวกราช-บุรุษจับ ทรงบีบคั้นด้วยกำลังสั่งให้นำเข้าไปยังภายในพระนคร เมื่อภริยาเก่าของเราเกิดร่วมกันมีคำสอนร่วมกัน ถูกฉุดคร่าไปความโกรธพึงเกิดแก่เรา เราระลึกถึงศีลวัตรได้พร้อมกับความโกรธที่เกิดขึ้นเราข่มความโกรธได้ ณ ที่นั้นเอง ไม่ให้มันเจริญขึ้นไปอีก ถ้าใครๆพึงเอาหอกอันคมกริบแทงนางพราหมณีนั้น เราก็ไม่พึงทำลายศีลของเราเลย เพราะเหตุแห่งโพธิญาณเท่านั้นเราจักเกลียดนางพราหมณีนั้นก็หามิได้ และเราจะไม่มีกำลังก็หามิได้ เพราะพระสัมพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้นเราจึงรักษาศีลไว้ ฉะนี้แล.

จบจูฬโพธิจริยาที่ ๔

End of ๔. จูฬโพธิจริยา