arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จริยาปิฎก

สโมธานกถา เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๖ (Royal Thai)36/36 in จริยาปิฎก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

[๑]

สโมธานกถา ๑

สโมธานกถา

สรุปการบำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก สโมธานกถา (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 74 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ทเสเต ปารมี โหนฺติ ทเสเต อุปปารมี

ปรมตฺถา ทส โหนฺติ โพธิยา ปริปาจนา ฯ

สิวิราชสฺส เสฏฺฐสฺส ทานปารมิตา ภเว

เวสฺสนฺตโร จ เวลาโม ภวนฺติ อุปปารมี ฯ

อกิตฺติวิสยฺหทาเนน โหนฺติ ตา อุปปารมี

กุกฺกุฏสีลสโส ภูโต ปรมตฺถา ทานปารมี ฯ

มหากปิ จ ฉทฺทนฺโต นาโค จ มาตุโปสโก

สีลปารมิตา ยนฺติ อิติ วุตฺตํ มเหสินา ฯ

จมฺเปยฺยโก ภูริทตฺโต สีเลน อุปปารมี

สงฺขปาโล จ โย ธีโร ปรมตฺถา สีลปารมี ฯ

ยุธญฺชโย จ โควินฺโท หตฺถิปาโล จ โย ฆโร

ภลฺลาติ โย สุสาโม จ ..................

มฆเทโว นิมิ เจว โหนฺเตตา อุปปารมี ฯ

มโหสโถ ธนรฏฺโฐ กุณฺฑโล จาปิ ตณฺฑิโล

ติตฺติโร จ สกุโณ จ โหนฺเตตา อุปปารมี ฯ

วิธุรํ สมฺภวํ ปญฺญาย อุโภตา โหนฺติ ปารมี

โย สิสฺโส อาจริยํ โปรา สุริยพฺราหฺมโณ มาตงฺโค ฯ

สตฺตุภสฺตญฺจ ปรมตฺถา เอตา เว ปญฺญาปารมี

สีลวา วิริโย ราชา ชาตกํ ชานกา วิภู ฯ

ทฬฺหปรกฺกโม อาสิ ปรมตฺถา วิริยปารมี

มหากปิ ปญฺจ ครุกา วิริยา โหนฺติ ปารมี ฯ

ธมฺมปาโล กุมาโร จ ขนฺติยา โหนฺติ ปารมี

อุปปารมีติ วุจฺจนฺติ ธมฺมาธมฺมิกททฺทวา ฯ

ขนฺติวาเทน ปรมตฺถา ขนฺติปารมิปูริยา

พุทฺธภูมึ คเวสนฺโต อกาสิ ทุกฺกรํ พหุํ ฯ

ตถูปริสจฺจคุณํ สสวฏฺฏกชาตกํ

สจฺเจนคฺคินิพฺพาปิโต เอสา ปารมิตา ภเว ฯ

อุทเก มจฺโฉ ภวิตฺวาน อกาสิ สจฺจมุตฺตมํ

มหาเมฆํ ปวสฺเสสิ เอสา เม สจฺจปารมี ฯ

สจฺเจน นาวํ ตาเรสิ ธีโร สุปารปณฺฑิโต

วิสํ สจฺเจน ฆาเฏสิ กณฺหทีปายโน อิสิ ฯ

สจฺเจน วานโร หุตฺวา คงฺคา โสตํ ตรี ตทา

เอสา ปารมิตา สตฺถุ โหนฺติ ตา อุปปารมี ฯ

สุตโสโม นาม ราชา รกฺขนฺโต สจฺจมุตฺตมํ

โมเจติ เอกสตํ ขเตฺย ปรมตฺถา สจฺจปารมี ฯ

อธิฏฺฐาเนน กึ ฉนฺโท ปารมี ภวตี ตทา

ทุโก มาตงฺคโย เจว อธิฏฺฐานอุปปารมี ฯ

มุคผกฺเขน ปรมตฺถา อธิฏฺฐานํ อาสิ ปารมี

มหากโณฺห จ เมตฺตาย ตตฺถ จ ราชโสธนา ฯ

เอสา ทุวิธา อกฺขาตา เมตฺตาปารมิตา ภเว

สีเลน พฺรหฺมทตฺโต จ โย วายํ คณฺฑิติณฺฑโก ฯ

อกาสิ นนฺโท ปิยสฺส โหนฺติ ตา อุปปารมี

เอกราเชน ปรมตฺถา นตฺถิ เมตฺตาย อีทิโส ฯ

เทฺว สุวา อุปปารมี ปรมตฺถา โลมหํสนํ

เอตา ทส ปารมี มยฺหํ ปฏิเวโส อคฺคโพธิยา ฯ

ทสโต ปรมา นตฺถิ ทสโต นตฺถิ อูนกา

อนูนานธิกา สพฺพา ปูริตา ทสปารมีติ ฯ

สโมธานกถา นิฏฺฐิตา

จริยาปิฏกํ สมตฺตํ ฯ

________

๑ ม. ยุ. สโมธานกถา นตฺถิ ฯ

Royal Thai

การบำเพ็ญบารมีอันเป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณเหล่านี้ จัดเป็นบารมี๑๐ อุปบารมี ๑๐ ปรมัตถบารมี ๑๐ คือการบำเพ็ญทานในภพที่ตถาคตเป็นพระเจ้าสิวิราชผู้ประเสริฐเป็นทานบารมี ในภพที่เราเป็นเวสสันดรและเป็นเวลามพราหมณ์ เป็นทานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นอกิติดาบสอดอาหารนั้น เป็นทานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นพระยาไก่ป่า สีลวนาคและพระยากระต่าย เป็นทานปรมัตถบารมีในภพที่เราเป็นพระยาวานร ช้างฉัททันต์ และช้างเลี้ยงมารดาเป็นศีลบารมี พระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ตรัสไว้ดังนี้ การรักษาศีลในภพที่เราเป็นจัมเปยยกนาคราช และภูริทัตตนาคราช เป็นศีลอุปบารมี ในภพที่เราเป็นสังขปาลบัณฑิต เป็นศีลปรมัตถบารมีในภพที่เราเป็นยุธัญชยกุมาร

มหาโควินทพราหมณ์ คนเลี้ยงช้างอโยฆรราชโอรส ภัลลาติ สุวรรณสาม มฆเทวะและเนมิราช บารมีเหล่านี้เป็นอุปบารมี ในภพที่เราเป็นมโหสถผู้เป็นทรัพย์ของรัฐกุลฑลตัณฑิละและนกกระทาบารมีเหล่านี้เป็นปัญญาอุปบารมี ในภพที่เราเป็นวิธูรบัณฑิตและสุริยพราหมณ์มาตังคะ ผู้เป็นศิษย์เก่าของอาจารย์บารมีทั้ง ๒ ครั้งนี้ เป็นปัญญาบารมี ในภพที่เราเป็นพระราชาผู้มีศีล มีความเพียร เป็นผู้ก่อให้เกิดสัตตุภัสตชาดก บารมีนี้แลเป็นปัญญาปรมัตถบารมี ในภพที่เราเป็นพระราชาผู้มีความเพียรบากบั่น เป็นวิริยปรมัตถบารมี ในภพที่เราเป็นพระยาวานรผู้มีครุธรรม๕ ประการ เป็นวิริยบารมี ในภพที่เราเป็นธรรมปาลกุมาร เป็นขันติบารมี

ในภพที่เราเป็นธรรมิกเทพบุตร ทำสงครามกับอธรรมิกเทพบุตร เรียกว่าขันติอุปบารมี ในภพที่เราเป็นขันติวาทีดาบสแสวงหาพุทธภูมิด้วยการบำเพ็ญขันติบารมี ได้ทำกรรมที่ทำได้ยากเป็นอันมาก นี้เป็นขันติปรมัตถบารมี ในภพที่เราเป็นสสบัณฑิตนกคุ่ม ซึ่งประกาศคุณสัจจะ ยังไฟให้ดับด้วยสัจจะ นี้เป็นสัจจบารมีในภพที่เราเป็นปลาอยู่ในน้ำ ได้ทำสัจจะอย่างสูงยังฝนให้ตกใหญ่นี้เป็นสัจจบารมีของเรา ในภพที่เราเป็นสุปารบัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์ยังเรือให้ข้ามสมุทรจนถึงฝั่ง เป็นกัณหทีปายนดาบส ระงับยาพิษได้ด้วยสัจจะ และเป็นวานรข้ามกระแสแม่น้ำคงคาได้ด้วยสัจจะนี้เป็นสัจจอุปบารมีของเรา ในภพที่เราเป็นสุตโสมราชา

รักษาสัจจะอย่างสูง ช่วยปล่อยกษัตริย์ ๑๐๑ นี้เป็นสัจจปรมัตถบารมี อะไรที่จะเป็นความพอใจไปกว่าอธิษฐาน นี้เป็นอธิษฐานบารมี ในภพที่เราเป็นมาตังฏิล และช้างมาตังคะ นี้เป็นอธิษฐานอุปบารมี ในภพที่เราเป็นมูคผักขกุมาร เป็นอธิษฐานปรมัตถบารมี ในภพที่เป็นมหากัณหฤาษี และพระเจ้าโสธนะ และบารมีสองอย่าง คือในภพที่เราเป็นพระเจ้าพรหมทัตต์ และคัณฑิติณฑกะ ที่กล่าวแล้วเป็นเมตตาบารมี ในภพที่เราเป็นโสณนันทบัณฑิตผู้ทำความรัก บารมีเหล่านั้นเป็นเมตตาอุปบารมี เมตตาบารมีในภพที่เราเป็นพระเจ้าเอกราช เป็นบารมีไม่มีของผู้อื่นเหมือน นี้เป็นเมตตาปรมัตถบารมีในภพที่เราเป็นนกแขกเต้าสองครั้ง เป็นอุเบกขาบารมี ในภพที่เราเป็นโลมหังสบัณฑิต เป็นอุเบกขาปรมัตถบารมี บารมีของเรา ๑๐ประการนี้ เป็นส่วนแห่งโพธิญาณอันเลิศ บารมียิ่งกว่า ๑๐ ไม่มีหย่อนกว่า ๑๐ ก็ไม่มี เราบำเพ็ญบารมีทุกอย่างไม่ยิ่งไม่หย่อน เป็นบารมี ๑๐ ประการฉะนี้แล.

จบสโมธานกถา

จบจริยาปิฎก

----------------

End of สโมธานกถา